วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Star Topic : The Mask Singer เราได้อะไรจากดราม่าหน้ากาก?!

เรียกว่าเป็นรายการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกโซเชียลในเวลานี้สำหรับ "The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ทางช่องเวิร์คพอยท์ การันตีจากแฮชแท็ก #themasksinger ที่เคยขึ้นไปถึงอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ของโลกในช่วงเวลาออนแอร์ รวมถึงยอดเพจวิวทั้งในเฟซบุ๊กและยูทูบที่มีผู้ชมนับล้านคนติดตามการถ่ายทอดสด และเรตติ้งรายการที่แตะหลัก 10 ในยุคทีวีดิจิตอล แต่ก็มีดราม่าตามมาทั้งกรณีดราม่า หน้ากากจิงโจ้ เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร ที่ถูกจับผิดเรื่องพูดไม่ชัด ศัลยกรรม ฯลฯ จนถูกมองข้ามความสามารถเมื่อครั้งยังไม่ถอดหน้ากาก รวมถึงดราม่าการถ่ายทอดสดของรายการที่มีข้อผิดพลาดหลายอย่าง และดราม่าที่คนดูมองว่าทางรายการให้ความสำคัญกับรองแชมป์อย่าง หน้ากากอีกาดำ เอ๊ะ จิรากร สมพิทักษ์ มากกว่าแชมป์อย่าง หน้ากากทุเรียน จนกลายประเด็นร้อนๆ ที่หลายคนให้ความสนใจในเวลานี้ แล้วเราได้อะไรจากดราม่าหน้ากากครั้งนี้?! คอลัมน์ "Star Topic" อังคารนี้ ตามไปสอบถามความคิดเห็นจากเหล่าคนดังมาฝากกัน

เต๋อ รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ : เป็นรายการที่ทำให้เห็นว่าในชีวิตจริงบางครั้งเราเห็นหน้ากากที่เราใส่กันเข้ามาเจอในสังคม แต่แท้จริงมันมีหลายอย่างมากที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมันอาจจะเป็นด้านดีหรือไม่ดีก็ได้
“ผมว่าเป็นรายการที่ทำให้เรามองเห็นว่าในชีวิตจริงคนเราบางครั้งเราเห็นหน้ากากที่เราใส่กันเข้ามาเจอกันในสังคม แต่แท้จริงมันมีหลายอย่างมากที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมันอาจจะเป็นด้านดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่อย่างรายการนี้มันเป็นเรื่องความสามารถที่โดดเด่นมากกว่าหน้ากากซะอีก พอถอดหน้ากากออกมาผลลัพธ์มันก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน พอเห็นข่าวดราม่าก็เห็นใจและเข้าใจ เพราะเราเชื่อว่ามันยากที่จะใช้ชีวิตโดยปราศจากอคติบางอย่างในสังคม คนมักจะมีภาพมายาคติบางอย่างที่เราตั้งเอาไว้ แล้วมันน้อยคนที่จะให้ความสนใจที่จะเจาะลึกหรือลงไปทำความรู้จักใครสักคนนึงใต้หน้ากาก เพราะส่วนมากคนก็ตัดสินเท่าที่เห็น

