วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขายของออนไลน์เลี่ยงภาษีระวังคุก!

โดย ทนายเจมส์

สัปดาห์นี้มาคุยกันเรื่องของภาษีเงินได้กันครับ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ บางเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ โดยเฉพาะท่านผู้อ่านหรือบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ระหว่างปีเกิน 1,800,000 บาทขึ้นไป ยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีผู้รู้ด้านภาษีคอยแนะนำเรื่องของภาษีเงินได้นะครับ เรื่องของภาษีนั้น มีหลายประเภท แต่ที่เกี่ยวข้องกับท่านผู้อ่าน ก็น่าจะหนีไม่พ้น ภาษีทางตรง และภาษีทางอ้อม

ภาษีทางตรง คือ ภาษีที่ผู้เสียภาษีไม่สามารถผลักภาระไปให้ผู้อื่นชำระแทนได้ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีทางอ้อม คือ ภาษีที่ผู้เสียภาษีสามารถผลักภาระไปให้ผู้อื่นชำระแทนได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีศุลกากร ภาษีโรงเรือน ภาษีสรรพสามิต

การชำระภาษีทางตรงนั้น เป็นหน้าที่ของบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่จะต้องประเมินรายได้โดยหักค่าใช้จ่าย หรือค่าลดหย่อนอื่นๆ ของตนเองและจะต้องชำระภาษีเงินได้ให้ถูกต้องครบถ้วน ตามระยะเวลาที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

หากมีการวางแผนภาษีที่ดี ก็จะทำให้มียอดภาษีเงินได้ที่จะต้องชำระน้อยลง แต่ในทางกลับกันหากไม่มีการวางแผนภาษีที่ดี จะส่งผลเสียหายให้กับผู้ที่ยื่นภาษีเองครับ ทำให้มียอดเงินที่ต้องชำระภาษีเงินได้นั้นเพิ่มขึ้น ทั้งที่ มีสิทธิ์ที่จะนำค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนต่างๆ ไปหักออกจากรายได้ก่อน

บางคดีอาจจะมีความผิดทางอาญาเข้ามาร่วมด้วย ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 37 ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท

(1) โดยเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือเพื่อขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือ

(2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ 25 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป)

มาตรา 37 ทวิ ผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นตามลักษณะนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559 ใช้บังคับ 25 ก.พ. 2559 เป็นต้นไป)

สมัยก่อนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มยอดขาย สำหรับพ่อค้าแม่ค้า มักจะใช้วิธีการลงสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณาสินค้า หรือเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ในปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้า หรือร้านค้า มีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์กันมากขึ้น บางร้านอำนวยความสะดวกด้วยการส่งทางไปรษณีย์ หรือมีพนักงานส่งสินค้า หรือเดลิเวอรี่ ทำให้มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น ง่ายต่อการส่งมอบสินค้า แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เช่นกันครับ

สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ระหว่างปีเกิน 1,800,000 บาทต่อปีขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม มีหน้าที่ไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่มักเรียกกันว่า แวท หรือ Vat เป็นภาษีที่ประชาชนถูกเรียกเก็บโดยทางอ้อม จากผู้ที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยผู้ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น มีหน้าที่ในการเรียกเก็บมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการอัตราร้อยละ 7 ของราคาสินค้าหรือค่าบริการ และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บดังกล่าวต่อกรมสรรพากรต่อไป

บางท่านยังเข้าใจผิดว่าการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น กฎหมายบังคับเฉพาะนิติบุคคล ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม หากมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปีจะต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มครับ

ในกรณีที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลไม่ไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนั้น มีกำหนดบทลงโทษเป็นเบี้ยปรับ 2 เท่าไว้ตามประมวลรัษฎากร

"มาตรา 89 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุคคลตามมาตรา 86/13 เสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้

(1) ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือประกอบกิจการเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/17 แล้ว ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษี ตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว หรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ....."

ดังนั้น นอกจากจะคิดพัฒนาสินค้าหรือบริการรวมถึงการเพิ่มยอดขายแล้ว จึงควรศึกษาเรื่องของภาษีด้วยนะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจของท่านครับ

สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์