วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กป้อม’แย้ม ลต.ท้องถิ่นก่อน กันนักการเมืองจูง

นายกฯปัด-รีดภาษี กสท.ฟัน ‘วอยซ์ทีวี’

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ห่มผ้าพระธาตุพนม-ไหว้ขอพรพญาศรีสัตตนาคราช ถก กรอ.ยกระดับอีสานเหนือแจงประเทศชาติแตกแยก ขอชาวบ้านอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน ปัดไม่ได้จ้องเอาใครเข้าคุก คนทำผิดต้องดำเนินคดี เมินเสียงด่ารัฐบาล ลั่นยิ่งไล่ก็ยิ่งอยู่ “บิ๊กป้อม” อัด พท.ตั้งแง่ปรองดอง “พีระศักดิ์” แย้มแผน “ประวิตร” ดันเลือกตั้งท้องถิ่น ดัดหลังนักการเมืองครอบงำ “เพื่อไทย” ซัดพวกหากินบนความขัดแย้ง ตีปี๊บหนังสือจำนำข้าว คืนความสุขชาวนา “เรืองไกร” จี้ทบทวนภาษีหุ้นชินฯ ไล่ยึดคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง ขู่ดันทุรังเจอฟ้องกลับผิดทั้ง ก.ม.อาญา-ก.ม.ป.ป.ช. กรมสรรพากรบี้ “ทักษิณ” ส่ง ตัวแทนมาเจรจา บอร์ด กสท.ฟันวอยซ์ทีวี พักใบ อนุญาตจอดำ 7 วัน ระบุทำผิดซ้ำซาก-ขัดคำสั่ง คสช. “ศรีสุวรรณ” ยื่น สตง.สอบ “บิ๊กป้อม”-มทภ.2 ละเว้นปล่อยเปิดบ่อนพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมร

จากกรณีที่รัฐบาลสั่งการให้กรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวโยงอยู่ในเครือข่ายของอดีตนายกฯหลายคดี จนถูกพรรคเพื่อไทยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเช็กบิลขั้วอำนาจเก่านั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ยืนยันไม่ได้รังเกียจจ้องจะลงโทษใคร แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

“บิ๊กตู่” ปัดขูดรีดภาษี-อย่าเชื่อคำบิดเบือน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.และคณะเดินทางลงพื้นที่โรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม มีนายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม พร้อมประชาชนกว่า 3,000 คนให้การต้อนรับ นายกฯขึ้นกล่าวตอนหนึ่งบนเวทีว่า ทุกคนที่เป็นคนไทยต้องคำนึงถึงภาพรวมของประเทศก่อน รัฐบาลทุ่มเททำงานเพื่อให้ถึงหมู่บ้านอย่างแท้จริง งบประมาณลงไปสู่หมู่บ้าน ตำบล จังหวัด กลุ่มจังหวัดและภูมิภาค พยายามแก้ไขปัญหา เรื่องภาษีจากผู้ประกอบการ ไม่ได้มุ่งหวังภาษีจากประชาชน ถ้าไม่ถึงก็ไม่ถึง รัฐบาลมีเพียงทำประเทศพ้นกับดักจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รัฐบาลนี้แก้หนี้นอกระบบจนกว่าเจ้าหนี้จะมาขึ้นทะเบียน ถ้าไม่ขึ้นปล่อยกู้เหมือนเดิมติดคุก มีใครกล้าทำ วันนี้มีกองทุนยุติธรรม ใครไม่มีเงินค่าทนายไปแจ้งผ่านศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงยุติธรรมจะมาดูแล มีใครเคยทำให้บ้าง ปล่อยติดคุกติดตะรางกันไปเรื่อย กฎหมายไม่มีใครอยู่นอกระบบ อย่าไปเชื่อคำบิดเบือน ตามสื่อที่เขียนว่าวันนี้รัฐบาลไปอะไรกับใคร ไม่เคยคิดอย่างนั้น ใครผิดก็ว่ามา ตนไปสั่งใครไม่ได้

