วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงครวญ จาก ด.ช. 8 ขวบ'ถ้ายึดบ้านผม ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน'(คลิป)

เด็กชายวัย 8 ขวบจากน่าน ครวญ “ถ้ายึดบ้านผม ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน” หลังมีหมายศาลมาขอยึดบ้าน เนื่องจากพ่อหนีไปมีครอบครัวใหม่ พร้อมนำบ้านไปจำนอง ทั้งที่แม่ไม่รู้

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 60 จากกระแสดังบนโลกโซเชียลที่มีเด็กชายวัย 8 ขวบ สู้ชีวิตช่วยแม่ แก้ปัญหาหนี้ บ้านถูกบังคับคดีเตรียมขายทอดตลาด หลังจากนั้น โอดโอย “ถ้ายึดบ้านผม ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน”

จากนั้นทาง สำนักงานบังคับคดีน่าน และ ธกส.สาขา ท่าวังผา และผู้สื่อข่าวได้รุดไปยังบ้าน ด.ช.นัทธพงษ์ จิรธนะวงษ์ หรือน้องโอม หรือ วัย 8 ขวบ บ้านเลขที่ 330 หมู่ 6 บ้านเชียงแล 2 ต.ริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งอาศัยอยู่กับนางนิลวัลย์ เชียงหนุ้น ผู้เป็นแม่ ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป

จากการสอบถาม นางนิลวัลย์ เชียงหนุ้น ผู้เป็นแม่ ได้กล่าวว่า ตนและสามีได้แยกทางกันนานกว่า 4 ปีแล้ว และในขณะนั้นน้องโอมยังเล็กๆ โดยพ่อไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งให้ตนต้องรับภาระดูแลน้องโอม โดยหลังแยกทางกัน พ่อได้นำบ้านหลังที่ตนอยู่ปัจจุบันไปจำนองกับธนาคารโดยที่ตนรู้ภายหลังว่าเป็นหนี้ เมื่อมีหมายจากศาลมาขอยึดบ้าน ซึ่งก็ตกใจและเสียใจ แต่ก็ไม่รู้ว่า จะติดต่อไกล่เกลี่ยอย่างไร เนื่องจากทุกวันนี้ก็ต้องทำงานแค่พอมีเงินไว้กินไว้ใช้ไปวันๆ หากจะหาเงินก้อนมาใช้หนี้ ก็เป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็นทาง โดยพี่ชายของน้องโอม อายุ 14ปี ไม่อยากเป็นภาระของแม่ ก็ไปขอบวชเรียนที่วัดเชียงแล หลังจากเรียนจบ ป.6 จากนั้นน้องโอมก็คิดเช่นเดียวกับพี่ชาย ที่จะไปเป็นเด็กวัด แต่ด้วยความเป็นห่วงแม่ ซึ่งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จึงอยู่ช่วยแม่ทำงานที่บ้าน

แต่ทางน้องโอมนั้นรับรู้ถึงความทุกข์ของแม่ ที่ต้องทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินมาไถ่บ้าน โดยน้องโอมก็พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ หาทางช่วยเหลือแม่อย่างเต็มกำลังเท่าที่เด็กวัย 8 ขวบ ที่จะทำได้ โดยหลังเลิกเรียน จะไปช่วยรับจ้าง รูดยาสูบ และวันเสาร์ - อาทิตย์ ก็จะไปช่วยถอนหญ้าและไปช่วยเก็บยาสูบกลางไร่

ด้านทางคณะครู โรงเรียนบ้านเชียงแลนาทราย อ.ท่าวังผา จ.น่าน ต่างได้กล่าวว่าด.ช.นัทธพงษ์ จิรธนะวงษ์ หรือน้องโอม เป็นนักเรียนชั้น ป.2 เป็นเด็กตั้งใจเรียน เป็นที่รักของคุณครู และเพื่อนๆ เนื่องจากเป็นเด็กร่าเริง ยิ้มง่าย และขยัน แม่ครัวที่โรงอาหาร ก็จะให้น้องโอมมาช่วยถูโรงอาหาร หลังจากที่เด็กคนอื่นๆ ทานข้าวเสร็จ และก็จะแบ่งอาหารที่เหลือจากโรงครัวให้โอมนำกลับมากินที่บ้าน เพื่อทุ่นรายจ่ายทางครอบครัว

