วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนจีนต้องขอบคุณ work-study program

พฤศจิกายน 2559 เปิดฟ้าส่องโลกชวนผู้อ่านท่านสร้างวัดวชิรธรรมาวาส (วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 200 ปี) ใกล้บ้านผมที่ลาดกระบัง กทม. ถึงวันนี้ การก่อสร้างทำมาได้ต่อเนื่อง ด้วยการอำนวยการของ ดร.เกรียงศักดิ์ มั่นมะโนธรรม

นอกจากท่านที่ถวายเสาเข็มและนำผ้าป่าไปทอดทุกเดือนแล้ว ผมยังขออนุโมทนาบุญกับนางแฉล้ม-นายสุข เครือคล้าย ผู้ถวายที่ดิน 10 ไร่ (วัดมีที่ดิน 43 ไร่)+ถวายเงินสร้างกุฏิเจ้าอาวาส 8 ล้านบาท +สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม 21 ล้านบาท

ขณะนี้ กำลังจะลงเสาเข็มที่พักพระภิกษุสงฆ์อีก 30 ล้านบาท ท่านใดจะทำบุญ ผมขอเชิญไปที่มูลนิธิธรรมเจติยาจารย์ วัด พระศรีมหาธาตุ บางเขน หรือติดต่อคุณเฉลิมพจน์ มั่นมะโนรัตน์ 09-5423-9515 กะว่าจะสร้างกันให้เสร็จภายใน 3 ปีนี้ครับ

จากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ผมตามพ่อไปบรรยายรับใช้นักเรียนและผู้ปกครองของสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่หอประชุมฮาลา-บาลา ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยะลา สมาพันธ์ฯ มีนักเรียนในความดูแล 4 แสนคน จาก 340 โรงเรียนในปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา สตูล และพัทลุง

นักเรียนเอกชนฯ 33 คน จะไปใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยซีเป๋ยต่าฉ่วย เมืองซีอาน 1-3 เดือน ผู้ปกครองท่านหนึ่งถามว่าไปใช้ชีวิตที่จีนได้ประโยชน์อย่างไร? พ่อตอบว่าเป็นประโยชน์ทั้งต่อการพัฒนาตัวเองและต่อประเทศชาติ

ผู้ปกครองท่านเดิมกลับต่อว่า ต่อการพัฒนาตัวเองพอเข้าใจได้ แต่ต่อประเทศชาตินั้น มองไม่ออก พ่อของผมจึงยกประวัติของนายเติ้ง เสี่ยวผิง ให้ฟังว่า เติ้งเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์จีนที่นำนโยบายสี่ ทันสมัยและยอมให้ส่วนดีของเศรษฐกิจทุนนิยมเข้าไปใช้ในจีนได้ตามหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เคยมีคนสงสัยว่า วิสัยทัศน์อย่างนี้ เติ้งเอามาจากไหน?

ใครจะนึกเล่าครับ ว่าเกือบ 100 ปีที่แล้ว จีนมีโครงการ work-study program หรือ “โครงการกึ่งทำงานกึ่งเรียน” ที่ทำให้เติ้งได้เดินทางไปต่างประเทศในวัยเด็กและเมื่อโตขึ้นมา เติ้งมีวิสัยทัศน์ที่ต่างจากผู้นำคอมมิวนิสต์คนอื่นไม่ว่าจะเป็นเหมา เจ๋อตง หลิน เปียว ฮั่ว กว๋อเฟิง หรือแม้แต่จ้าว จื่อหยาง

พ.ศ.2461 เติ้ง ซีเสียน ก็กล้าลาออกจากโรงเรียนมัธยมในเมืองกว่างอาน ไปเรียนที่ฝรั่งเศสตาม “โครงการกึ่งทำงานกึ่งเรียน” ดังที่ผมได้เรียนไปแล้ว

อายุ 20 ปี เติ้ง ซีเสียน เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น เติ้ง เสี่ยวผิง ไปเรียนที่แคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศสได้เพียง 5 เดือนก็เงินหมด จึงไปทำงานในโรงงานชไนเดอร์แอนด์ซี เมืองเลอเกรอโซ ที่ผลิตรางรถไฟ เครื่องจักร ปืนใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ จากนั้นก็ต้องออกและตกงานอยู่นาน จนมาได้ทำงานในโรงงานผลิตรองเท้ากันฝน ทำได้พักหนึ่งก็ลาออกไปทำงานในโรงงานประกอบรถยนต์เรโนลต์ ก่อนออกจากฝรั่งเศสไปเรียนมหาวิทยาลัยที่สหภาพโซเวียต เรียนได้อยู่พักหนึ่งก็เดินทางกลับประเทศจีน

เติ้งไม่จบปริญญา แต่เป็นคนมีความรู้มาก เพราะมีนิสัยรักการอ่านหนังสือ เมื่อกลับมาทำงานเป็นนักปฏิวัติ ก็ไต่ไปจนได้เป็นถึงเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ในห้วงของการปฏิวัติวัฒนธรรม เติ้งถูกถอดออกจากการเมืองทุกตำแหน่งและถูกกักบริเวณอยู่นานถึง 2 ปี ได้กลับมามีอำนาจอีกครั้งก็เมื่ออายุ 69 ปี แต่ก็มาถูกปลดออกจากทุกตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 72 ปี อายุขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่น ก็ไม่ต่อสู้แล้วครับ แต่เติ้งรอจนกระทั่งเหมา เจ๋อตง ถึงแก่อสัญกรรม จึงสู้เพื่อคืนฐานะทางการเมืองขึ้นมาใหม่

การไปใช้ชีวิตในต่างประเทศตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้เติ้งคิดนโยบาย 4 ทันสมัยได้ในภายหลัง ตามด้วยการอนุญาตให้เอกชนทำการผลิตและค้าขายได้ด้วยตนเอง เมื่อคนจีนผลิตได้เอง ค้าขายได้เอง ก็มี กำลังใจในการทำงาน ต่อมาเติ้งจึงตัดสินใจเลิกระบบคอมมูนที่ดำเนินมานานถึง 26 ปี

จีนเป็นประเทศปิด เติ้งเป็นคนคิด Open-door policy หรือนโยบายเปิดประตูเพื่อเปิดการลงทุนในประเทศ มีการทดลองเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเมื่อ พ.ศ.2522 ใน 4 เขตก่อน คือ เสินเจิ้น จูไห่ ซานโถว และเซียะเหมิน เมื่อสำเร็จแล้ว เติ้งจึงค่อยๆให้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษขยายไปเมืองอื่น

นักประวัติศาสตร์หลายคนพูดตรงกันว่า ถ้าไม่มีโครงการกึ่งทำงาน-กึ่งเรียน เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว จีนอาจจะไม่มีวันนี้ก็ได้.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

29 มี.ค. 2560 09:41 ไทยรัฐ