วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอเพิกถอนป่าชายเลน จัดโซนนิ่งวิลล่า

รองรับแรงงานต่างด้าว นำร่อง200ไร่จ.ระนอง ให้เอกชนลงทุนสร้าง

กระทรวงมหาดไทยรับสนองนโยบายจัดโซนนิ่งแรงงานต่างด้าว ทำหนังสือ ถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอให้เพิกถอนสภาพป่าชายเลน ในป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าเกาะสุย จ.ระนอง เกือบ 200 ไร่ เพื่อเปิดทางให้เอกชนลงทุนสร้างวิลล่าพร้อมพื้นที่พักผ่อน สนามกีฬา ซุปเปอร์มาร์ท ให้แรงงานต่างด้าว 6.4 หมื่นคน ขณะที่อธิบดี ทช. รับมีหนังสือมาจริง แต่อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอและปรึกษาหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้านปลัด ทส.ระบุหากไม่ใช่พื้นที่เสื่อมโทรมหรือจัดไว้ให้ผู้ยากไร้ ไม่เข้าข่ายอนุญาตให้เพิกถอนได้ แฉพื้นที่ติดคดีอยู่ถึง 4 คดี ตัดสินแล้ว 2 คดี อยู่ในชั้นอัยการอีก 2 คดี

จากนโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวของกระทรวงแรงงาน ที่มีการขยายผลไปถึงการจัดเขตพื้นที่ส่งเสริมที่พักอาศัยแรงงานต่างด้าว หรือโซนนิ่ง โดยกำหนดนำร่องใน 2 จังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากสุด คือ สมุทรสาครและระนอง ต่อมาเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือถึงกรมทรัพยากรทางทะเลฯ เรื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ 13 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ระนอง ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี ระยอง สมุทรสาคร เชียงใหม่ สงขลา ภูเก็ต ตาก สุราษฎร์ธานีและชลบุรี โดยขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนเป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างอาคารชุดใน จ.ระนอง ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว รวม 64,212 คน แบ่งเป็นได้รับการพิสูจน์สัญชาติและนำเข้าตามข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับพม่า จำนวน 39,850 คน และได้รับการผ่อนผัน จำนวน 24,036 คน ส่วนใหญ่มีที่พักอาศัยตามสลัมหรือที่พักที่นายจ้างจัดให้

ทั้งนี้ จ.ระนอง ได้กำหนดพื้นที่อยู่อาศัยหรือจัดโซนนิ่ง ไว้ 2 แห่ง คือ พื้นที่ป่าชายเลน บริเวณหลังป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 (ซอยหลังโรงเจ) ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จำนวน 120 ไร่ และที่ดินบริเวณบ้านปากคลอง หมู่ที่ 1 (ซอยแพแหวนทอง) ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง อีกประมาณ 73 ไร่ และขอให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพิกถอนสภาพป่าชายเลนทั้ง 2 พื้นที่ เพื่อให้เอกชนมาลงทุนก่อสร้างโดยสัมปทานหรือเช่าพื้นที่ทำโครงการในรูปแบบวิลล่า แบ่งเรือนที่พักเป็นโซน ห้องละ 4 คน มีการดูแลรักษาความปลอดภัย พื้นที่พักผ่อน สนามกีฬา ร้านซุปเปอร์มาร์ท เป็นต้น รวมทั้งขอยกเว้นกฎหมายผังเมือง เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียวพร้อมทั้งระบุด้วยว่า หากได้รับอนุมัติโครงการจะแล้วเสร็จภายใน 10 เดือน

จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็ได้รับคำตอบว่า เรื่องทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอและปรึกษาหารือผู้ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่เข้าสู่กระบวนการที่เป็นทางการ นั่นคือนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผ่อนผันให้สามารถเข้าไปใช้ พื้นที่ป่าชายเลนได้ โดยขั้นตอนขอเพิกถอนป่าชายเลน ต้องไปชี้หรือพิจารณาพื้นที่ก่อนว่าจะใช้พื้นที่ตรงไหน บริเวณใด จากนั้นนำเสนอ ครม.เพื่อขอเพิกถอน และเมื่อได้รับการผ่อนผันก็จะต้องนำเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาการใช้พื้นที่ป่าชายเลน และมอบให้เป็นพื้นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ คงต้องใช้เวลาอีกระยะ เพราะต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้นตอนด้วยกัน