ไม่เคยงุบงิบเรื่องเงินทองกับใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอร้องแล้วกันวันนี้ประเทศไทยขัดแย้งแตกแยก และยังมีคนให้ข้อมูลบิดเบือน ไม่สามารถเป็นแกนกลางของอาเซียนได้ ตนไม่เคยรังเกียจใครทั้งสิ้น ไม่ได้อยากลงโทษใคร ไม่อยากเอาใครมาติดคุก แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ถ้ากระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดี จะผิดจะถูกไปสู้คดีเอา หากไม่บังคับใช้กฎหมายใครจะทำอะไรก็ได้หาเงินได้ง่ายๆ วันนี้เงินส่วนหนึ่งมันหายไปเรื่อยๆ ประชาชนไม่มีรายได้ทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ไม่ใช่รัฐบาลนี้เข้ามาทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ตนไม่โทษหรือโยนความผิดให้ใคร รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบจะไม่ทำให้ล้มละลาย แต่หลายคนนำมาโจมตี ไม่เป็นธรรม เพราะไม่เคยทำ ใช้แต่กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้ดำเนินคดีใหม่สักคดี พยายามทำให้มันดีทำให้มันเร็วก็เจอการต่อต้าน แต่ไม่ได้สนใจ จะทำให้ทุกคนรักคงไม่ได้ แต่ขอทำให้ดีที่สุดเพื่อคนส่วนใหญ่ หากพบใครทุจริตให้มาบอก มาอ้างตนหรือรองนายกฯ ให้มาบอก เพราะตนไม่ใช่คนอย่างนั้น อย่าไปเชื่อถ้าเอาไปอ้างให้โทร.บอกทันที ตนไม่ได้ปรึกษาเรื่องเงินเรื่องทองกับใคร ไม่เคยคิดให้พรรคพวกเสนอแล้วทำ เพราะตายไปก็เอาไปไม่ได้ เป็นนายกฯ ทานข้าวมื้อละ 100 กว่าบาท กินก๋วยเตี๋ยวชามเดียวก็อร่อย

โต้ไม่ทำตามพวกด่าลั่นยิ่งไล่ยิ่งอยู่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ชาวต่างประเทศเวลามาเที่ยวเมืองไทยติดใจไม่อยากกลับ แต่คนไทยไม่ติดใจประเทศตัวเอง ไม่อยากอยู่ อยากไปอยู่ที่อื่น แปลกดี มีบางพวกชอบหนีไปอยู่ที่อื่น แล้วก็ด่าประเทศไทยโครมๆ ตนไม่ทำหรอกไอ้แบบนี้ อย่าไปเชื่อเขา ไม่เชื่อตนไม่เป็นไร แต่อย่าไปเชื่อเขาแล้วกัน ตนเหนื่อยใจ วันนี้ใครอยากจะด่ารัฐบาลก็ด่าไปไม่ขอรับอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่ได้ทำ ส่วนไอ้คนด่าคงปวดท้อง ขอว่าอย่าทำให้สังคมเสียหายและอย่าทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิด ตนไปละเมิดสิทธิมนุษยชนตรงไหน มีแต่บางคนเท่านั้นที่จะต่อต้านตนในต่างประเทศ ไปพูดให้ประเทศเสียหาย ทำเพื่ออะไรถึงเวลาเราก็ต้องไป คิดว่าไล่ตนได้หรือ ทำแล้วคิดว่าตนจะไปหรือ ยิ่งทำก็ยิ่งอยู่ เอาให้รู้เรื่องกันไปเลย ขอยืนยันว่าจะไม่ทำตามความต้องการของพวกเขาอยู่แล้ว อยากจะพูดอะไรก็พูดไป ในเมื่อคุณว่าตนก็จะตอบแบบนี้ ยิ่งไล่ตนก็ยิ่งอยู่

