วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือดีฉกซากหอย สุสานล้านปีอุตรดิตถ์เกือบหมด ขู่ครอบครองมีความผิด

กรมทรัพยากรธรณี เร่งหาทางอนุรักษ์หอยล้านปี จ.อุตรดิตถ์ หลังมือดีขโมยซากเกือบหมด เตือนครอบครอง จะแจ้งหรือไม่แจ้งทางการ ก็มีความผิด พร้อมเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ของชุมชน

เวลา 08.30 น. วันที่ 28 มี.ค. นายทินกร ทาทอง ผอ.สนง.ทรัพยากรธรณี เขต 1 (ลำปาง) พร้อมคณะเดินทางสำรวจพื้นที่สุสานหอยล้านปี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสุสานหอยโบราณยุคดึกดำบรรพ์แล้ว ที่บ้านนาไร่เดียว ต.สองห้อง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ หลังมีข่าวว่าถูกมือดีขโมยซากหอยล้านปีออกไปเกือบหมด โดยมี นายอารี มีโส นายก อบต.สองห้อง และเจ้าหน้าที่ อบต.สองห้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

สำหรับซากหอยที่สุสานหอยแห่งนี้ เป็นหอยเจดีย์ หรือหอยขม อายุประมาณ 13 ล้านปี ถือเป็นทรัพย์ของแผ่นดินซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โลก เปรียบเหมือนหนังสือที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ในขณะนั้น หากอนาคตมีองค์ความรู้ หรือวิทยากรที่ก้าวหน้ากว่าปัจจุบันก็อาจจะถอดรหัสได้ว่าโลกเมื่อ 13 ล้านปีที่แล้วเป็นอย่างไร แต่หากถูกขโมยไปหมดก็จะขาดข้อมูลสำคัญ เหมือนหน้าหนังสือที่ขาดหายไป คนรุ่นหลังไม่สามารถศึกษาได้อย่างสมบูรณ์ จึงอยากฝากว่าอย่าเก็บไปเป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งจะกลายเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่งที่เก็บไว้ดูเท่านั้น

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี มี พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 ที่ให้สิทธิเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งหากถูกขโมยก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีเหมือนทรัพย์สินได้ โดยผู้ที่พบซากดึกดำบรรพ์ จะต้องแจ้งเจ้าพนักงาน เพื่อให้กรมทรัพยากรธรณีขึ้นทะเบียน หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

“ผู้ที่ขโมยซากหอยไป หากไม่แจ้งว่ามีซากดึกดำบรรพ์ ก็จะมีความผิด หากแจ้งก็จะต้องถูก อบต.สองห้อง แจ้งข้อหาหลักทรัพย์ ดังนั้นอย่าขโมยออกไปดีกว่า ทั้งนี้จะรายงานอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีโดยเร็วเพื่อร่วมกับทาง อบต.สองห้อง กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่สุสานหอยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของชมชน เช่น มีเส้นทางศึกษาซากหอยดึกดำบรรพ์ มีป้ายบอกประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและปรับปรุงทัศนียภาพให้มีความสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวและจัดเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลอำนวยความสะดวก และดูแลป้องกันปัญหาการสูญหายต่อไป อย่างไรก็ตาม จะต้องอาศัยประชาชนในพื้นที่ให้เห็นความสำคัญและร่วมกันสอดส่องดูแลหวงแหนสมบัติอันล้ำค่าของประเทศชาติไว้ด้วย” นายทินกรกล่าว

ด้าน นายก อบต.สองห้อง กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการขโมยซากหอยมีมาตั้งแต่เริ่มเปิดพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 2546 โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา แต่ได้รับการบอกเล่าและพบร่องรอยการงัดแงะ ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากอำเภอฟากท่าในการเข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่ประชาชนในพื้นที่ยังไม่เห็นประโยชน์ในเรื่องดังกล่าวยังหาว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ จึงอยากให้ทางกรมทรัพยากรธรณีเข้ามาให้คำแนะนำในการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งตรงกลับนโยบายของ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ ที่จะเน้นให้ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวในระดับตำบลและอำเภออยู่แล้ว และเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ในชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องด้วย.