วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แห่ร้องแบงก์หลอกลวงไม่เลิก

ธปท.จ่อออกเกณฑ์ดูแลผู้บริโภคคุมทุกด้าน

ธปท. เผย ประชาชนยังแห่ร้องเรียนพฤติกรรมสถาบันการ เงินไม่เหมาะสมสูงต่อเนื่อง ขณะที่ผลสำรวจ 143 สาขาแบงก์ พบ 90% พนักงานแบงก์จ้องขายพ่วง–บังคับขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประกัน เร่งคลอดเกณฑ์ดูแลผู้บริโภคปลายปีนี้ สถาบันการเงินใดฝ่าฝืน ลงโทษหนัก ทั้งปรับ และไม่อนุญาตทำธุรกรรมอื่นเพิ่ม

นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.กำลังเร่งดำเนินยุทธศาสตร์กำกับดูแลสถาบันการเงินส่วนของการดูแลผู้บริโภคอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม (Market Conduct) เพื่อสร้างจรรยาบรรณใหม่ของสถาบันการเงินในการดูแลผู้บริโภค เพราะในปี 59 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ได้รับเรื่องร้องเรียนการให้บริการของสถาบันการเงินจากประชาชนสูงถึง 1,588 รายการ โดยเรื่องที่ร้องเรียนมากที่สุด คือ ยอดเงินต้น และยอดหนี้ไม่ถูกต้อง ตามด้วยการให้บริการสินเชื่อและการปรับโครงสร้างหนี้, การทวงหนี้ไม่เหมาะสม, การขายผลิตภัณฑ์การเงินพ่วงประกัน บังคับขาย และการฝากถอนเงินผ่านตู้

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้สำรวจพื้นที่จริง และสอบถามการให้บริการของสาขาธนาคารพาณิชย์ 143 สาขาในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเขตหัวเมืองในแต่ละภูมิภาค โดยไม่เปิดเผยตัว พบว่า ประมาณ 90% ของสาขาธนาคารพาณิชย์ที่สำรวจ พนักงานยังไม่ให้ข้อมูลที่เหมาะสม ชัดเจน และอิงประโยชน์ผู้บริโภคอย่างเพียงพอ หรือบอกแต่ข้อมูลด้านดีเท่านั้น ทำให้ตั้งแต่ปลายปี 59 ธปท.ต้องออกหนังสือกำชับการให้บริการของพนักงานธนาคารพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง แต่ประกาศดังกล่าวยังถือว่าไม่มีแนวทางที่ชัดเจน และบทลงโทษที่เพียงพอ

“จากการสำรวจ พบว่า พนักงานธนาคารพาณิชย์ยังขายผลิตภัณฑ์การเงินพ่วงประกัน โดยไม่ชี้แจงว่า เงินที่ทำประกันนั้น จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันประกันเงินฝาก และหากถอนก่อนกำหนด จะได้รับเงินต้นคืนไม่ครบจำนวน นอกจากนั้นยังไม่ชี้แจงถึงการฝากเงิน เช่น กรณีถูกเรียกเก็บเงินค่ารักษาบัญชีในกรณีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของบัญชี ขณะเดียวกัน ไม่ชี้แจงเรื่องการอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เพื่อขายผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม ว่าลูกค้าสามารถอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้”

นายรณดล กล่าวว่า หลังจากการสำรวจแล้ว ธปท.จึงออกหนังสือกำกับใน 3 เรื่อง คือ 1.การออกบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็ม 2.การเปิดเผยข้อมูลความลับส่วนตัวของลูกค้า และ 3.การขายประกันพ่วง รวมถึงนำผลสำรวจของ 143 สาขาหารือกับธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานในการดูแลผู้บริโภค และให้นำการดูแลผู้บริโภคมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาผลงานและเงินเดือน (เคพีไอ) ของพนักงาน แทนการพิจารณายอดขายอย่างเดียว นอกจากนี้ ในปลายปีนี้ ธปท.จะออกเกณฑ์ดูแลผู้บริโภคแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การให้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมของพนักงาน เอกสารสัญญา เอกสารประกอบการขายที่ต้องชัดเจน และสั้น กระชับได้ใจความ โดยต้องไม่หลอกลวง ไม่บังคับ ไม่รบกวน และเปิดเผยโปร่งใส

“ในปี 60 จะเร่งจัดการเรื่องขายพ่วงประกัน และเอาข้อมูลความลับของลูกค้าไปใช้ในทางไม่เหมาะสม ส่วนปี 61 และปี 62 จะทำเรื่องที่เหลือให้เสร็จ สำหรับบทลงโทษกรณีธนาคารพาณิชย์ไม่ดูแลผู้บริโภคอย่างเหมาะสมเพียงพอนั้น หากต้องการขออนุญาตธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภครายย่อย ธปท.อาจไม่อนุญาต และจะมีโทษปรับ ซึ่งจะมีผลต่อการจัดอันดับความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ และ ธปท.ต้องกำกับดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น”.