ห่มผ้าพระธาตุพนมลุ้นมรดกโลก

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และคณะไปเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของบ้านสวย เมืองสุข และกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านเนินน้ำคำ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร พล.อ.ประยุทธ์ พูดคุยทักทาย ถ่ายรูปเซลฟี่กับประชาชน พร้อมเป่าแคนร่วมกับชาวบ้าน ก่อนปลูกต้นกันเกราในโรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ และเดินทางต่อไปที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม ตลอดเส้นทางที่รถของ พล.อ.ประยุทธ์ วิ่งผ่านสองข้างทางมีประชาชนยืนโบกมือทักทายที่หน้าบ้าน โดยนายกฯ เข้ากราบนมัสการพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พร้อมสักการะพระธาตุพนม เขียนชื่อลงบนผ้าห่มพระธาตุก่อนทำพิธีห่มพระธาตุ และเยี่ยมชมพระธาตุด้านใน แล้วเดินชมนิทรรศการและรับฟังบรรยายความคืบหน้าการขอขึ้นทะเบียนพระธาตุพนมเป็นมรดกโลกจากนายประทีป ฤทธิกุล รอง ผวจ.นครพนม นายอภิชาติ ณหะเลขะกะ นายอำเภอธาตุพนม

ถก กรอ.ยกระดับอีสานเหนือ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปมหาวิทยาลัยนครพนม อ.เมือง เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชน (กรอ.)ส่วนกลางและ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน 2 โดยมี ครม.เศรษฐกิจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม ที่อาคารศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบหลักการในเรื่องการส่งเสริมป่าเศรษฐกิจครอบครัวเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ โครงการ Sanuk Colors Food Valley : Diversity of Functional Organic โครงการ Sanuk Farmer market และโครงการนำร่อง “การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน จ.มุกดาหาร” รวมถึงเรื่องการพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขงและโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางไทย ลาว เวียดนาม และจีน โครงการพัฒนาและบินสำรวจแหล่งน้ำบาดาลด้วยวิธีทางธรณีฟิสิกส์เพื่อสนับสนุนแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมและเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอพรศรีสัตตนาคราชป้องคนไทย

จากนั้นเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน ณ สำนักงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม (One Stop Service : OSS) ต.อาจสามารถ อ.เมือง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าการดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนครพนม ก่อนเดินทางไปบริเวณแลนด์มาร์ก พญาศรีสัตตนาคราช แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อเรื่องพญานาคของชาวไทยและชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้จุดธูปสักการะพญาศรีสัตตนาคราช และกล่าวคำบูชาอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าขอน้อมกายวาจาและจิตใจ ไหว้วันทาพญาศรีสัตตนาคราช ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ประชาชนชาวไทยทุกคน ตลอดจนครอบครัวข้าพเจ้า” จากนั้นเดินทางไปยังวัดมหาธาตุ ต.ในเมือง เพื่อสักการะพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันของผู้เกิดวันเสาร์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“บิ๊กป้อม” เมิน พท.ตั้งแง่ปรองดอง

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดองของ ป.ย.ป. กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าปรองดองว่า ไม่มีอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่เป็นอุปสรรค พรรคเพื่อไทยจะพูดก็ปล่อยให้เขาพูดเพียงฝ่ายเดียว อีก 60 กว่าพรรคหรือหน่วยงานที่เข้าร่วมปรองดอง ไม่เห็นจะออกมาพูดหรือมีปัญหา พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแรกๆที่ตอบรับเข้าร่วมเวทีปรองดอง แต่วันนี้กลับกลายเป็นพรรคที่ออกมาตั้งแง่ ไม่เข้าใจ ส่วนที่กล่าวหาว่าชุดคณะกรรมการปรองดองไม่เป็นกลาง ทั้งที่ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง เพียงแค่รับฟังเพียงอย่างเดียว แล้วส่งต่อไปยังคณะบูรณาการฯ รวบรวมข้อมูลต่อไป ไม่รู้นะ ตนสมองน้อยสู้เขาไม่ได้ พวกนี้เขาสมองเยอะจุดอ่อนเขาน้อย ตนจุดอ่อนเยอะ เขาเก่งๆทั้งนั้น ตนไม่เก่ง ส่วนกรณีกลุ่มเอ็นจีโอปฏิเสธเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ภาคใต้ว่า ภาครัฐเปิดให้เข้าร่วมแล้ว ไม่เข้าร่วมเป็นเรื่องของเขา แล้วอย่าออกมาโวยวาย ไม่ได้ห้ามให้เข้าร่วม

