วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ชี้ 4 จุดอ่อนร่างกฎหมาย ป.ป.ช.หวั่นคนร้องทุจริตบานไม่สิ้นสุด

'มาร์ค' ชี้ 4 จุดอ่อนร่างกฎหมาย ป.ป.ช.หวั่นคนร้องทุจริตบานไม่สิ้นสุด

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ชี้ 4 จุดอ่อนร่างกฎหมาย ป.ป.ช.บังคับผู้ร้องต้องลงชื่อ หวั่นคนร้องกลัว ทำทุจริตบาน งง ป.ป.ช.ขยายอำนาจมีอาวุธปืน ยุทธภัณฑ์ แถมมีกองทุนจัดสรรงบร่วมกับรัฐบาล ส่อประโยชน์ทับซ้อน เสี่ยงเสียความเที่ยงธรรมในการตรวจสอบ เสนอให้ ปชช.เป็นผู้เสียหายร้องคดีทุจริตได้ พร้อมส่งเอกสารเสนอความเห็นต่อ กรธ.

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรค ติดตามการสัมมนาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และหากมีความจำเป็นก็จะเสนอความเห็นเป็นเอกสารต่อ กรธ.ด้วย อย่างไรก็ตามตนสนับสนุนประเด็นที่ทาง กรธ.พยายามทำเพื่อแก้ปัญหาเรื่องขั้นตอนมากเกินไป และต้องการลดงานของ ป.ป.ช.นั้นเป็นทางออกหนึ่ง แต่อยากเสนอให้มีการแยกประเภทเรื่องที่มีการร้องเรียน เช่น ผู้ที่ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งระดับไหน หากดำรงตำแหน่งระดับสูง เป็นนักการเมืองก็ควรใช้ระบบที่ให้กรรมการ ป.ป.ช.ไปเป็นประธานอนุกรรมการฯ หรือดูแลสำนวนด้วยตัวเอง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีการร้องเรียนผู้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำลงมา จะใช้เจ้าหน้าที่ทำก็ไม่เป็นไร แต่น่าจะมีการแบ่งตามระดับตำแหน่ง และมูลค่าความทุจริต ไม่อยากให้ทิ้งเรื่องการใช้อนุกรรมการที่ต้องมีหนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.เข้าไปร่วมด้วย เพราะการให้เจ้าหน้าที่ไปทำโดยคนภายนอกไม่มีทางรับรู้เลยว่า เจ้าหน้าที่มีที่มาที่ไปอย่างไรก็เป็นเรื่องอันตราย แต่ถ้าไม่มีระบบแยกคดีที่มีความสำคัญออกมา ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำอาจเกิดความไม่เป็นธรรมได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เป็นห่วงในร่างกฎหมายนี้มีหลายประเด็น 1. เดิมเวลาคนร้องเรียนเรื่องการทุจริตไม่ต้องเปิดเผยชื่อ แต่กฎหมายใหม่บอกว่าการกล่าวหาใครต้องเซ็นชื่อระบุว่าผู้กล่าวหาคือใคร ซึ่งในปัจจุบันมีคนจำนวนมากทราบเรื่องการทุจริตแต่ไม่กล้าร้องเรียน เพราะกลัวว่าจะรู้ว่าใครเป็นคนร้อง จะถูกคนที่ทุจริตมีอำนาจเล่นงาน การบังคับว่าการกล่าวหาต้องเปิดเผยชื่อ ลงลายมือชื่อ จะทำให้มีเรื่องจำนวนมากไปไม่ถึง ป.ป.ช. สุดท้ายจะทำให้การปราบปรามการทุจริตทำได้ยากขึ้น 2. มีการขยายอำนาจ ป.ป.ช.มากเกินไป ที่แปลกใจคือถึงขั้นว่า ป.ป.ช.จะได้รับการยกเว้นจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ ซึ่งตนคิดว่า ป.ป.ช.ไม่ควรสร้างจนมีลักษณะเหมือนตำรวจ ทหาร และนึกไม่ออกว่าทำไม ป.ป.ช.ต้องมีอาวุธ ยุทโธปกรณ์อยู่ด้วย และการมีเช่นนี้จะนำไปสู่อะไร โดยเห็นว่าหน้าที่ ป.ป.ช.คือ ต้องดูเรื่องการสืบสวน สอบสวน ไต่สวนการทุจริตมากกว่า

