วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ทักษิณ' ตั้งทีมทนาย จ่ออุทธรณ์ภาษีหุ้นชินฯ ลุยฟ้อง ม.157 รักษาสิทธิ์

'ทักษิณ' ตั้งทีมทนาย จ่ออุทธรณ์ภาษีหุ้นชินฯ ลุยฟ้อง ม.157 รักษาสิทธิ์

  • Share:

"นพดล" เผย "ทักษิณ" เตรียมใช้สิทธิ์อุทธรณ์ ใน 30 วัน ปมรัฐไล่บี้รีดภาษีหุ้นชินฯ พร้อมตั้งทีมทนายความโต้กลับคดี หลังกรมสรรพากรแปะโนติสหน้า "จันทร์ส่องหล้า" ลุยฟ้อง ม.157 รักษาสิทธิ์

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 ที่ รร.เอสซีปาร์ค นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ในฐานะทีมกฎหมาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวภายหลังเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ได้ปิดเอกสารการประเมินเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ 1.7 หมื่นล้านบาท ในวันนี้ว่า ทีมกฎหมายเห็นว่า นายทักษิณไม่มีภาระภาษีตามกฎหมายมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นนายทักษิณผู้ถูกประเมินจะใช้สิทธิ์อุทธรณ์เรื่องนี้ ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในเวลา 30 วัน ซึ่งขณะนี้ได้ฟอร์มทีมนักกฎหมายขึ้นมา เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าจะสามารถอุทธรณ์และชี้แจงได้ทุกประเด็น ทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ทั้งนี้ ตนเห็นว่าเจ้าหน้าที่จะสรุปว่ามีการซื้อขายหุ้นดังกล่าวระหว่างแอมเพิลริช กับนายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา ชินวัตร เพื่อประเมินภาษีได้อย่างไร ในเมื่อหุ้นเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทักษิณและภรรยามาตั้งแต่ต้น ธุรกรรมซื้อขายดังกล่าวจึงถือเสมือนว่าไม่ได้เกิดขึ้น จึงไม่มีเงินได้และภาระภาษี

นายนพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น การขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กกระทำผ่านตลาดหลักทรัพย์ จึงไม่มีภาระภาษีที่สำคัญ เรื่องภาษีนี้จบไปนานแล้ว ขาดอายุความไปแล้ว ไม่สามารถขยายเวลาเพื่อประเมินภาษีได้ ทั้งนี้เรื่องภาษีเกี่ยวกับหุ้นชินคอร์ปผ่านมาร่วม 10 ปี และหลายรัฐบาล แต่ทำไมยังมีความพยายามที่จะประเมินภาษีอีก แม้แต่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ให้สัมภาษณ์เองว่า กรมสรรพากรระบุว่า เรื่องนี้ดำเนินการไม่ได้ แต่ทำไมวันนี้ยังติดประกาศประเมินภาษีอีก จึงมีคำถามว่าการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการดำเนินการที่เท่าเทียม เสมอภาค สอดคล้องกับหลักนิติธรรมแล้วหรือไม่ ดังนั้นในกรณีที่มีการดำเนินการใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักนิติธรรม มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย นายทักษิณจึงขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการฟ้องร้องตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นๆ และดำเนินการอื่นๆ ที่จำเป็นตามกระบวนการยุติธรรมในเวลาต่อไป เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนและเพื่อรักษาระบบกฎหมายและหลักนิติธรรม เนื่องจากหลักนิติธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ และของประเทศเป็นอย่างยิ่ง แม้จะอยู่ในต่างประเทศ แต่ก็ยังอยากเห็นประเทศมีหลักนิติธรรมที่จะนำไปสู่ความปรองดอง

เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์ในเรื่องดังกล่าว ทางทีมทนายจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายนพดล กล่าวว่า ทีมทนายเชื่อว่าจะมีสาระสำคัญการต่อสู้ทางกฎหมายและข้อเท็จจริง หวังว่าคณะกรรมการฯ จะรับอุทธรณ์ด้วยดี ส่วนผลจะเป็นอย่างไรคงสรุปตอนนี้ไม่ได้ แต่จะมีกระบวนการต่อเนื่องไปในชั้นศาลภาษีอากรกลาง

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการไม่ยอมรับกระบวนการเรียกเก็บภาษีซึ่งไม่ชอบธรรมตั้งแต่ต้น แต่เมื่อจะใช้สิทธิ์อุทธรณ์เท่ากับว่าเป็นการยอมรับกระบวนการนี้หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า เราจำเป็นต้องใช้สิทธิ์อุทธรณ์ แล้วเราสามารถพูดได้ว่าไม่มีหลักอภินิหารทางกฎหมาย มีแต่หลักนิติธรรม ซึ่งเราจะไปเขียนในคำอุทธรณ์ว่าเรื่องนี้จบสิ้นไปแล้ว ไม่สามารถใช้อภินิหารทางกฎหมายเพื่อมาบอกว่ายังไม่ขาดอายุความ ขณะเดียวกันมีเนื้อหาสาระทางกฎหมายไม่ต้องมีความรับผิดภาษีทางกฎหมายแต่ต้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้