แย้มดัน ลต.ท้องถิ่นปลดแอกการเมือง

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.คนที่ 2 ในฐานะคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการ ป.ย.ป.กล่าวว่า พอรับฟังความเห็นเสร็จเเล้ว จะนำความคิด ข้อเสนอต่างๆมาสังเคราะห์ อาจทำในรูปแบบสัญญาประชาคม ไม่ถึงขนาดบังคับให้ใครมาเซ็นชื่ออะไร อาจลงความเห็นร่วมกันว่า จะยอมรับผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะช่วยไม่ให้ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อได้การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นต้น จากการลงพื้นที่ต่างจังหวัด เเยกย่อยทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ หรือภาคอีสาน พูดคุยกับผู้นำท้องถิ่น ชุมชน พบว่า ความปรองดองสมานฉันท์เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากเห็น สัปดาห์ที่เเล้วได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ บอกว่า อยากให้มีการจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก่อน เพื่อต่อไปนักการเมืองจะไม่สามารถครอบงำการเลือกตั้งท้องถิ่นได้อีกเเล้ว เเต่ไม่รู้ระยะเวลาว่าจะเริ่มเมื่อใด และอาจเปลี่ยนเเปลงได้

พท.ซัดสมุน คสช.หากินกับไฟขัดแย้ง

วันเดียวกัน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการปรองดอง ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับผู้รับผิดชอบ หากยึดอยู่หลักการและจริงใจ ข้อเสนอเรื่องตั้งคณะกรรมการอิสระอยู่บนหลักการสากล แต่มีกลุ่มบุคคลบางประเภทได้ดีมีตำแหน่งบนความขัดแย้ง และยังมีพรรคการเมืองที่ชอบเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ส่งลูกสมุนมากล่าวหามั่วนิ่มว่ามีการเสนอเรื่องนิรโทษกรรมในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ไม่คิดว่ายังมีนักการเมืองที่ชอบมุสา กล้าหากินกับความขัดแย้งด้วยมุกเดิมๆ เหลืออยู่อีก ควรสำนึกกันได้แล้วว่าความขัดแย้งที่คนกลุ่มนี้ร่วมกันก่อขึ้นคือใบอนุญาตที่จะยังไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน

ตีปี๊บหนังสือจำนำข้าวคืนสุขชาวนา

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ได้รับหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” เขียนและบันทึกขึ้นโดยอดีต ส.ส.ลูกหลานชาวนาทั้ง 5 คน ต้องขอคารวะอย่างสุดใจ ที่ยังสำนึกรู้ไม่เคยลืมความทุกข์ยากของพี่น้องชาวนาไทย พยายามสะท้อนสภาพปัญหาและชะตากรรมของชาวนาคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ชาวนาไทยพอจะลืมตาอ้าปากได้ และมีความสุขจากนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องสะดุดและยุติลง จากเหตุการณ์ความขัดแย้งแตกแยกทางความคิด และอคติทางการเมือง ชีวิตที่ดีขึ้นและความฝันของชาวนาหมดสิ้นสูญสลายไป เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้รับผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรง

