วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝันมท.สะดุด วิลล่าชายเลน ประเคนต่างด้าว ทช.เบรกสุดตัว!

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรฯ ขวางกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมให้พื้นที่ป่าชายเลนที่ระนองสร้างวิลล่า สนามกีฬา ซุปเปอร์มาร์ท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนต่างด้าว ชี้เป็นพื้นที่บุกรุกใหม่แถมยังติดคดี เผย ครม.เคยมีมติปี 2543 ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ในป่าชายเลนทุกกรณีทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะที่ “ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์” จวกไม่มีประเทศไหนทำ เอาสมบัติชาติไปแลกกับการสร้างบ้านให้ชาวต่างชาติอยู่ ขณะที่คนไทยแท้ๆยังอยู่ในสลัมแออัด

กรณีกระทรวงมหาดไทยทำหนังสือถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ 13 จังหวัด ขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นการเฉพาะเพื่อสร้างอาคารชุดใน จ.ระนอง ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว รวม 64,212 คน โดยให้เพิกถอนสภาพป่าชายเลน 2 แปลง บริเวณหลังป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 (ซอยหลังโรงเจ) ต.บางริ้น อ.เมือง จำนวน 120 ไร่ และที่ดินบริเวณบ้านปากคลอง หมู่ที่ 1 (ซอยแพแหวนทอง) ต.ปากน้ำ อ.เมือง อีกประมาณ 73 ไร่ เพื่อให้เอกชนมาลงทุนก่อสร้างโดยสัมปทานหรือเช่าพื้นที่ทำโครงการในรูปแบบวิลล่า มีการดูแลรักษา ความปลอดภัย พื้นที่พักผ่อน สนามกีฬา ร้านซุปเปอร์มาร์ท เป็นต้น รวมทั้งขอยกเว้นกฎหมายผังเมือง เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียว พร้อมทั้งระบุด้วยว่า หากได้รับอนุมัติโครงการจะแล้วเสร็จภายใน 10 เดือนนั้น

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทช.จะตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีการขอมาว่าอยู่ในพื้นที่ตรวจยึดหรือไม่ ที่ผ่านมามีการบุกรุกหรือไม่ มีคดีที่ค้างอยู่หรือไม่ ที่สำคัญกระทบต่อระบบนิเวศหรือไม่ ในช่วงต้นเดือน เม.ย. แต่เบื้องต้นได้ตรวจสอบจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าป่าชายเลนที่มีการขอมา 2 แปลงนั้นเดิมเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ติดกับทะเล เริ่มมีการบุกรุกในปี 2553 ก่อนที่ปี 2557 จะมีการบุกรุกอย่างหนักถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีคดีการจับกุม คดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนถึง 9 คดี ที่สำคัญพื้นที่ป่าชายเลนนั้น มติ ครม. เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2543 ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ในป่าชายเลนทุกกรณี ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ป่าชายเลนได้ฟื้นตัวสู่ความอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เป็นข้อมูลในการเสนอตามขั้นตอนว่า ควรอนุญาตให้เพิกถอนพื้นที่ป่าชายเลนหรือไม่

รองอธิบดี ทช. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญก่อนหน้านี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระนอง เคยขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ ที่กระทรวงมหาดไทยจะขอให้มีการเพิกถอน จำนวน 2 แปลง แปลงแรก 242 ไร่เศษ แปลงที่สอง 224 ไร่เศษ ปรากฏว่า อบจ.ระนอง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ตกลง เช่น ดำเนินการปลูกป่า บำรุงรักษาป่า ชายเลนที่ปลูกต่อเนื่องในปีที่ 2 ถึงปีที่ 6 เป็นต้น จนส่งผลกระทบต่อป่าชายเลนที่ถูกขอใช้พื้นที่ป่า ซึ่งเหตุผลทั้งหมดก็ต้องนำมาใช้ประกอบในการอนุญาต นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรฯยังมีนโยบายในการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ดังนั้น การขอให้การเพิกถอนป่าชายเลนก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบรัดกุม

เมื่อถามว่า หากจะนำพื้นที่ดังกล่าวไปสร้างเป็นชุมชนแรงงานต่างด้าวเหมาะสมหรือไม่ นายศักดิ์ดากล่าวว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น เนื่องจากต้องรอหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งมาอย่างเป็นทางการเสียก่อนจึงจะตอบเรื่องนี้ได้ แต่ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ วันที่ 29 มี.ค.จะนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่ทั้งหมด

ขณะที่นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่จะเอาพื้นที่ป่าชายเลนไปใช้ประโยชน์ฟังไม่ค่อยขึ้น เรื่องแรงงานต่างด้าวไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง ส่วนเรื่องที่บอกว่า หาก ครม.อนุญาตให้ดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว จะต้องจ่ายค่าชดเชย 20 เท่า หรือต้องให้งบประมาณเพื่อไปปลูกป่าชายเลนชดเชยไม่ต่ำกว่า 4,000 ไร่ ไม่มีที่ไหนเขาทำที่เอา พื้นที่ป่ามาแล้วไปหาที่ใหม่เพื่อปลูกชดเชย

เมื่อถามว่าหากตรวจสอบพบว่า พื้นที่ป่า ชายเลนดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจริง มีความชอบธรรมที่จะใช้ทำโครงการนี้หรือไม่ นายธรณ์กล่าวว่า หากเห็นว่าเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม สิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการคือ เข้าไปฟื้นฟูให้ความสมบูรณ์ในพื้นที่กลับคืนมา ไม่ใช่เอาโครงการขนาดใหญ่หรืออย่างอื่นมาใส่แทน เพื่อให้เสื่อมโทรมยิ่งกว่าเดิม ประเทศไทยไม่ควรเอาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติของชาติไปแลกกับการสร้างบ้านให้ชาวต่างชาติอยู่ ในขณะที่มีคนไทยจำนวนมากมาย ที่ยังอยู่ในสลัมแออัด ปราศจากคุณภาพชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นส่วนป้องกันและปราบปราม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลการขอพื้นที่ป่าชายเลนจากกระทรวงมหาดไทย พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว ป่าคลองเกาะสุย อยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ตามมติ ครม. ซึ่งมีการทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังการประกาศเป็นที่ดินของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยมีสถานะทางกฎหมาย ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุก ไม่ใช่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมแต่อย่างใด และที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ผูกพันภาระทางกฎหมายของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ โดยในท้องที่หมู่ที่ 5 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง มีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน บุกรุกใหม่ จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย รวมเนื้อที่ 40-1-72 ไร่และในท้องที่หมู่ที่ 1 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง มีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน บุกรุกใหม่ จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย รวมเนื้อที่ 0-1-12 ไร่ ปัจจุบันสถานะทางคดียังไม่สิ้นสุด ซึ่งบางพื้นที่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพป่าชายเลนได้

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรฯ ขวางกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมให้พื้นที่ป่าชายเลนที่ระนองสร้างวิลล่า สนามกีฬา ซุปเปอร์มาร์ท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนต่างด้าว ชี้เป็นพื้นที่บุกรุกใหม่แถมยังติดคดี... 29 มี.ค. 2560 07:41 ไทยรัฐ