วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แผนนำป่าชายเลนระนองทำวิลลาให้ต่างด้าวอยู่ส่อแห้ว ชี้ขัด มติครม.ปี43

โครงการขอนำพื้นที่ป่าชายเลน จ.ระนอง สร้างวิลล่า สนามกีฬา ซุปเปอร์มาร์ท ให้แรงงานต่างด้าวส่อแห้ว ทช.ชี้เป็นพื้นที่บุกรุกใหม่แถมยังติดคดี เผย ครม.เคยมีมติปี43 ห้ามรัฐและเอกชนใช้ประโยชน์ทุกกรณี 'อ.ธรณ์' จวกไม่มีประเทศไหนทำกัน...

กรณีกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นการเฉพาะเพื่อสร้างอาคารชุดใน จ.ระนอง ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว รวม 64,212 คน โดยให้เพิกถอนสภาพป่าชายเลน 2 แปลงบริเวณหลังป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมู่ที่ 5(ซอยหลังโรงเจ) ต.บางริ้น อ.เมือง จำนวน 120 ไร่ และที่ดินบริเวณบ้านปากคลอง หมู่ที่ 1(ซอยแพแหวนทอง) ต.ปากน้ำ อ.เมือง อีกประมาณ 73 ไร่ เพื่อให้เอกชนมาลงทุนก่อสร้างโดยสัมปทานหรือเช่าพื้นที่ทำโครงการในรูปแบบวิลล่า มีการดูแลรักษาความปลอดภัย พื้นที่พักผ่อน สนามกีฬา ร้านซุปเปอร์มาร์ท เป็นต้น รวมทั้งขอยกเว้นกฎหมายผังเมือง เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียวพร้อมทั้งระบุด้วยว่า หากได้รับอนุมัติโครงการจะแล้วเสร็จภายใน 10 เดือนนั้น

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ทช.จะตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบพื้นที่ ที่มีการขอมาว่าอยู่ในพื้นที่ตรวจยึดหรือไม่ ที่ผ่านมามีการบุกรุกหรือไม่ และมีคดีที่ค้างอยู่หรือไม่ ที่สำคัญกระทบต่อระบบนิเวศหรือไม่ ในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้ตรวจสอบจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าป่าชายเลนที่มีการขอมา 2 แปลงนั้น เดิมเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ติดกับทะเล และเริ่มมีการบุกรุกในปี 2553 ก่อนที่ ปี 2557 จะมีการบุกรุกอย่างหนักถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีคดีการจับกุม คดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายชายเลน ถึง 9 คดี ที่สำคัญ พื้นที่ป่าชายเลนนั้น มติ ครม.เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2543 ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ในป่าชายเลนทุกกรณี ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้ป่าชายเลนได้ฟื้นตัวสู่ความอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เป็นข้อมูลในการเสนอตามขั้นตอนว่า ควรอนุญาตให้เพิกถอนพื้นที่ป่าชายเลน หรือไม่

รองอธิบดี ทช.กล่าวต่อว่า ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ องค์การการบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ระนอง เคยขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ ที่กระทรวงมหาดไทยจะขอให้มีการเพิกถอน จำนวน 2 แปลง แปลงแรก 242 ไร่เศษ และแปลงที่สอง 224 ไร่ เศษ ปรากฏว่า อบจ.ระนอง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ตกลง เช่น ดำเนินการปลูกป่า และบำรุงรักษาป่าชายเลนที่ปลูกต่อเนื่องในปีที่ 2 ถึงปีที่ 6 เป็นต้น จนส่งผลกระทบต่อป่าชายเลนที่ถูกขอใช้พื้นที่ป่า เหตุผลทั้งหมดก็ต้องนำมาใช้ประกอบในการอนุญาต นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ ยังมีนโยบายในการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ดังนั้น การขอให้การเพิกถอนป่าชายเลนก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบรัดกุม

เมื่อถามว่าหากจะนำพื้นที่ดังกล่าวไปสร้างเป็นชุมชนแรงงานต่างด้าวเหมาะสมหรือไม่ นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น เนื่องจากต้องรอหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งมาอย่างเป็นทางการเสียก่อนจึง จะตอบเรื่องนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามในการประชุมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรฯ วันที่ 29 มี.ค.นี้ กรมฯ จะนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่ทั้งหมด

ขณะที่นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่จะเอาพื้นที่ป่าชายเลนไปใช้ประโยชน์ก็ฟังไม่ค่อยขึ้นนัก เรี่องแรงงานต่างด้าวไม่ใช่เรื่องของความมั่นคง ส่วนเรื่องที่บอกว่า หาก ครม.อนุญาตให้ดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว จะต้องจ่ายค่าชดเชย 20 เท่า หรือต้องให้งบประมาณเพื่อไปปลูกป่าชายเลนชดเชย ไม่ต่ำกว่า 4,000 ไร่ นั้นไม่มีที่ไหนเขาทำกันที่เอาพื้นที่ป่ามาแล้วไปหาที่ใหม่เพื่อปลูกชดเชย

เมื่อถามว่าหากตรวจสอบพบว่า พื้นที่ป่าชายเลนดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจริง  มีความชอบธรรมที่จะใช้ทำโครงการนี้หรือไม่ รองคณะบดีคณะประมง ม.เกษตรฯ กล่าวว่า หากเห็นว่าเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม สิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการก็คือ เข้าไปฟื้นฟูเพื่อให้ความสมบูรณ์ในพื้นที่กลับคืนมา ไม่ใช่เอาโครงการขนาดใหญ่หรืออย่างอื่นมาใส่แทน เพื่อให้เสื่อมโทรมยิ่งกว่าเดิม ประเทศไทยไม่ควรเอาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติของชาติ ไปแลกกับการสร้างบ้านให้ชาวต่างชาติอยู่ ในขณะที่มีคนไทยจำนวนมากมาย ที่ยังอยู่ในสลัมแออัด ปราศจากคุณภาพชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเบื้องต้นส่วนป้องกันและปราบปราม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลการข้อพื้นที่ป่าชายเลนจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย และอยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ตามมติ ครม.ซึ่งมีการทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังการประกาศเป็นที่ดินของรัฐตามกฏหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยมีสถานะทางกฏหมาย ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุก ไม่ใช่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมแต่อย่างใดและที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ผูกพันภาระทางกฏหมายของกรมทรัพยากรทางทะเลฯ โดยในท้องที่หมู่ที่ 5 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง มีคดีบุกรุกฟื้นที่ป่าชายเลน บุกรุกใหม่ จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย รวมเนื้อที่ 40 - 1 - 72 ไร่และในท้องที่หมู่ที่ 1 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง มีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน บุกรุกใหม่ จำนวน 8 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย รวมเนื้อที่ 0 - 1 -12 ไร่ ปัจจุบันสถานะทางคดียังไม่สิ้นสุด ซึ่งบางพื้นที่สามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพป่าชายเลนได้.

โครงการขอนำพื้นที่ป่าชายเลน จ.ระนอง สร้างวิลล่า สนามกีฬา ซุปเปอร์มาร์ท ให้แรงงานต่างด้าวส่อแห้ว ทช.ชี้เป็นพื้นที่บุกรุกใหม่แถมยังติดคดี เผย ครม.เคยมีมติปี43 ห้ามรัฐและเอกชนใช้ประโยชน์ทุกกรณี 'อ.ธรณ์' จวกไม่มีประเทศไหนทำกัน... 28 มี.ค. 2560 21:40 29 มี.ค. 2560 00:42 ไทยรัฐ