วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติพลังงานไทย

โดย สายล่อฟ้า

อย่าเพิ่งถลำลึก คิดให้ลึกก่อนเดินหน้าต่อ

ทำท่าจะยุ่งขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งแล้ว รัฐบาล คสช.ที่จะต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะเรื่องพลังงานถือว่ามีความสำคัญต่ออนาคตประเทศ

ไล่ตั้งแต่การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ ซึ่งเกิดปัญหาลุกลามจนต้องยุติไปก่อน เนื่องจากมีเสียงคัดค้านไปรอบด้าน

ได้มีการเริ่มกระบวนการกันใหม่ ด้วยการจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นอย่างรอบด้านถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา

ทำไปทำมาคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้ข้อสรุป

แต่ที่กำลังเป็นปัญหาขึ้นมาก็คือ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ซึ่งมีความเห็นแตกเป็นหลายประเด็น แม้แต่รัฐบาล คสช.เองก็ยังสับสนไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

ประเด็นที่พูดถึงกันมากก็คือ แนวคิดที่จะจัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายแต่อย่างใด

แต่มีแรงผลักดันจากเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เพื่อต้องการให้กิจการด้านพลังงานเป็นของรัฐทั้งหมด ไม่ใช่เป็นรัฐวิสาหกิจ นั่นหมายความว่ายกเลิก ปตท.ที่เห็นว่าเป็นบริษัทผูกขาด และทำให้การบริหารจัดการเอื้อกับกลุ่มผลประโยชน์

พูดง่ายๆว่ารวบเอามาไว้ที่บรรษัทน้ำมันแห่งชาติทั้งหมด

รูปแบบนี้หลายประเทศในอเมริกาใต้ได้นำมาใช้ เช่น เวเนซุเอลา เม็กซิโก ปรากฏว่า “เจ๊ง” กันไปตามๆ

กลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ของนักการเมือง และผู้มีอำนาจนำมาซึ่งความเลวร้าย จนนำประเทศไปสู่ความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ

ทั้งๆที่ประเทศเหล่านี้มีแหล่งน้ำมัน ก๊าซ ซึ่งเป็นของตัวเองแท้ๆ แต่ผลการบริหารจัดการที่ผิดพลาดจนประเทศแทบจะล่มจมไปต่อหน้าต่อตา

รัฐบาล คสช.แต่แรกก็ไม่เคยคิดที่จะให้มีการปรับรูปแบบเป็นบรรษัทแห่งชาติแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้มีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากกลุ่มที่สนับสนุน

จู่ๆเมื่อมีการเสนอกฎหมายนี้ให้ ครม.พิจารณา กลับยอมให้บรรษัทฯ โดยการให้เขียนไว้ในบทเฉพาะกาล

การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ของ สนช.ในวาระแรกผ่านมติไปเป็นที่เรียบร้อย แต่พอถึงขั้น กมธ.ได้มีการสอดไส้บรรษัทฯเข้าไปบรรจุไว้ด้วย โดยในระยะแรกจะให้กรมธนารักษ์ทำหน้าที่แทนไปก่อนจนกว่าจะมีการจัดตั้งเรียบร้อย

คณะกรรมการบริหารจัดการปิโตรเลียมประกอบไปด้วย นายกฯ เป็นประธาน ผู้แทนกรมพลังงานทหาร ผู้แทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ผู้แทนสภาทนายความ ผู้แทนสภาวิศวกร ผู้แทน คปพ. ผู้แทนภาคประชาสังคมต่างๆเป็นกรรมการ โดยมีอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นเลขานุการและผู้จัดการ

แถมอีก 5 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิจาก คสช.

มีเสียงคัดค้านทันทีจาก คปพ. ไม่เห็นด้วย เพราะด้วยรูปแบบการบริหารจัดการนั้นไม่ต่างไปจากการยกก้อนเนื้อไปให้ “ทหาร” ซึ่งผิดจากหลักการที่เคยเสนอ

คำถามก็คือ ทำไมจึงมีการสอดไส้เอาไว้ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

คำตอบก็คือ เพราะเกิดจากการผลักดันของ 6 บิ๊กทหาร ที่ให้มีการบรรจุเอาไว้ ก็คงพอจะมองเห็นภาพแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่ไม่ต้องแปลกใจก็คือ ครม.ได้เปลี่ยนแนวคิดใหม่ด้วยการยอมให้มีการบรรจุบรรษัทฯเอาไว้ในร่างกฎหมาย

สนช.อย่ายอมให้ “อำนาจแฝง” เข้ามามีอิทธิพลจนเกิดปัญหาในอนาคต.

“สายล่อฟ้า”

29 มี.ค. 2560 15:47 29 มี.ค. 2560 15:47 ไทยรัฐ