วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่เหยื่อระเบิดร้านของเก่าปี 57 ร้องคู่กรณีเบี้ยวจ่ายเงินชดเชย

แม่เหยื่อระเบิดร้านขายของเก่าเมื่อปี 57 ร้อง ตร.บางเขน หลังคู่กรณีไม่เคยจ่ายเงินค่าชดเชยแม้แต่บาทเดียว ด้าน ตร.เผยคดีแพ่งสิ้นสุดแล้ว แนะนำได้เพียงไปพบกรมบังคับคดีเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มี.ค. นางสมพิศ พุ่มช้าง อายุ 49 ปี และนายสุทัศ พุ่มช้าง อายุ 51 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อมนำโกศ และภาพถ่ายพลทหาร นนทนันท์ พุ่มช้าง บุตรชาย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีบุตรชายตกเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์ร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งที่นำระเบิดอากาศเก่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำหนักประมาณ 500 ปอนด์ มาตัดจนทำให้เกิดระเบิดบ้านเรือนใกล้เคียงเสียหายกว่า 10 หลัง มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.57 ที่ผ่านมา

นางสมพิศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาขอความเป็นธรรม เนื่องจากตนและครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยา โดยพลทหาร นนทนันท์ ลูกชายคนกลางในขณะนั้นเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี ซึ่งในวันเกิดเหตุได้ลาพักกลับบ้านและได้ขอติดรถส่งของที่มีนายพงศธร พุ่มช้าง ลูกชายคนเล็กเป็นคนขับ เพื่อไปเยี่ยมเพื่อนในที่ทำงานที่ลูกชายเคยทำงาน ซึ่งอยู่เลยร้านรับซื้อของเก่าไปไม่ไกล และได้จอดรถก่อนถึงร้านรับซื้อของเก่า โดยลูกชายคนโตลงไปซื้อของ

ขณะกำลังจะเดินกลับมาขึ้นรถก็เกิดเหตุระเบิดทำให้ลูกชายคนโตคือพลทหาร นนทนันท์ ถูกแรงระเบิดทำให้เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกชายคนเล็กที่รออยู่บนรถได้รับบาดเจ็บแก้วหูแตก จนไม่ได้ยินอะไร ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2557 ทางร้านรับซื้อของเก่าได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการบอกว่าขอเวลา 6 เดือนแล้วจะจ่ายเงินเยียวยาให้ ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งใกล้วันครบกำหนด ตนได้โทรไปสอบถามทางร้านรับซื้อของเก่า แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา แล้วจะจ่ายให้หัวละ 1-2 พัน

ทั้งนี้ ตนจึงเริ่มออกเรียกร้องความเป็นธรรม โดยไปปรึกษากับสภาทนายความ จนในที่สุดสภาทนายความได้ยื่นฟ้องนางเอื้อมพร สืบเนียม หรือ เสาพันธุ์รส เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 และได้มีการเรียกร้องเงินชดเชยในส่วนของลูกชายตนทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นค่าทำศพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าอุปการะครอบครัว และอื่นๆ รวมเป็นเงิน 2,300,000 บาท ต่อมาศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาให้ ร้านรับซื้อของเก่าจ่ายเงินชดเชยให้ลูกชายคนกลางพลทหาร นนทนันท์ จำนวนเงิน 770,000 บาท และให้นายพงศธร ลูกชายคนเล็ก จำนวนเงิน 6,965.50 บาท ซึ่งถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว

นางสมพิศ กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งตนทำงานไม่ได้เนื่องจากผ่าตัดกระดูกสันหลังมา โดยแพทย์ระบุไม่ให้ทำงานหนัก ส่วนสามีต้องเช่าที่ทำสวน ได้บ้างขาดทุนบ้างจนเป็นหนีสิ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พลทหาร นนทนันท์ เป็นคนที่คอยส่งเสียเลี้ยงดูพ่อและแม่มาโดยตลอด ภายหลังจากขาดเสาหลักของบ้านไปก็อยู่กันแบบขัดสน ตนจึงเดินทางมาขอความเป็นธรรม อยากจะให้คู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง เพราะลูกชายตนเป็นผู้ถูกกระทำ

พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า ศาลแพ่งได้มีการตัดสินคดีเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 ตรงนี้ในส่วนของตำรวจถือว่าคดีสิ้นสุดไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทำได้เพียงแนะนำให้ไปพบกรมบังคับคดี เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น.