วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ขออย่าเชื่อพวกบิดเบือน ปัดเข้ามาตักตวง-กอบโกย หวังผลทางการเมือง

นายกฯ บอก รบ.เป็นห่วง ปชช.ขออย่าเชื่อคำบิดเบือนว่าร้าย ยอมรับความขัดแย้งยังอยู่ ยันไม่ได้เข้ามาเพื่อตักตวง-กอบโกย หวังผลทางการเมือง ย้ำสัญญาจะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่อนาคตมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ จ.นครพนม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนครพนม โดยมี นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ทหาร ตำรวจให้การต้อนรับ จากนั้นเดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านนาโดนใหม่ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เพื่อพบปะประชาชนกว่า 3,000 คน ซึ่งมีชนพื้นเมืองเผ่าผู้ไทเรณูนครด้วย

โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงประชาชน โดยมาเยี่ยมเยียนในครั้งนี้เพื่อดูปัญหาต่างๆ ในเชิงลึก และพยายามแก้ไขทั้งหมด และได้ทุ่มเทงบประมาณทุกอย่าง ซึ่งประชากรร้อยละ 30 ของประเทศ เป็นผู้มีรายได้น้อย ส่วนการเก็บภาษีจากประชาชนนั้น ไม่ได้มุ่งหวังจะเก็บภาษีจากประชาชน แต่เก็บเพื่อให้ประเทศมีรายได้ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ย้ำว่าไม่มีใครอยู่นอกกฎหมายได้ ขออย่าเชื่อคำบิดเบือนว่ารัฐบาลไปรบกับใคร หากใครผิดก็ว่ามา และไม่สามารถสั่งใครได้ อีกทั้งพบว่าขณะนี้มีความขัดแย้ง แบ่งแยก และยังไม่เข้าใจกันอยู่ ซึ่งตนไม่เคยรังเกียจใครหรืออยากเอาใครไปลงโทษแล้วติดคุก รัฐบาลเข้ามาไม่ได้ทำเศรษฐกิจเสียหาย และไม่ได้หวังผลทางการเมือง แต่รัฐบาลเข้ามาจะต้องรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เกิดการล้มละลาย ตนไม่เคยเริ่มคดีใหม่กับใครสักคดี เพียงเอาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่ก็มีคนต่อต้านอยู่พอสมควร ซึ่งตนสนใจเพียงว่า ประชาชนจะร่วมมือหรือไม่ เพราะทำเพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อใครทั้งสิ้น แต่ไม่สามารถทำให้คนรักทั้งหมดหรือเกลียดทั้งหมดได้ แต่ทำทั้งหมดเพื่อคนส่วนใหญ่ อะไรที่ดีหรือไม่ดีขอให้แยกออกจากกัน อย่าเหมารวมทั้งหมด

"หากพบใครทุจริตเรียกรับเงิน หรืออ้างชื่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษา ให้มาบอกผม ยืนยันไม่ได้เข้ามาเพื่อตักตวงหรือกอบโกย เพราะเชื่อว่ามีเงินทองเท่าไร ตายไปก็เอาไปไม่ได้ ทุกวันนี้เป็นนายกฯ ทานข้าววันละ 100 บาทก็อิ่มแล้ว ขณะเดียวกันยังมีคนไทยบางพวกที่ชอบไปอยู่ต่างประเทศ เป็นที่น่าแปลกใจที่เกิดเป็นคนไทย เหตุใดไม่อยู่และตายที่นี่ แต่กลับไปด่าคนไทยให้ชาวต่างชาติฟัง ดังนั้นขออย่าไปเชื่อคนเหล่านั้น หากไม่เชื่อผมก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้ ในโรดแม็ป 20 ปี ของรัฐบาลนั้น ในช่วง 5 ปีแรกเปรียบเหมือนเด็กอายุ 5 ขวบ ที่กำลังหัดเดินให้แข็งแรง หากไม่ทำภายใน 5 ปีนี้จะสูญเปล่า" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า ประชาธิปไตย จะต้องไม่มีคนบาดเจ็บและสูญเสีย ไม่มีอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งประชาธิปไตย คือ ความเห็นต่างที่รัฐบาลจะต้องหาวิธีการแก้ไข ไม่ใช่ออกมาต่อสู้และบิดเบือนจนผิดกฎหมาย ขณะที่มีคนออกมาด่าตนโครมๆ แม้มีอำนาจจะจับแต่ก็ไม่ทำ แต่อย่ามาทำให้สังคมและประเทศเกิดความเสียหาย และยืนยันว่าไม่เคยไปละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ก็มีคนยิ่งต่อต้านและไปพูดให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ต่อไปตนก็จะไปแล้ว ยิ่งไล่ก็ยิ่งจะอยู่ให้มันรู้เรื่องกันไปเลย และตนไม่ทำตามที่ใครต้องการอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่นักการเมืองที่ออกมาหาเสียง แต่ทำเพื่อประชาชนทุกคน อย่างไรก็ตาม ขอสัญญาว่าเราจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรัฐบาลและประชาชน สู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

นายกฯ บอก รบ.เป็นห่วง ปชช.ขออย่าเชื่อคำบิดเบือนว่าร้าย ยอมรับความขัดแย้งยังอยู่ ยันไม่ได้เข้ามาเพื่อตักตวง-กอบโกย หวังผลทางการเมือง ย้ำสัญญาจะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่อนาคตมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 27 มี.ค. 2560 14:27 27 มี.ค. 2560 15:29 ไทยรัฐ