วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กเจี๊ยบ' ยันลูกน้องป้องกันตัว เหตุลั่นไกปลิดชีพ 'หนุ่มลาหู่'

"บิ๊กเจี๊ยบ" ย้ำ จนท.ป้องกันตัวเอง เหตุวิสามัญ "ชัยภูมิ ป่าแส" นักกิจกรรมลาหู่ ยันส่งหลักฐานให้ ตร.ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมินเรียกร้องเปิดภาพวงจรปิด ลั่น ถ้า มทภ.3 ผิดจริง ยินดีให้สอบจริยธรรม

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 60 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่ทหารทำเกินกว่าเหตุ ในประเด็นวิสามัญ นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ ว่า คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งได้ชี้แจงกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แล้วว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัว ทั้งนี้ คดีดังกล่าวได้แยกเป็น 2 คดี โดยกองทัพบกพร้อมทำหน้าที่ หากผู้ใต้บังคับบัญชาของตนกระทำการเกินกว่าเหตุ ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้แจงนั้น ตนคิดว่าตราบใดที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงมา ก็ไม่ควรกล่าวหาว่าใครเป็นอย่างไร ส่วนที่มีการตั้งคณะกรรมการกองทัพภาคที่ 3 เป็นการสอบสวนคู่ขนานเมื่อสังคมเกิดความสงสัย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการได้รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นมาให้ตนรับทราบแล้ว แต่ไม่ควรพูด เพราะจะเป็นการชี้นำคดี และคิดว่าไม่จำเป็นต้องนำผลสรุปของคณะกรรมการดังกล่าวไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการระบุว่า จะมีการเปิดเผยภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) แต่ตอนหลังกลับนำภาพดังกล่าวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดว่าให้เปิดเผยหรือไม่เปิดเผย แต่มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานประกอบคดี ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาเปิดเผยหรือไม่ ตนไม่มีปัญหา 

เมื่อถามว่า แต่ยังมีหลายกระแสเรียกร้องให้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนไม่สนใจกระแส เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ไม่ขอก้าวก่าย ทั้งนี้ ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นว่าไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด หากมีการเปิดให้หลายคนดูก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาต่างคนต่างมองประเด็นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ไม่มีความสงสัยอะไร ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป อย่าใช้กระแส และตนจะไม่ไปแทรกแซงหรือสั่งเขาว่าให้ดูหรือไม่ให้ดู
                
เมื่อถามถึงกรณีที่สมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ระบุว่า "ถ้าเป็นผม ผมอาจกดออโตไปแล้วก็ได้" นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ยินดีให้ตรวจสอบ แต่ตนก็เข้าใจแม่ทัพภาคที่ 3 ที่พูดแบบนั้นหมายความว่าลูกน้องมีวินัยและฝึกมาดีจึงยิงไปแค่นัดเดียว ถ้าเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ก็อาจจะหลุดออโตออกไป แต่เมื่อมีการตัดประโยคนี้ออกไปก็ทำให้ดูเป็นคนก้าวร้าวและรุนแรง ซึ่งลักษณะนี้อยู่ที่การตีความ ตนคิดว่าสังคมเข้าใจแม่ทัพภาคที่ 3 ว่าคิดอะไร บางครั้งอยู่หน้ากล้องสื่อมวลชนอาจรู้สึกตื่นเต้นคิดจะพูดอีกแบบ แต่อาจพูดไม่ครบก็ไปเข้าล็อกจนเกิดการตีความ แต่ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 3 ก็ยอมรับสิ่งที่พูดว่าเจตนาแบบหนึ่ง แต่เมื่อสังคมสงสัยแบบหนึ่งก็สามารถดำเนินการได้ ตนได้บอกว่าการมาอยู่ตรงนี้เรื่องการพูดจาต้องระมัดระวัง เพราะบางทีความจริงใจอาจใช้ไม่ได้ในทุกสถานการณ์
                
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นก็มีลักษณะคล้ายกัน พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ทุกเรื่องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ หากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบ ตนจะไม่โอบอุ้มอย่างเด็ดขาด กองทัพต้องยืนในจุดที่เหมาะสม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

"บิ๊กเจี๊ยบ" ย้ำ จนท.ป้องกันตัวเอง เหตุวิสามัญ "ชัยภูมิ ป่าแส" นักกิจกรรมลาหู่ ยันส่งหลักฐานให้ ตร.ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมินเรียกร้องเปิดภาพวงจรปิด ลั่น ถ้า มทภ.3 ผิดจริง ยินดีให้สอบจริยธรรม 28 มี.ค. 2560 15:06 ไทยรัฐ