วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มณฑลเหอหนาน เขตการค้าเสรีใหม่จีน

เมื่อเที่ยงวันจันทร์ คุณธนากร เสรีบุรี รองประธานกลุ่มซีพีที่ดูแลการลงทุนในประเทศจีน ประธานสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน เชิญผมไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ นายเฉิน เหรินเอ๋อ ผู้ว่าราช-การมณฑลเหอหนาน หลังเข้าเยี่ยมคารวะ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พูดคุยเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่ง ดร.สมคิด มีแนวคิดที่จะเชื่อมโยง สนามบินเจิ้งโจว สนามบินขนาดใหญ่ มี 5 รันเวย์ของมณฑลเหอหนาน กับ สนามบินอู่ตะเภา ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี

มณฑลเหอหนาน อยู่ภาคกลางตอนล่างแม่น้ำเหลืองค่อนไปทางตะวันออก มีพื้นที่ 167,000 ตร.กม. เล็กกว่าประเทศไทยสามเท่า แต่มีประชากร 107 ล้านคน จาก 51 ชนชาติ

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ มณฑลเหอหนาน เป็นที่ตั้งของ เมืองหลวงเก่าจีนถึง 4 เมือง จาก 8 เมืองในอดีตหลายพันปีก่อนจนถึงปัจจุบันที่มี กรุงปักกิ่ง เป็นเมืองหลวง 4 เมืองหลวงเก่าจีนในมณฑลเหอหนาน ก็มี เมืองลั่วหยาง ที่เก่าแก่ที่สุด ต่อมาได้ค้นพบว่า เมืองไคฟง เมืองอันหยาง ก็เป็นเมืองหลวงเก่า ล่าสุด เมืองเจิ้งโจว เมืองหลวงของมณฑลเหอหนาน ก็พบว่าเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของจีนมาก่อน

ปี 2559 จีดีพีเหอหนานเติบโต 8.8% มูลค่ากว่า 570,000 ล้านดอลลาร์ 19.95 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับ 5 ของจีน มีนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศกว่า 500 ล้านคน กลุ่มซีพี ก็ไปลงทุนสร้างศูนย์การค้าและคอนโดมิเนียมพื้นที่ขนาด 1 ล้านตารางเมตร ที่ เมืองลั่วหยาง กำลังจะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้

ผมมีโอกาสคุยกับ ผู้ว่าเหอหนาน เพียงสั้นๆท่านเล่าให้ฟังว่า มณฑลเหอหนาน ปัจจุบันเป็น ศูนย์กลางการคมนาคมของจีน ทั้ง การบิน รถไฟความเร็วสูง การคมนาคม ขนส่งทางบกทางน้ำ ทุกทิศทุกทางสนามบินเจิ้งโจว เมืองหลวงของมณฑลมีถึง 5 รันเวย์ ในมณฑลเหอหนานมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านถึง 4 สายคือ แม่น้ำเหลือง แม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำไห่เหอ และแม่น้ำแยงซีเกียง และยังมีแม่น้ำน้อยใหญ่อีกกว่า 1,500 สาย จึงเป็นศูนย์กลางขนส่งทางน้ำที่สำคัญ

ท่านผู้ว่าเฉิน เล่าให้ฟังอีกว่า ปัจจุบัน รัฐบาลปักกิ่ง ประกาศให้ มณฑลเหอหนาน เป็นหนึ่งใน “เขตการค้าเสรีทดลอง” เช่นเดียวกับ นครเซี่ยงไฮ้ ตามนโยบาย เส้นทางสายไหมใหม่ One Belt One Road เพื่อหาจุดบกพร่องของการค้าเสรี มณฑลเหอหนานสามารถเจรจาลงนามเปิดเขตการค้าเสรีกับประเทศไหนก็ได้ ล่าสุดรัฐบาลจีนประกาศให้ มณฑลเหอหนาน เป็น ศูนย์กลางการบิน ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย

เห็น รูปแบบการพัฒนาประเทศของจีนแล้ว ต้องบอกว่าน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง

จีนพัฒนาประเทศด้วยการ “ทดลอง” จาก “เขตเล็กๆ” ก่อนขยายเป็นเขตใหญ่และขยายต่อไปยังเมืองอื่นที่มีศักยภาพ วิธีการพัฒนาประเทศแบบนี้เริ่มในสมัย เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นผู้นำสูงสุดจีน ได้ประกาศ “นโยบาย 4 ทันสมัย” และใช้หมู่บ้านประมงเล็กๆริมทะเลที่ เมืองเสิ่นเจิ้น เป็นจุดเริ่มต้น เมื่อสำเร็จก็ขยายเมืองให้ใหญ่ขึ้น และนำไปใช้กับเขตเศรษฐกิจอื่น ไม่ใช่ประกาศมั่วแบบบางประเทศ ทำให้ราคาที่ดินพุ่งจนแพงลิ่ว ไม่มีใครไปลงทุน แล้วก็ลืมๆกันไป แล้วไปประกาศเขตใหม่กันต่อ

การใช้เมืองขนาดใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ เทียนจิน เหอหนาน รวมห้าหกเมืองประกาศเป็น “เขตทดลองการค้าเสรี” เป็นการตอกย้ำ นโยบายการค้าเสรี ของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน วันวานก็เพิ่งไปประกาศที่เมืองโป๋อ่าวเกาะไหหลำเรื่อง “กระแสโลกาภิวัตน์และการค้าเสรีผ่านมุมมองของเอเชีย” และ One Belt One Road เส้นทางสายไหมใหม่ ก็คือ เส้นทางโลจิสติกส์การค้าเสรีในอนาคตที่มีจีนเป็นศูนย์กลาง นั่นเอง ในขณะที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กลับปิดประตูการค้าเสรีที่ตัวเองเป็นผู้นำ ไม่รู้คิดได้ยังไง

โลกวันนี้ การเมืองระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ สำคัญไม่แพ้ การเมืองระหว่างประเทศด้านการเมืองการทหาร ที่สำคัญ ผู้นำประเทศ ซึ่ง เป็นผู้กำหนดนโยบายของชาติ จะต้องวิ่งตามให้ทันสิ่งใหม่ๆที่กำลัง เกิดขึ้นในโลกเบี้ยวใบนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”