ผมชอบรายการนี้ตรงที่เขาร้องเพลงเก่งมาก มีความสามารถ ซึ่งอาจจะถูกบดบังด้วยเหตุการณ์หลายๆ อย่างในชีวิต หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ความสามารถตรงนั้นเราได้เห็นอีกครั้งนึงด้วยการเอาหน้ากากมาปิดไว้ แต่สิ่งที่มันโดดเด่นมามันเป็นสิ่งที่อยู่ข้างในคือความสามารถ ผมชอบหน้ากากโพนี่ (แปม ไกอา) ร้องเพลงเพราะมาก ไม่เคยรู้มาก่อน รู้จักแปมในฐานะที่ผมเป็นเพื่อนของเพชร (เผ่าเพชร เจริญสุข) คือรู้ว่าแปมเป็นนักร้องวงไกอา แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าแปมร้องเพลงเพราะขนาดนั้น ตอนเปิดหน้ากากมาก็ตกใจ เก่งขนาดนี้เลยเหรอ แต่ยังไม่ได้เจอกันเลย ถ้าเจอจะบอกว่าเก่งมากๆ เก่งจนตกใจ ก็อยากบอกผู้เข้าแข่งขันทุกคนว่าหน้ากากเป็นแค่อีกสิ่งที่ปกปิดตัวเราจากภาพจำของคนในสังคม และทำให้เราได้ปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริง ส่วนกระแสสังคมที่มีดราม่าผมว่ามันคงยากที่จะขวางแม่น้ำ แต่เราเข้าใจและคิดว่าเป็นกลางน่าจะดีที่สุด อย่าอ่อนไหวไปกับอะไรให้มากนัก รู้สึกดีก็รู้สึกดี รู้สึกไม่ดีก็รู้สึกให้น้อยลง ผมว่าอะไรที่เป็นกลางมันดีที่สุดครับ”

จอย รินลณี ศรีเพ็ญ : ทำไมเวลาตอนที่ยังไม่เปิดหน้ากากคนรักหน้ากากจิงโจ้ แต่ทำไมเวลาเรารู้จักใครสักคน เรากลับมองหาแต่ข้อเสียข้อผิดพลาดของเขา
“จอยอยากให้คนเปิดใจค่ะ จอยรู้จักกับเป๊กอยู่แล้ว เราเคยไปเกาหลีด้วยกัน เป๊กเคยเป็นพิธีกรรายการเปรี้ยวปาก เราเห็นน้องเป็นคนมีความสามารถมากๆ อยู่แล้ว เขาเป็นคนน่ารักมากๆ จอยรู้สึกว่าทำไมเวลาตอนที่ยังไม่เปิดหน้ากากคนรักหน้ากากจิงโจ้ แต่ทำไมเวลาเรารู้จักใครสักคน เรากลับมองหาแต่ข้อเสียข้อผิดพลาดของเขา แทนที่จะให้กำลังใจ ในเมื่อเราไม่รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เราสามารถให้กำลังใจเขาได้ แต่ในเมื่อเรารู้ว่าเขาเป็นใครทำไมเรากลับไปโจมตีเขา จอยอยากให้กำลังใจเพราะเขาทำหน้าที่ในการเป็นศิลปินได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงหรือเอ็นเตอร์เทน ดีใจมากที่พอเปิดหน้ากากแล้วเป็นเป๊ก จอยยังเข้าไปดูไอจีเป๊ก จอยเชียร์หน้ากากจิงโจ้และเป๊ก ผลิตโชค ยังเข้าไปคอมเมนต์เลยค่ะทั้งที่ก็คิดว่าน้องจะได้อ่านไหมเพราะคอมเมนต์เยอะมาก 4-5 หมื่นคอมเมนต์ แต่เราอยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้เขาเห็นว่าเราให้กำลังใจเขา

จอยอยากให้สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่บวกๆ ทั้งการให้กำลังใจ การพูด การมองข้อดี แต่ทำไมคนเราเลือกที่จะหาข้อเสียของคนมากกว่าข้อดี ถ้าจอยรู้จักใครสักคน จอยจะมองข้อดีเขาก่อน ข้อเสียน่าจะเป็นส่วนที่เรามองข้ามไปด้วยซ้ำ ถ้าเราเป็นแค่คนธรรมดาคนนึงในโลก เราก็ต้องการกำลังใจ คือไม่ถึงกับว่าว่าไม่ได้นะคะ แต่คนเราไม่ได้เพอร์เฟกต์ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกเรื่อง แต่การที่เราจะพูดถึงข้อเสียของใครสักคน เราน่าจะพูดเพื่อให้เขาปรับตัวหรือให้เขาได้ใช้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่พูดเพื่อความสะใจ จอยว่าการที่อยากให้เขาดีขึ้น ถ้าเขาพลาดตรงไหนไปเราก็บอกเขาว่าทำแบบนี้น่าจะดีกว่าไหม เพื่อเป็นการให้กำลังใจซัพพอร์ตกัน สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น ถ้าเราเป็นคนนึงที่ถูกวิจารณ์แล้วเราจะรู้สึกยังไง อย่ามองแต่ว่าจะวิจารณ์ใครก็ได้ค่ะ