“พิชัย” ฉะไทยเสื่อมถอยเสียโอกาส

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่อาลีบาบาประกาศว่าจะไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าในมาเลเซีย แทนที่จะเป็นประเทศไทย ทั้งที่รัฐบาลอ้างเสมอว่าสนิทสนมมากกับนายแจ๊ก หากพิจารณาประเทศไทยมีปัญหาทางการเมืองมายาวนาน และยังไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ อีกทั้งระบอบการปกครองที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ระดับความโปร่งใสของไทยตก ล่าสุดยังถูกจัดอันดับการจ่ายสินบนอยู่อันดับที่ 3 การที่ไทยยังไม่ยอมรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และยังมี พ.ร.บ คอมพิวเตอร์และซิงเกิลเกตเวย์ เป็นอุปสรรคกับธุรกิจออนไลน์ ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ล่าสุดยังจะมีอภินิหารของกฎหมาย ที่สื่อต่างประเทศมองว่าใช้ภาษีเป็นเครื่องมือทางการเมือง การเสียโอกาสครั้งนี้นับเป็นความเสื่อมถอยของประเทศอย่างมาก หวังว่ารัฐบาลจะพิจารณาสาเหตุและหาทางแก้ไขปรับปรุง ไม่เช่นนั้นประเทศจะล้าหลังและเสื่อมถอยลง จะเป็นเหมือนทฤษฎีกบถูกต้มของกลุ่มอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ออกมาเตือนรัฐบาล

“นิพิฏฐ์” ไม่ขัดลงสัตยาบันเดือน มิ.ย.

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการปรองดองของ ป.ย.ป.เตรียมจะลงสัตยาบันเรื่องการปรองดอง หลังลงพื้นที่รับฟังความเห็นต่างจังหวัดเสร็จเเล้วเดือน มิ.ย.ว่า เคยพูดเเล้วว่า การลงสัตยาบันทำได้ เเต่ไม่จำเป็นนัก เพราะไม่มีหลักประกันใดๆว่า ผู้ที่ร่วมลงสัตยาบันจะไม่ละเมิดคำสัญญาในอนาคต แต่ถ้าผู้เข้าให้ความเห็นเสียงส่วนใหญ่หรือคณะกรรมการ ป.ย.ป.ต้องการอยากลงสัตยาบันก็ไม่ขัดข้อง แต่ยังสงสัยไม่รู้ว่ารูปแบบเป็นอย่างไร

เเนะเพลามือใช้ ม.44 เรื่องยิบย่อย

นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวถึงกรณีการใช้มาตรา 44 ของรัฐบาล คสช.ว่า ขณะนี้ควรใช้มาตรา 44 เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มากกว่าจะใช้เพื่อบังคับใช้กฎหมายในเรื่องเล็กน้อย เพราะการใช้มาตรา 44 เป็นการลัดขั้นตอนกฎหมายระบบปกติ ถ้าลัดขั้นตอนบ่อยคงไม่ดี ต่อไปรัฐบาลควรลดลง บางเรื่อง อาทิ การโยกย้ายข้าราชการที่มีกฎหมายปกติบังคับใช้อยู่เเล้วไม่ควรทำ แต่ถ้าเป็นเรื่องปฏิรูปตำรวจ หรือการโยกย้ายตำรวจที่มีเครือข่ายโยงใยใช้กฎหมายปกติทำยาก สนับสนุนให้ใช้มาตรา 44 ดำเนินการได้

“เรืองไกร” แก้ต่างคดีภาษีหุ้นชินฯ

ส่วนความคืบหน้าการเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้นชินคอร์ป จำนวน 1.6 หมื่นล้าน จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันเดียวกัน ที่กรมสรรพากร นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือถึงกรมสรรพากรเพื่อขอให้ระงับการเก็บภาษีการขายหุ้นหุ้นชินคอร์ป มูลค่า 16,000 ล้านบาท ของนายทักษิณ ชินวัตร และนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า กรมสรรพากรไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีนายทักษิณ เนื่องจากกรม สรรพากรจะต้องยึดคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตัดสินยึดทรัพย์นายทักษิณไปแล้ว 46,000 ล้านบาท ไม่ใช่ยึดตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เจ้าของหุ้นที่แท้จริงคือนายทักษิณ ไม่ใช่นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ดังนั้น กรมสรรพากรไม่ควรยึดหลักตามมติ ครม. หรือ คตง. ที่ระบุว่า หมายเรียกเก็บภาษียังใช้การได้ เพื่อนำไปประเมินภาษีแบบอภินิหาร

ขู่ดื้อดึงเจอฟ้องกลับผิด ก.ม.อาญา-ป.ป.ช.

