วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 องค์กรวิชาชีพสื่อ ถกปรองดอง ย้ำจุดยืนค้าน พ.ร.บ.คุมสื่อฯ

5 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมถกเวทีปรองดอง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยร่าง พ.ร.บ.ควบคุมสื่อฯ พร้อมไม่เห็นด้วยปมสั่งปิดวอยซ์จอดำ

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 60 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญภาคประชาสังคมเข้าให้ข้อคิดเห็นเสนอเเนวทางสร้างความปรองดอง 10 ประเด็นต่อเนื่อง โดยวันนี้เป็นคิวขององค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ นำโดย นายปราเมศ เหล็กเพ็ชร์ นายกสมาคมฯ และนายมงคล บางประภา อุปนายกฯ

ด้านสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นำโดย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาฯ และนายชาย ปถะคามินทร์ เลขาธิการฯ ด้านสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย นำโดย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมฯ นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม เลขาธิการฯ ด้านสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย นำโดย นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ประธานสภาฯ และนายโกศล สงเนียม เลขาธิการฯ และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ นำโดย นายวิชัย สอนเรือง กรรมการสมาคมฯ ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายจะมีภาคประชาสังคม ด้านองค์กรด้านสาธารณสุขเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในลำดับต่อไป

จากนั้นในช่วงบ่าย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สื่อมีบทบาทที่จะสะท้อนความเห็นของส่วนต่างๆ ในสังคม เพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสื่อโดยตรงนั้นคือ การตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้สื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง และสร้างความแตกแยก ซึ่งทางองค์กรวิชาชีพสื่อย้ำมาตลอดว่าสื่อไม่ได้เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกแยก ด้วยตัวสื่อเองหรือเพื่อผลประโยชน์ทางด้านการเมือง หากพูดถึงวิธีป้องกันนั้นก็จะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง มีความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎระเบียบของสังคมประชาธิปไตย ทั้งนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อนั้นได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาตลอดกับ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อ จะนำไปสู่การสร้างกลไกสภาวิชาชีพสื่อแห่งชาติ ที่จะเป็นการเปิดช่องว่างให้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงได้ และจะสามารถใช้สื่อเป็นเครื่องมือได้ง่าย ซึ่งทั้ง 5 องค์กรได้มีความเห็นชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว

เมื่อถามต่อถึงกรณีการสั่งพักใช้ใบอนุญาต วอยซ์ทีวี 7 วัน นายเทพชัย กล่าวว่า การสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน เป็นการแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยยังไม่อยู่ในภาวะปกติ และยังมีอำนาจที่พร้อมจะถูกใช้เพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการนำเสนอของสื่อมวลชน ทั้งที่รัฐบาลพยายามสร้างความปรองดอง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า สังคมกำลังจะก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่

ด้านนายชวรงค์ กล่าวว่า พวกเราพยายามที่จะชี้ให้อนุกรรมการเห็นถึงความแตกต่าง และความสำคัญของสื่อกระแสหลักว่ายังมีความจำเป็น เพราะทุกวันนี้มีข่าวที่ยังเป็นข่าวหลอกในโซเชียลมีเดียเยอะ และทุกวันนี้คนที่ทำหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงของข่าวก็คือสื่อกระแสหลัก จึงพยายามที่จะบอกว่า ไม่ควรทำอะไรที่เป็นการจำกัดการทำหน้าที่ของสื่อกระแสหลัก ยิ่งจะออกกฎหมายในการคุมสื่อกระแสหลัก ก็เป็นเรื่องที่อนุกรรมการควรทบทวน

ส่วน นายมงคล กล่าวว่า สื่อกระแสหลักต้องรักษาจุดยืนในการเป็นแบบอย่างการนำเสนอข่าวสาร ไม่อย่างนั้นสังคมจะมองไม่เห็นถึงความแตกต่างของการทำหน้าที่และคุณค่าของสื่อสารมวลชน ทั้งนี้ องค์กรสื่อฯ มีความต้องการที่จะให้สังคมไม่กลับไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรงอีก ทั้งนี้ หวังว่าทุกฝ่ายจะดำเนินการเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดอง

5 องค์กรวิชาชีพสื่อ ร่วมถกเวทีปรองดอง แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยร่าง พ.ร.บ.ควบคุมสื่อฯ พร้อมไม่เห็นด้วยปมสั่งปิดวอยซ์จอดำ 28 มี.ค. 2560 15:36 ไทยรัฐ