นอกจากจิงโจ้แล้ว จอยก็ชอบหน้ากากทุเรียน แต่จริงๆ ชอบทุกคนนะ จอยรู้สึกอะเมซซิ่งว่าแต่ละคนมีความสามารถมากกว่าที่เรารู้ด้วยซ้ำไป สุดท้ายจอยว่ารายการบันเทิงก็ดูเพื่อความบันเทิงค่ะ จอยรับได้กับทุกคำติเพื่อก่อเพื่อทำให้ตัวเราดีขึ้น แต่ติเพื่อสนุกเพื่อเอามันส์เราก็ต้องเห็นใจคนอื่นด้วย แล้วถ้าเขาเป็นญาติพี่น้องเราจะทำแบบนี้ไหม จอยว่าสังคมเดี๋ยวนี้เซ้นซิทีฟมากขึ้น ต้องการความรักและการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน จอยว่าสังคมจะน่าอยู่ถ้าเราเห็นใจและรักกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ค่ะ”

แพทตี้ อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา : เข้าใจว่ามีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ก็อยากให้มองในสิ่งที่เขาทำมากกว่า คือมองในความสามารถ
“เอาจริงๆ แพทไม่ได้ทราบอะไรมากว่าเรื่องราวเป็นยังไง แต่อยากให้มองในมุมดีมากกว่า คือมองในมุมก่อนหน้านี้ที่เขาเป็น เขาได้มาร้องเพลงสร้างความสุขให้คนดู มันก็สนุก ทำให้ผู้ชมได้คิดว่าเอ๊ะ เขาจะเป็นใครยังไง เขาร้องแต่ละเพลงก็ได้โชว์ความสามารถของเขา ฟังเสียงของเขาค่ะ เราเข้าใจว่ามันอาจจะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ถ้าเป็นเราก็คงเซ็งๆ นิดหน่อย แต่ก็อยากให้มองในสิ่งที่เขาทำมากกว่า คือมองในความสามารถ แต่ส่วนอื่นที่วิจารณ์กัน แพทไม่รู้ว่าเขาวิจารณ์กันยังไง แต่ถ้าเขาโดนเยอะมากก็น่าเห็นใจนะคะ ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

ถามว่ามีชอบคนไหนเป็นพิเศษไหม แพทดูแค่บางคนเองน่ะ ตอนนั้นได้ดูเทปของพี่ก้อย รัชวิน เป็นหน้ากากหมูป่า เราก็เพิ่งรู้ว่าพี่ก้อยร้องเพลงได้ด้วยเหรอ ตอนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นพี่ก้อยก็พยายามฟังว่าเอ๊ะ เสียงใคร แต่ก็ไม่รู้อะ อย่างของพี่ก้อยเราก็ไม่รู้เลยเพราะเราไม่เคยได้ยินเขาร้องเพลงไง ไม่มีทางทายถูก แต่พอเปิดมาเป็นพี่ก้อยก็โห พี่ก้อยร้องเพลงได้เหรอ เราก็อาจจะเห็นในมุมความสามารถของดาราแต่ละคนที่เขาอาจไม่เคยได้ร้องหรือยังไม่มีโอกาสได้ร้อง หรือเขาเคยร้องแต่เราไม่เคยเห็นค่ะ แต่รายการนี้ทำให้เราได้เห็นว่าเขาร้องเพลงได้และร้องเพราะด้วย จริงๆ รายการบันเทิงแพทว่าหลักๆ เขาทำมาเพื่อความบันเทิงมากกว่า อยากให้ทุกคนสนุกกับกิจกรรมที่เขาทำกัน เอ็นจอยและลุ้นกันว่าคนนี้คือใคร อย่าไปซีเรียสมากเลยค่ะ”