เมื่อถามว่า ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ป่า ชายเลนแล้ว มีความเหมาะสมที่จะเอาพื้นที่ป่าชายเลนไปสร้างสถานที่ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กล่าวว่า สภาพพื้นที่ป่าชายเลนในบริเวณที่ขอเพิกถอน ขณะนี้ไม่มีสภาพของความเป็นป่าชายเลนแล้ว น้ำทะเลเข้าไม่ถึงมานานแล้ว อีกทั้งมีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้า ไปบุกรุกสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยอีกด้วย คือเปลี่ยนสภาพจากป่าชายเลนเดิมไปหมดแล้ว การพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตนั้น หลักการสำคัญคือ ต้องมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ และสังคมเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพื้นที่จะเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างเสื่อมโทรม แต่หาก ครม.อนุมัติ ให้มีการเพิกถอนให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวได้จริง ครม.เองจะต้องจัดงบประมาณเพื่อชดเชย ให้มีการปลูกป่าชายเลน เป็นจำนวน 20 เท่าของพื้นที่เดิม หรือไม่ต่ำกว่า 4,000 ไร่ ด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องใดๆแจ้งมายังกรมฯอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงผลการประชุมและนำเสนอโครงการของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น

ขณะที่ นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดเรื่องทั้งหมด แต่หลักการของการขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน เพื่อประโยชน์ชุมชนนั้น พื้นที่ต้องเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม ต้องให้กับผู้ยากไร้ ซึ่งปกติแล้วก็มีคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่เพิกถอนพื้นที่ป่าชายเลนพิจารณาอยู่แล้ว แต่เข้าใจว่าหากพื้นที่ไม่ใช่ที่เสื่อมโทรม หรือ จัดไว้ให้ผู้ยากไร้ ไม่น่าจะเข้าข่ายการอนุญาตให้เพิกถอนได้

ด้านนายประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ผอ.ส่วนใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ กรมป่าไม้ กล่าวว่า การขอใช้ป่าชายเลน แม้จะอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯ แต่กรณีดังกล่าวสามารถขอใช้ประโยชน์โดยตรงที่กรมทรัพยากรทางทะเลฯได้เลย เพราะมีการแบ่งงานอำนาจรับผิดชอบกันแล้ว แต่ถ้าขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนฯ ต้องมาขอที่กรมป่าไม้

นางพันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร นักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า หากรัฐบาลมีเจตนาที่จะสร้างที่อยู่อาศัยให้กับแรงงานต่างด้าว เพื่อให้คนเหล่านั้น ได้ตามสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เท่าที่ควรจะได้รับก็เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่ไม่ใช่สร้างมาเพื่อการควบคุมกักขัง นอกจากนี้ ทุกคนก็มีบทเรียนร่วมกันแล้วว่า การปล่อยให้เกิดชุมชนในพื้นที่ใกล้น้ำและเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งในประเทศไทยก็เหลือน้อยอยู่แล้ว บริเวณดังกล่าวมักจะกลายเป็นแหล่ง เสื่อมโทรมตามมาทันทีหากไม่มีการดูแลให้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ป่าชายเลน ที่กระทรวงมหาดไทยขอให้มีการเพิกถอนสภาพอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าเกาะสุย ท้องที่ ม.5 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีคดีบุกรุกพื้นที่ติดอยู่ 4 คดี มีผู้ต้องหา 7 คน โดยศาลตัดสินแล้ว 2 คดี รอฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย และอีก 2 คดีอยู่ในชั้นอัยการ นอกจากนี้ การขอเพิกถอนสภาพป่าชายเลนหรือป่าสงวนฯ ให้กับผู้อพยพหรือแรงงานต่างด้าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะมีก็เพียงการขอใช้ป่าสงวนฯ เพื่อภารกิจของราชการจากหน่วยงานราชการด้วยกัน เช่นที่ จ.ตาก มีการขอป่าสงวนฯ ให้แรงงานและผู้อพยพ แต่เป็นรูปแบบการตั้งค่ายเท่านั้น ไม่ใช่ลงทุนก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบวิลล่าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ที่สำคัญ ไม่ได้ขอใช้ประโยชน์ แต่ขอให้เพิกถอนให้เอกชน ซึ่งจะทำให้ป่าชายเลนหรือป่าสงวนฯ หมดสภาพจากความเป็นป่าโดยปริยาย

สำหรับความเป็นมาของการที่กระทรวงมหาดไทยขอใช้พื้นที่ป่าชายเลน เพื่อนำมาทำที่พักอาศัยของแรงงานต่างด้าวในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ผลประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย (อกคร.) ครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2559 ที่มี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน เป็นประธาน ว่า มีการพิจารณาตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในลักษณะโซนนิ่งนำร่องใน 2 จังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุด คือ สมุทรสาคร และระนอง โดยกระทรวงมหาดไทย จะเร่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 2 จังหวัด ให้นำมติในที่ประชุมไปดำเนินการให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศ ไทยอย่างเหมาะสม เพื่อนำมาเป็นต้นแบบขยายผลไปยังจังหวัดอื่นที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวจำนวนมากอีกกว่า 20 จังหวัด ให้การดำเนินการเป็นไปในรูปแบบสากล

กระทรวงมหาดไทยรับสนองนโยบายจัดโซนนิ่งแรงงานต่างด้าว ทำหนังสือ ถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขอให้เพิกถอนสภาพป่าชายเลน ในป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองหัวเขียวและป่าเกาะสุย จ.ระนอง 28 มี.ค. 2560 04:33 ไทยรัฐ