วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บทเรียนสงครามยาบ้า

บทเรียนสงครามยาบ้า

  • Share:

การตรวจสอบกรณีวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส หนุ่มนักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ ยังดำเนินต่อไป พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารย้อนหลัง พบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีนายชัยภูมิตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น มีการโอน 30 รายการ จากผู้ค้ายาเสพติด 3 ราย และยังมีหลักฐานเด็ดที่จะแสดงในชั้นศาล

ผู้บังคับบัญชาของพลหารผู้ยิงนายชัยภูมิอ้างว่า หลังจากตรวจค้นพบยาบ้า 2,800 เม็ดในรถเก๋ง ผู้ตายวิ่งหนีและจะปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงถูกยิงเสียชีวิต เป็นการป้องกันตนโดยชอบด้วยกฎหมาย แม่ทัพภาคที่ 3 บอกว่า ผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และกล่าวตอนหนึ่งว่า “ถ้าเป็นผมกดออโต้ไปแล้ว” จึงนำไปสู่การร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

คำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจ ทำให้เกิดคำถามว่า แม้ผู้ตายอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริงหรือไม่จริง แต่เป็นเพียง “ผู้ต้องสงสัย” เจ้าหน้าที่รัฐจะมีสิทธิยิงเขาถึงชีวิตโดยถูกต้องตามกฎหมายได้หรือไม่? เพราะกฎหมายระบุว่า การป้องกันตนจะต้องกระทำพอสมควรแก่เหตุ ไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกรณีแห่งความจำเป็น

ประเทศไทยเคยมีบทเรียนจาก “สงครามยาเสพติด” ในยุคสมัยของรัฐบาลเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นประกาศว่า “ต้องเหี้ยม” ผู้ค้ายาเสพติดมีทางเลือก 2 ทาง คือ ไปคุกหรือไปวัด (เอาไปเผา) สงครามคราวนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 คน รัฐบาลอ้างว่าเป็น “การฆ่าตัดตอน” ในหมู่ผู้ค้ายาด้วยกัน ฝ่ายตำรวจระบุว่าเกี่ยวข้องกับยา เสพติดแค่ 1,164 ราย

อีก 1,432 ราย เป็นการตายโดยไม่เกี่ยวกับยาเสพติด แสดงว่ามีผู้ฉวยโอกาสผสมโรงฆ่าคนอื่นๆด้วย ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ คตน. ซึ่งมี ศ.ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน ระบุในรายงานเบื้องต้นว่า เป็นการกระทำความผิดฐาน “อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ อาจถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศของสหประชาชาติ

เช่นเดียวกับสงครามปราบยาเสพติดในฟิลิปปินส์ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีดูเตร์เต ขณะนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 ที่เข้ารับตำแหน่ง ฝ่ายตำรวจเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2,500 ราย แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ ระบุว่า มีผู้ถูกสังหารแล้วกว่า 5 พันราย เพราะเจ้าหน้าที่รัฐอาจมองว่านโยบายรัฐคือ “ใบสั่งฆ่า”

เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปราบปราม รวมทั้งยาเสพติด จึงน่าจะได้ทบทวนบทเรียนทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ ควรได้รับการปลูกฝังให้เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด สงครามปราบยาเสพติดในไทย แม้รัฐบาลจะประกาศ “ชัยชนะ” ใน 6 เดือน แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ยาเสพติดก็กลับมาระบาดอีก จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้