วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนละเรื่องเดียวกัน

โดย หมัดเหล็ก

ประเด็นการคัดค้านนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มาสอบเป็นครูได้นั้น ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่า เป็นความจำเป็นของวงการศึกษา เพราะมีปัญหาขาดครูในบางสาขาการเรียนการสอน เช่น สำหรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ที่ต้องใช้ครูที่มีความรู้เรื่องของกายภาพบำบัด จิตวิทยาคลินิก หรือการจัดการด้านอาชีวศึกษา ซึ่งต้องใช้ครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะ ที่ผ่านมาคุรุสภาก็ได้มีการออกหนังสืออนุญาตให้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาโดยไม่มีใบอนุญาตให้กับผู้ที่ขาดคุณสมบัติ รวมทั้งผู้มีคุณวุฒิในสาขาวิชาที่ขาดแคลน ในปี 2558 จำนวน 21,297 ราย ปี 2559 จำนวน 20,845 ราย และในปีนี้ออกหนังสืออนุญาตไปแล้วจำนวน 2,226 ราย

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ ยุทธศาสตร์ 4.0 เป็น ยุคดิจิทัล อีโคโนมี แต่การเรียนการสอนสาขาวิชาที่จะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ๆ ไม่มีการเปิดสอนจึงต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสามารถในด้านต่างๆเข้ามาสมัครเป็นครูได้ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาและสถาบันวิทยาลัยชุมชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น

ปัญหาก็คือการออกมาคัดค้านมี ผลกับการเรียนการศึกษาที่จะได้ประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาอนาคตการศึกษาของชาติ อย่างไรหรือไม่ หรือเป็นเพราะกลัวการแย่งอาชีพ หรือเป็นแค่เพราะยึดติดคำว่าอาชีพครูแค่นั้น

ที่ครูหรือสถาบันการศึกษาต้องทบทวนก็คือทำไมงบประมาณการศึกษาของประเทศปีละเป็นแสนล้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี แต่คุณภาพการศึกษากลับลดลง ทำไมนักเรียนจึงให้ความสำคัญกับการกวดวิชามากกว่าการเรียนการสอนในห้องเรียน โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันการเรียนรู้ทางสังคมออนไลน์กลับได้คำตอบมากกว่าครูหรืออาจารย์ในสถาบัน คำตอบก็คือการเรียนการสอนต้องเปิดกว้างและเสรีเพื่อเสริมสร้างภูมิปัญญาของทรัพยากรมนุษย์

มากกว่าจะมาปิดกั้นอยู่ในกรอบ นอกจากจะมีเหตุผลอื่นแอบแฝงอยู่

อีกประเด็นที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯทำหนังสือร่ายยาวเรื่องของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่มีการสอดไส้การตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ เอาไว้ สนช.จะมีการพิจารณากันในวันนี้ เนื้อหาอยู่ที่ หม่อมอุ๋ย ตั้งข้อสังเกตถึงการเข้ามามีบทบาทของ 6+1นายพล ที่เอี่ยวอยู่ในรัฐบาล และมีการแทรก มาตราที่ว่าด้วยการตั้ง บรรษัท น้ำมันแห่งชาติ ในวาระที่ 2 ทำให้เรื่องนี้ดูลึกลับซับซ้อนมีความไม่ชอบมาพากลขึ้นมาทันที

ในขณะที่กรอบเวลาต้องการให้มี พ.ร.บ.ปิโตรเลียมออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อเปิดให้มีการสัมปทานหรือจะแบ่งปันผลประโยชน์อะไรก็แล้วแต่ให้ทันกับการสิ้นสุดสัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ หรือการให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 แต่เมื่อมีการสอดแทรกเรื่องของบรรษัทน้ำมันเข้ามาเพื่อให้รัฐเข้าไปมีอำนาจในการให้สัมปทานโดยตรง

เลยเกิดอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หมากเกมนี้ต้องฝีมือ นักกฎหมายมืออาชีพ ถึงจะคิดได้ อันที่จริงกฎหมายการให้สัมปทานเดิมก็สามารถใช้งานได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่มาให้วุ่นวาย

ทั้งหมดนี้แค่ต้องการให้เกิดวิกฤติเพื่อสร้างโอกาสเท่านั้นเอง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

29 มี.ค. 2560 15:33 ไทยรัฐ