สิงโต นำโชค : ดูและวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมีสติ บางทีทุกอย่างมันง่ายแค่ปลายนิ้ว เราก็ต้องดูด้วยว่าพูดไปแล้วจะไปกระทบคนอื่นเขาไหม จะทำให้เขารู้สึกยังไง
“ผมเป็นแฟนรายการนี้เลยครับ ต้องดูตลอดครับ ทำงานก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ติดตามตลอดเลย ผมเดาว่าหน้ากากทุเรียนต้องเป็นทอม Room 39 อยู่แล้วแหละ ส่วนดราม่ารายการผมว่าเป็นสีสัน มันต้องมีแบบนี้บ้างเป็นธรรมดาเพราะว่าเป็นกระแสขึ้นมาในช่วงนั้น แต่สำหรับผมก็ดูสนุกๆ อย่าไปซีเรียสมาก กับเรื่องดราม่าหน้ากากจิงโจ้ ผมว่าเขาอยู่วงการมานานกว่าผมอีก ผมว่าเขาเอาอยู่อยู่แล้ว เรื่องแค่นี้สบายมาก ถามว่าเขาวิจารณ์กันมากไปไหม ผมไม่ค่อยได้อ่าน ดูรายการแล้วชื่นชอบที่เขาร้อง เสร็จปุ๊บก็เดาว่าเขาคือใคร พอเขาถอดหน้ากากมาก็เซอร์ไพรส์มันก็จบแค่นั้น ผมว่าดูที่ความสามารถแค่นั้นพอแล้ว

ส่วนตัวผมชื่นชอบทุกหน้ากากเลยนะ ชอบหมดเลยเพราะได้เดาตลอด ได้ลุ้นว่าเป็นใคร ในฐานะศิลปิน ผมมองว่าแต่ละคนที่มาร้องเพลงรายการนี้นี่นักร้องอาชีพคุณภาพทั้งนั้นเลย เราก็ได้ฟังเพลงเพราะๆ เพลงดีๆ ได้ลุ้นว่าเขาเป็นใคร แต่ละคนมีแววทางด้านการเป็นนักร้องอยู่แล้ว ก็อยากให้ดูกันอย่างสนุกสนาน ดูกันแบบมีสติ วิเคราะห์วิจารณ์อย่างมีสติ บางทีทุกอย่างมันง่ายแค่ปลายนิ้ว เราก็ต้องดูด้วยว่าพูดไปแล้วจะไปกระทบคนอื่นเขาไหม จะทำให้เขารู้สึกยังไง แต่บางทีของพวกนี้มันก็ห้ามไม่ได้เนอะ สุดท้ายอยู่ที่เราแหละว่าอย่าไปเสพมัน ถ้าเสพแล้วมันทำให้เราเกิดความคิดด้านลบ คิดลบแล้วยิ่งทำให้ทุกอย่างลบไปอีก ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราก็อยู่ห่างจากตรงนั้นดีกว่าครับ”