ด้าน นางสาวนภัสวรรณ สันติสุข เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดี จังหวัดน่าน กล่าวว่า ตอนนี้เราได้ประสานกับโจทย์ ที่เป็นบริษัทลิสซิ่ง แห่งหนึ่ง ซึ่งขอให้มีการขายทอดตลาด บ้านและที่ดินของคุณแม่น้องโอม ว่า ขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน เพื่อให้มีการเจรจา ซึ่งโจทย์ก็ยอมได้งดการขายทอดตลาดไว้ระยะหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้น เราจะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจากัน เพื่อให้เกิดการประนอมหนี้เกิดขึ้น ซึ่งเวลานี้จะยังไม่มีการขายทอดตลาด ซึ่งถือเป็นความห่วงใยของกรมบังคับคดี ที่จะต้องเข้ามาดูแล

และ นายอัครพล มุขเพชร ผู้จัดการ ธกส.สาขา อ.ท่าวังผา กล่าวว่า ทาง ธกส.ก็เป็นเจ้าหนี้ของคุณแม่น้องโอม ที่ผ่านมาก็มีการส่งหนี้ ธกส.มาตลอด สำหรับรายนี้เราไม่ได้มีการบังคับหนี้แต่อย่างใด ซึ่ง ธกส.มีแนวทางสำหรับจัดการหนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่การปรับโครงสร้างหนี้ ไปจนถึงลูกค้ากลุ่มที่ลำบากจริงๆ ซึ่งเราจะต้องตรวจสอบว่า มีความเดือดร้อนจำเป็น เราก็จะมีการจำหน่ายบัญชีออกเพื่อให้เป็นหนี้สูญ สำหรับลูกหนี้รายนี้ สบายใจได้ อย่างน้อยๆ ธนาคารสงวนสิทธิ์ได้สำหรับที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือที่ทำกิน เราก็สามารถยกเว้นได้

จากนั้น น้องโอม ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าชมภายในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว แบ่งเป็นห้องภายในมี 2 ห้อง พร้อมโถงวางที่นอนเก่า ซึ่งเป็นที่นอนของน้องโอม มีโต๊ะเก้าอี้เล็ก สำหรับนั่งทำการบ้าน และอ่านหนังสือ โดยน้องโอม กล่าวถึงเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่า ถ้ายึดบ้านผม ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

และนอกจากนั้นน้องโอม ยังมีชุดนักเรียนเพียง 2 ชุดเท่านั้น ที่ใส่ไปโรงเรียน โดยของตัวเองมีเพียง 1 ชุด และของพี่ชายที่ไปบวชเป็นสามเณร หลังจากจบ ป.6 อีก 1 ชุด เท่านั้น ต้องสลับเปลี่ยนใส่ไปโรงเรียนทุกวัน

ซึ่งในขณะนี้ได้มีหลายฝ่ายเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทุนการศึกษา และช่วยแม่ของน้องโอม ไถ่บ้านและที่ดินทำกินคืน หากท่านใดที่มีจิตศรัธาจะเข้าช่วยเหลือครอบครัวน้องโอม สามารถโอนเงิน ได้ที่บัญชี ออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ด.ช.นัทธพงษ์ จิรธนะวงษ์ ธนาคารทหารไทย สาขาท่าวังผา เลขที่ 608-2-18551-0 หรือ ส่งของช่วยเหลือได้ที่ ด.ช.นัทธพงษ์ จิรธนะวงษ์ บ้านเลขที่ 330 หมู่ 6 ต.ริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน 55140