นายเรืองไกรกล่าวว่า การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ตัดสินว่านายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ไม่ใช่เจ้าของหุ้น และระบุว่านายทักษิณเป็นตัวการในการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯให้กับเทมาเสก เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549 เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) ซึ่งนายทักษิณต้องยื่นแบบภาษีภายใน 30 ก.ย.ของปีภาษีเมื่อนับอายุความคดีได้หมดอายุเมื่อเดือน ก.ย.59 หรือขาดอายุความไปแล้ว 6 เดือน ไม่ใช่ครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค.60 กรมสรรพากรยังจัดเก็บภาษีนายทักษิณจะถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาและผิดมาตรา 123/1 ตามกฎหมาย ป.ป.ช. หากรัฐบาลกดดันกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีและยื่นหนังสือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันที่ 28 มี.ค.ต้องดูว่าเป็นหนังสือประเภทใดเพื่อนำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้อง อย่างไรก็ตาม นายทักษิณต้องการเจรจามากกว่าเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องเป็นคดีอาญา

สรรพากรจี้ “ทักษิณ” ส่งตัวแทนเจรจา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กรมสรรพากรได้ส่ง หนังสื่อประเมินภาษีเพื่อเชิญนายทักษิณมารับทราบข้อกล่าวหาไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้าได้ประมาณ 10 วันแล้วหลังจาก 30 วัน นายทักษิณต้องมาชี้แจงภายในระยะเวลากำหนด หากไม่มาทางกรม สรรพากรจะตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาตามกฎหมายที่ระบุว่า ผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเป็นหนี้ภาษีกับกรมสรรพากรจะต้องชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากร ตามที่กรมสรรพากรออกหมายเรียกมูลค่า 16,000 ล้านบาท รวมเบี้ยปรับเพิ่มร่วมเป็นเงิน 17,000 ล้านบาท หากนายทักษิณส่งตัวแทนมารับทราบข้อกล่าวหาต้องนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ และเมื่อการพิจารณาถึงที่สุด นายทักษิณไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการอุทธรณ์ ก็สามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาล แต่หากยอมเสียภาษีตามข้อกล่าวหา คดีก็ถือเป็นอันสิ้นสุด

สตง.พลิกผลสอบ คตส.หาช่องรีด

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการ สตง. ให้สัมภาษณ์ถึงการเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ล่าสุดผู้ว่าการ สตง.มีคำสั่งให้พิจารณาข้อมูลการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวของคณะกรรมการ คตส.ว่า ทรัพย์สินมีการทับซ้อนกันหรือไม่ เนื่องจาก คตส.มีความเห็นเรื่องนี้ไม่ตรงกันอยู่ รายละเอียดคงต้องถามผู้ว่าการ สตง. แต่การเรียกคืนภาษีขณะนี้ยังดำเนินการเหมือนเดิมที่ต้องจัดเก็บกับเจ้าของกรรมสิทธิ์หุ้นดังกล่าว

