วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เส้นทางเงินลาหู่ ตร.ชี้พันยานรก!

ผบช.ภ.5 ประชุมเครียดนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทหารวิสามัญฯ “นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่” ที่ประชุมมีการแบ่งทีมทำงาน 2 ทีม ชุดแรกดูแลประเด็นการวิสามัญฯ ส่วนอีกชุดดูแลเส้นทางยาเสพติดและการเงินของผู้ตาย ยัน “ชัยภูมิ ป่าแส” เกี่ยวข้องขบวนการค้ายาเสพติดแน่นอน ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” ผบ.ทบ. เมินกระแสเรียกร้องเปิดภาพวงจรปิดนาทีทหารวิสามัญฯ เผยส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว จะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตำรวจ วอนทุกฝ่ายใจเย็นและยินดีให้ตรวจสอบจริยธรรมแม่ทัพภาค 3

ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางกรณีเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ม.2 บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.5 ประจำจุดตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงนายชัยภูมิ หรือจะอุ๊ ป่าแส อายุ 21 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาว วิทยาคม นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าเยาวชนพื้นเมืองเสียชีวิต โดยอ้างว่า ผู้ตายพยายามต่อสู้จะใช้ลูกระเบิดปาใส่ระหว่างถูกตรวจค้นจับกุมยาเสพติด ขณะที่ญาติผู้ตายและเพื่อนนักเรียน ติดใจสงสัยเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ เรียกร้อง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ห้องประชุม บก.สส.บช.ภ.5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีเพื่อติดตามความคืบหน้า ที่ประชุมมีการแยกประเด็นกันรับผิดชอบ โดยให้ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 รับผิดชอบเส้นทางยาเสพติดและเส้นทางการเงินของนายชัยภูมิ ผู้ตายที่มีความเกี่ยวพันในคดียาเสพติด ส่วน พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน รับผิดชอบในคดีทหารวิสามัญฯโดยมีการนำพยานหลักฐานต่างๆที่รวบรวมมาได้ประมวลผลเพื่อให้สำนวนการสอบสวนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ใช้เวลาประชุมเครียดนานร่วม 2 ชม.

พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า ขอเวลาตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในคดีให้รัดกุมยิ่งขึ้น ตนเห็นว่าคดีนี้อย่าไปเร่งการทำงานของพนักงานสอบสวน ทุกอย่างต้องใช้เวลา หากทำเร็วจะผิดพลาดแล้วก็หาว่าตำรวจเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อีก ตนสั่งให้ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล หัวหน้าพนักงานสอบสวน ดูสำนวนคดีให้รัดกุม หากใครมีพยานก็นำมาให้ตำรวจได้ พร้อมที่จะรับข้อมูลทุกด้าน ส่วนเรื่องเส้นทาง การเงินของผู้ตายที่ว่าได้มาจากการขายกาแฟออนไลน์ ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่ามีเงินหมุนเวียนหลายแสนบาท คือบัญชีไม่ใช่เป็นการค้าขาย แต่เป็นบัญชีที่ทางเรามีประสบการณ์เรื่องการปราบปรามยาเสพติด คงไม่ผิดในเรื่องนี้มีการยืนยันตามหลักฐานอยู่แล้ว ตนขอยืนยันเลยว่าผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแน่นอน และไม่ใช่มีแต่นายชัยภูมิ ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ส่วนเรื่องลูกระเบิดที่พบก็ส่งไปยังสรรพาวุธเพื่อตรวจสอบคงจะมีรายงานมาถึงพนักงานสอบสวนเร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสรุปและตอบกระแสสังคมอย่างไร พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า ขอให้ใจเย็นๆเรื่องนี้กฎหมายให้กรอบอยู่ แม้แต่การฝากขังผู้ต้องหาจะกี่วันกี่ผัดฟ้อง การสอบสวนมีเวลาของมันอย่าไปเร่ง ตนสั่งให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนดูแลคดีอยู่ ให้อำนาจเต็มที่ไม่ได้ไปบีบให้เร่งทำคดี เพราะจะถูกมองในทางที่ไม่ดี ให้อิสระในการทำคดี ส่วนที่ถามว่าจะตอบคำถามขององค์กรสิทธิมนุษยชนได้อย่างไร ก็ขอถามกลับว่า ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ก็ควรมาดูเรื่องสิทธิมนุษยชนให้ด้วย

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารมอบพยานหลักฐานโดยเฉพาะกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นรถผู้ตายว่า เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องไปรวบรวมพยานหลักฐาน ตนสั่งการให้ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา คดีนี้ไม่หนักใจเพราะคดีไม่มีความซับซ้อน หลังจากนี้จะเชิญเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล เป็นไปตามขั้นตอน เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการจับคดียาเสพติดบ่อยครั้ง บางครั้งมีการต่อสู้ยิงปะทะ เพราะขบวนการค้ายาเสพติดมีการพกพาอาวุธเพื่อต่อสู้อยู่แล้ว ที่ผ่านมา ผบช.ภ.5 รายงานว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและถูกวิสามัญฯมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการ

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดกับสาธารณชนได้ เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ และยังเป็นพยานหลักฐานในสำนวนคดี หากเปิดเผยจะมีผลกระทบต่อรูปคดี แต่ตำรวจยืนยันจะรวบรวมพยานหลักฐานในทุกมิติ รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน พยานแวดล้อมอย่างรอบคอบ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม ที่ผ่านมาทางกองทัพไม่ได้กำชับ หรือเข้ามาแทรกแซงการทำงานแต่อย่างใด และเชื่อว่า พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนทันกรอบเวลาสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ

ส่วน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่ทหารทำเกินกว่าเหตุในประเด็นวิสามัญฯนักกิจกรรมชาวลาหู่ว่า ตอนนี้คดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนได้ชี้แจง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหมแล้ว หลังเกิดเหตุว่า เป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว เมื่อคดีเข้าสู่กระบวน การยุติธรรมแล้วก็เป็นเรื่องพยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย คดีดังกล่าวแยกเป็น 2 คดี โดยกองทัพบกพร้อมทำหน้าที่ หากผู้ใต้บังคับบัญชากระทำการเกินกว่าเหตุก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้แจงนั้น คิดว่าตราบใดที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงมาก็ไม่ควรกล่าวหาว่าใครเป็นอย่างไร

ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ส่วนที่กองทัพภาคที่ 3 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วยนั้น เป็นการสอบสวนคู่ขนานเมื่อสังคมเกิดความสงสัย เป็นการตรวจสอบภายใน ขณะนี้คณะกรรมการได้รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นมาให้ตนรับทราบแล้ว แต่ไม่ควรพูด เพราะจะเป็นการชี้นำคดีและคิดว่าไม่จำเป็นต้องนำผลสรุปของคณะกรรมการดังกล่าวไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อถามถึงกรณีที่มีการระบุว่า จะมีการเปิดเผยภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด แต่ตอนหลังกลับนำภาพดังกล่าวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ได้พูดว่าให้เปิดเผยหรือไม่เปิดเผย แต่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานประกอบคดี ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาเปิดเผยหรือไม่ ตนไม่มีปัญหา

เมื่อถามอีกว่า ส่วนตัวที่ดูภาพแล้วเกิดข้อสงสัยหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ตนสงสัยไม่ได้เพราะถ้าสงสัยก็จะไปรบกวนการดำเนินคดีของตำรวจ ภาพวงจรปิดไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมดว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการไป อย่าใช้กระแส ถ้าหลักฐานชัดเจนว่ากระทำการเกินกว่าเหตุ พลทหารคนดังกล่าวและหน่วยต้นสังกัดก็จะต้องรับผิดชอบ เรื่องกล้องวงจรปิดถือว่าจบ เมื่อถึงขั้นตอนการดำเนินคดี ตนจะไม่ไป แทรกแซงหรือสั่งเขาว่าให้ดูหรือไม่ให้ดู ขอให้สังคมรออีกนิด เนื่องจากเป็นเรื่องของความยุติธรรม

ส่วนที่สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นเรื่องกับผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ออกมาระบุว่า “ถ้าเป็นผม ผมอาจกดออโต้ไปแล้วก็ได้” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ยินดีให้ตรวจสอบ แต่ตนก็เข้าใจแม่ทัพภาคที่ 3 ที่พูดแบบนั้น หมายความว่าลูกน้องมีวินัยและฝึกมาดีจึงยิงไปแค่นัดเดียว เมื่อถามด้วยว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า คดีก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นก็มีลักษณะคล้ายกัน พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ทุกเรื่องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิสูจน์ทราบ หากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ ตนจะไม่โอบอุ้มอย่างเด็ดขาด กองทัพต้องยืนในจุดที่เหมาะสม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เปิดภาพกล้องวงจรปิดการวิสามัญฯนักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ว่า ในเรื่องการเปิดเผยภาพว่ามีภาพในกล้องวงจรปิด ตนคิดว่าอยู่ในขั้นตอนของฝ่ายกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นวัตถุพยานที่จะต้องไปหาข้อเท็จจริง อย่าเพิ่งตัดสินอะไร และการนำมาเปิดเผยก่อนไม่น่าจะได้เพราะจะกระทบกับการพิจารณาคดี หากชัดเจนแล้วก็น่าจะเปิดเผยภาพได้ ตนคิดแบบนั้น ตนบอกแล้วว่าผิดก็ต้องลงโทษไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ต้องลงโทษ กฎหมายว่าอย่างไรก็ตามนั้น