พัดชา เอนกอายุวัฒน์ : ความอินทำให้เราสนุกกับการชม แต่พอเราชมเสร็จแล้วเราต้องคิดด้วยว่าจริงๆ แล้วรายการเกิดขึ้นมาเพื่อให้คุณสนุกบันเทิง หรือรายการเกิดมาเพื่อตัดสินคนทั้งชีวิตจริงๆ มันไม่เหมือนกัน
“อย่างแรกเลยเป็นรายการที่เซอร์ไพรส์คนดูมาก ทั้งรูปแบบรายการและเรตติ้งด้วย แต่พอมันเริ่มรอบลึกขึ้นเรื่อยๆ มันก็เข้มข้น คนดูก็คาดหวัง อย่างเรื่องดราม่าเนี่ยมันก็เป็นไปตามกลไกของสังคมโซเชียลมีเดีย ทั้งคนที่เป็นผู้ชนต้องปรับตัว ศิลปินก็ต้องปรับตัวเนอะ พัดรู้สึกว่าเป๊กน่าจะแข็งแรง ก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น คือมันมีบางมุมเหมือนกันที่เรารู้สึกว่ามันเป็นการเอาเรื่องอื่นมายุ่งด้วย แต่ในบางจุดเนี่ยเราเข้าใจคนวิจารณ์ เราเข้าใจความคาดหวังของคนดู แต่ในมุมที่เราเป็นตัวเราจริงๆ เราเป็นนักร้องเหมือนกัน เราก็มีฉุกคิดนิดนึงเหมือนกันนะเวลาที่เป๊กบอกว่าผมแสดงให้พวกคุณเห็นแล้วนะว่าเมื่อคุณไม่รู้ว่าเป็นผมมีรีแอ๊กยังไง แต่เมื่อคุณรู้ว่าคนที่อยู่ใต้หน้ากากเป็นใครมันต่างกันยังไง พัดไม่อยากให้คนโฟกัสแค่ผลิตโชคคนเดียวค่ะ ลองนึกย้อนดูคนที่ออกรายการนี้มาแล้วเราได้ยินเสียงของเขาแล้วพอเปิดหน้ากากมา ผู้บริหารก็มี ศิลปินจริงๆ ก็มี ดาราก็มี ซึ่งเราไม่รู้ว่าเขาร้องได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นอยากให้ลองนึกย้อนด้วยค่ะว่ามีคนไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบ เพราะฉะนั้นเป๊กเป็นหนึ่งในช้อยส์ที่ไม่ถูกรสนิยมเราเท่านั้นเองรึเปล่า

ก็อยากให้สู้ๆ ค่ะ อย่างแรกเลยคือมันเป็นสีสันวงการทีวีปีนี้เลย หวังว่าซีซั่นหน้าจะได้ไปใส่หน้ากากกับเขาบ้าง เหลือไว้ให้บ้างนะคะ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะใส่หน้ากากอะไรดี (ยิ้ม) ถามว่าชื่นชอบหน้ากากไหนเป็นพิเศษไหม พัดไม่ได้ดูรายการครบ แต่เราดูอันที่คนพูดถึงเยอะๆ แล้วย้อนกลับไปดู เราชอบหน้ากากเกอิชา (ชมพู่ ก่อนบ่าย) ซึ่งตอนนั้นคนสงสัยว่าเป็นพัดชารึเปล่า เลยเข้าไปดูแล้วฟัง พอฟังจริงๆ แล้วแอบรู้เพราะเคยทำงานกับพี่ชมพู่มาสักพักนึงแล้วจะแอบจำได้เวลาให้สัมภาษณ์หรือท่าทาง แต่ไม่เคยรู้ว่าพี่เขาร้องเพลงดี อย่างพี่บุ๋ม ปนัดดา หน้ากากมังกร นี่แน่นอนเลยเพราะเขาเป็นตัวแม่จริงๆ ค่ะ สุดท้ายอยากบอกว่าความอินทำให้เราสนุกกับการชมค่ะ แต่พอเราชมเสร็จแล้วเราต้องคิดด้วยว่าจริงๆ แล้วรายการเกิดขึ้นมาเพื่อให้คุณสนุกบันเทิง ลุ้นไปกับเขา หรือรายการเกิดมาเพื่อตัดสินคนทั้งชีวิตจริงๆ มันไม่เหมือนกันค่ะ”.

เป็นรายการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกโซเชียลในเวลานี้สำหรับ "The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ทางช่องเวิร์คพอยท์ แต่ก็มีดราม่าทั้งกรณีดราม่าหน้ากากจิงโจ้ รวมถึงดราม่าจากในรายการ ฯลฯ "Star Topic" ตามไปถามความเห็นจากคนดังมาฝาก 27 มี.ค. 2560 14:57 ไทยรัฐ