วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรวจวัดปริมาณไข่ ทางเลือกช่วยคนมีบุตรยาก

ยุคนี้ผู้หญิงเรากว่าจะตัดสินใจแต่งงาน อายุก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามที่ตามมาคือแล้วจะมีลูกยากหรือไม่ ซึ่งคนเราเมื่ออายุมากขึ้นไข่ในรังไข่ของผู้หญิงสำหรับการตั้งครรภ์จะลดลงเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของปริมาณและคุณภาพ และจะหมดไปในช่วง 5 ปีก่อนเข้าสู่วัยทอง ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ไม่สามารถเอาชนะกฎธรรมชาตินี้ได้ ทำให้ผู้หญิงวางแผนจะมีลูกเมื่ออายุมากประสบปัญหามีบุตรยาก ต้องหันไปพึ่งพาเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือการผสมเทียม เพื่อแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก

อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ได้คิดค้นวิธีการตรวจวัดปริมาณไข่ในร่างกายว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม ผ่านการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมนแอนตี้มูลเลอเรียน (Anti-Müllerian Hormone) หรือ AMH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากฟองไข่ในรังไข่ ปริมาณของฮอร์โมนจึงสัมพันธ์กับปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ของผู้หญิง ผศ.พญ.พรทิพย์ สิรยาภิวัฒน์ สูตินรีแพทย์และแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การตรวจฮอร์โมน AMH สามารถช่วยให้แพทย์ประเมินว่าจะมีโอกาสได้ไข่จากการกระตุ้นมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ อาทิ การทำเด็กหลอดแก้ว(IVF) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย สอดคล้องกับมุมมองของ พญ.เกียง ฮุน นู ผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF จากโรงพยาบาลมี ดุ๊ก เจเนอรัล ประเทศเวียดนาม ที่กล่าวว่า ปกติผู้หญิงเราจะมีไข่ประมาณ 2 ล้านฟองในรังไข่ ถือเป็นจำนวนไข่ทั้งหมดในชีวิตของผู้หญิง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจำนวนไข่ที่เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์จะลดลงเรื่อยๆ การตรวจฮอร์โมน AMH จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากน้อยเพียงใด

ข้อดีของการตรวจฮอร์โมน AMH คือทำได้ง่ายดายและสะดวก ด้วยการเจาะเลือด ไม่ต้องงดน้ำและอาหารล่วงหน้า สามารถตรวจวันไหนก็ได้โดยไม่ต้องรอช่วงเวลาให้มีรอบเดือนแบบการตรวจสมัยก่อน แถมยังทราบผลในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการตรวจฮอร์โมน AMH เพื่อคาดการณ์ปริมาณไข่ที่เหลือในรังไข่ รวมถึงการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสภาวะการเจริญพันธุ์ของผู้มีบุตรยาก และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนแนวทางการรักษาภาวะการมีบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น.