บอร์ด กสท.ฟันวอยซ์ ทีวีจอดำ 7 วัน

อีกเรื่อง วันเดียวกัน พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ได้มีมติสั่งพักใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลช่อง 21 ของบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด เป็นเวลา 7 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย. เป็นการสั่งปิดเพิ่มเติม จากคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ที่ได้เสนอให้พักใบอนุญาต 3 วัน เนื่องจากวอยซ์ ทีวี กระทำผิดซ้ำในรูปแบบเดิม หลังจากมีผู้ร้องเรียนการดำเนินรายการของวอยซ์ ทีวี ในปีที่แล้วรวม 10 ครั้ง และปีนี้ 2 ครั้ง วอยซ์ ทีวี ยังไม่ปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน สาเหตุที่ กสท.เพิ่มจำนวนวันพักใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล เนื่องจากที่ผ่านมาได้กำหนดให้สั่งพักใบอนุญาตขั้นต่ำอยู่ที่ 7 วัน จึงต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน ล่าสุด ที่มีการร้องเรียนพร้อมกัน 3 รายการ คือการร้องเรียนจากคณะทำงานติดตามสื่อ ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้พิจารณารายการใบตองแห้ง ออนแอร์ รายการ In Her View และรายการ Overview หลังผู้ดำเนินรายการวิพากษ์วิจารณ์นำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียว คณะอนุกรรมการฯจึงเห็นตรงกันว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำในรูปแบบเดิม

เผยทำผิดซ้ำซาก-ขัดคำสั่ง คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการ กสท.ระบุว่า เป็นการกระทำผิดซ้ำ การเสนอเนื้อหารายการของวอยซ์ ทีวี ขัดกับ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 37 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการกระทําซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะดังกล่าว หากไม่ดําเนินการให้กรรมการมีอำนาจสั่งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือให้ระงับการออกอากาศรายการนั้นได้ทันที และให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าเกิดจากการละเลยของผู้รับใบอนุญาตจริง ให้คณะกรรมการ มีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขตามที่สมควร หรืออาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ได้

ขณะเดียวกัน ยังขัดคำสั่งในประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และฉบับที่ 103/2557 เรื่อง การให้ ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของ คสช.และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ เป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนและความเข้าใจผิดด้วย

วอยซ์ทีวีดิ้นฟ้องแพ่ง-ปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมติบอร์ด กสท.ให้วอยซ์ทีวีพักใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด กล่าวว่า วอยซ์ทีวีจะเร่งพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมทั้งดำเนินการทางแพ่งและปกครอง เนื่องจากมติดังกล่าวมีผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ ทราบดีว่ามีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 41/2559 เรื่องการกำกับดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะที่ให้อำนาจ กสทช. ตัดสินและกำหนดกับสื่อมวลชนโดยเว้นโทษความผิดแพ่งและอาญาต่อคณะทำงาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ถูกพักใบอนุญาตวอยซ์ทีวีจะปรับการออกอากาศผ่านสื่อออนไลน์ทาง www.voicetv.co.th และ www.facebook.com/voicetvonline 

ร้อง สตง.สอบซีซีทีวีโรงเรียนใต้

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่ม ธรรมาภิบาลยื่นหนังสือพร้อมเอกสารหลักฐานถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผ่านนายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิดในพื้นที่โรงเรียนชายแดนภาคใต้ 12 เขตการศึกษากว่า 1,000 โรงเรียน หรือ Safe Zone School CCTV วงเงิน 577 ล้านบาทว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ นายวิวัฒน์ระบุว่า จากข้อมูลโครงการดังกล่าวมีการล็อกสเปกบริษัทที่มารับงาน พบนายทหารยศพันเอกคนหนึ่งเรียกขานว่า “เสธ.แจ๊ก” อ้างว่าเป็นคนสนิทของ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ พยายามแทรกแซงการประกวดราคา เคยยื่นหนังสือไปยังผู้บังคับบัญชาของเสธ.แจ๊ก และ พล.อ.สุรเชษฐ์ แต่ไม่คืบหน้า รวมถึงได้ร้องเรียนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) พบว่ามีการแทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวเบิกจ่ายงบฯเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปลายปี 2558 แต่กล้องไม่มีคุณภาพ ไม่สามารถใช้งานได้จริง

ด้านนายมณเฑียร กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ถูกกำหนดให้คณะกรรมการจัดซื้อกรณีพิเศษ สามารถติดต่อบริษัทที่มีคุณสมบัติเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างได้ แต่เมื่อมีการร้องเข้ามาจะตรวจสอบว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่