 3. ในกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีเรื่องกองทุน ป.ป.ช.บูรณาการงบประมาณ ด้านการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาล ตนมีข้อห่วงใยว่าการให้ประธาน ป.ป.ช.ไปนั่งเป็นประธานกรรมการร่วมกับนายกรัฐมนตรีในกองทุนดังกล่าว โดยมีรัฐมนตรีอีกหลายคนอยู่ในคณะ ทำงานเรื่องงบประมาณร่วมกันไม่น่าจะเป็นผลดี เพราะคนที่อยู่ใน ครม.หรือวงราชการคือคนที่ต้องถูกตรวจสอบจาก ป.ป.ช.ถ้าต้องทำงานร่วมกันเรื่องงบประมาณจะเกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความเกรงใจ ผลประโยชน์ขัดกัน หรือสร้างความเป็นเครือข่ายขึ้นมา และตัวกองทุนก็พูดเรื่องการมีสินบนซึ่งเป็นอันตรายเพราะระบบสินบนของหลายหน่วยงานในขณะนี้มีปัญหามาก

"ป.ป.ช.กับฝ่ายบริหารต้องมีระยะห่าง แม้แต่ใน รธน.ผมก็ไม่เห็นด้วยที่กำหนดว่าการร้องเรียน ป.ป.ช.ต้องผ่านประธานรัฐสภา ซึ่งปกติเป็นคนฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว ความจริงควรเหมือนเดิมที่สามารถฟ้องศาลได้เลย ซึ่งในอดีตก็มี ป.ป.ช.ชุดหนึ่งถูกฟ้องและศาลฎีกาฯ ตัดสินว่า มีความผิดด้วยที่ทำสำเร็จได้ เพราะฝ่ายค้านสามารถไปฟ้องตรง แต่เมื่อกำหนดให้ฟ้องผ่านประธานสภาก็อาจเกิดปัญหา ที่ประธานสภาไม่ส่งไปยังศาล ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่ 4 คือ อยากให้กระบวนการปราบปรามการทุจริต สามารถใช้ประโยชน์จากภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น นิยามคำว่าผู้เสียหายยังแคบไป เพราะในความเป็นจริงประชาชนคือผู้เสียหายจากการทุจริตทั้งสิ้น จึงควรระบุให้ประชาชนคือผู้เสียหายสามารถร้องเกี่ยวกับการทุจริตได้เพราะเป็นผู้เสียภาษี ส่วนที่ห่วงว่าจะทำให้เกิดการร้องเรียนไม่สิ้นสุดนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้หากร้องแบบไม่มีสาระ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จำหน่ายเรื่องได้อยู่แล้ว ไม่คิดว่าเสียเวลา เพราะที่ผ่านมา ป.ป.ช.เองก็รับหลายเรื่องที่ผู้ร้องไม่มีอะไรเลยนอกจากการตัดข่าวหนังสือพิมพ์ ดังนั้นการให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายจึงไม่ใช่เรื่องที่จะสร้างภาระให้กับ ป.ป.ช.จึงควรเปิดกว้างในส่วนของนิยามคำว่าผู้เสียหาย และเห็นว่าในร่างกฎหมายดังกล่าวยังมีการใช้ประโยชน์จากงานวิชาการ การทำงานขององค์กรภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามาเชื่อมโยงน้อยเกินไป อยากให้ปรับปรุงเพราะกฎหมายมีความสำคัญมาก เนื่องจากตามโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาเรื่องการใช้อำนาจในทางไม่ชอบ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้