จี้สอบ “บิ๊กป้อม-มทภ.2” ละเว้นบ่อน

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการฯ ผ่านนายธาวิน อินทร์จำนง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยให้กัมพูชาเข้ามาสร้างบ่อนกาสิโนในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ทั้งที่ถือว่าอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตราพระยา พื้นที่ส่วนหนึ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เขาใหญ่-ดงพญาเย็น ถือได้ว่าหน่วยงานภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเข้ามาทำธุรกิจการพนันอบายมุข เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและประเทศชาติ

“ประวิตร” ฮึ่ม “วีระ” ล้ำแดนจะไม่ช่วย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนรัฐบาล สื่อมวลชนลงพื้นที่ด่านช่องเขาตะกูวันที่ 29 มี.ค.เพื่อพิสูจน์บ่อนกาสิโน ก่อสร้างบนพื้นที่ของกัมพูชาหรือพื้นที่ทับซ้อนว่า เป็นเรื่องของเขาไปทำเรื่องส่วนตัวใช่หรือไม่ บอกว่าจะไปพิสูจน์ว่าพื้นที่ที่ตั้งบ่อนกาสิโนเป็นพื้นที่ทับซ้อน หากเดินล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่กัมพูชา ตนไม่รับผิดชอบ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะต้องไปคุ้มกัน คนจะไป คุณอย่าไปห้ามเขาเลย เขาตั้งใจจะไปให้ถูกจับเพื่อเป็นประเด็น มันมีวิธีอื่นอีกตั้งเยอะแยะ มันไม่ใช่วิธีที่คิดเอง ในพื้นที่มีทหารคอยเตือนเพื่อไม่ให้เข้าไปในพื้นมีกำลังทหารอยู่แล้ว ที่นายวีระเลือกลงพื้นที่วันเดียวกับที่ตนเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 12 ณ จ.เสียมราฐ กัมพูชา ระหว่างวันที่ 29-30 มี.ค. คงไม่เกี่ยวกันคนละเรื่อง การลงพื้นที่ของนายวีระจะสร้างเงื่อนไขหรือไม่ว่า เขาเป็นคนทำเองไม่ใช่ตนทำ รัฐบาลไม่ได้เป็นคนคิด ทั้งนี้คณะการทำงานในการปักปันเขตแดนอยู่แล้ว ทุกอย่างดำเนินการอยู่แล้ว กัมพูชายังไม่ได้สอบถามถึงประเด็นนี้มายังไทย

ซื้อแน่เรือดำน้ำจีน 3.6 หมื่นล้าน

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวกรณีที่นายกฯระบุการซื้อเรือดำน้ำจากจีน 2 ลำ แถม 1 ลำ ว่า ปกติเราซื้อเรือดำน้ำของจีนลำละ 1.8 หมื่นล้านบาท ถ้าเราซื้อ 3 ลำ ก็ลดราคาลงเหลือลำละ 1.2 หมื่นล้านบาท ไม่ว่าจะซื้อ 2 แถม 1 หรือไม่แถม ก็ดำเนินการอยู่ในวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท จะเข้าที่ประชุม ครม.เมื่อไหร่ไม่ต้องห่วง อย่างไรก็ต้องเข้า ครม.อยู่แล้ว งบฯดังกล่าวเป็นของกองทัพเรือจัดสรรและผูกกับงบประมาณ 10 ปีผ่อนส่ง ไม่ใช่งบส่วนกลาง

“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ห่มผ้าพระธาตุพนม-ไหว้ขอพรพญาศรีสัตตนาคราช ถก กรอ.ยกระดับอีสานเหนือแจงประเทศชาติแตกแยก ขอชาวบ้านอย่าหลงเชื่อคำบิดเบือน ปัดไม่ได้จ้องเอาใครเข้าคุก คนทำผิดต้องดำเนินคดี เมินเสียงด่ารัฐบาล... 28 มี.ค. 2560 07:51 28 มี.ค. 2560 07:51 ไทยรัฐ