วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อีก 1 อันตรายจราจร ฝาก “บิ๊กตู่” ช่วยดูด้วย

โดย ซูม

จากนี้ไปก็อีกประมาณ 7-8 วันเท่านั้น ที่รัฐบาลท่านจะเอาจริงเอาจังกับผู้ใช้บริการรถยนต์ประเภทต่างๆ ทั้งผู้ขับขี่รถและผู้โดยสาร ในกรณีที่จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยกันทั้งคันรถตามคำสั่ง ม.44 ว่าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ที่คลอดออกมาเมื่อเร็วๆ นี้

5 เมษายนที่จะถึงแล้วนะครับ ใครที่ ม.44 บอกว่าจะต้องคาดแล้วไม่คาดจะโดนจับและปรับทันที มีอัตราตั้งแต่ไม่เกิน 500 บาท ไปจนถึงไม่เกิน 5,000 บาท แล้วแต่ประเภทรถตามที่ระบุไว้

เชื่อว่ารัฐบาลท่านเอาจริงแน่ เพราะท่านนายกรัฐมนตรี ผู้ประกาศใช้ ม.44 ถึงกับลงทุนถ่ายภาพแบบเซลฟี่ว่าแม้ท่านนั่งหลังรถก็ยังต้องคาดเข็มขัด เผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศดูเป็นตัวอย่าง

เท่าที่ผมสดับตรับฟังความคิดเห็นของประชาชนชาวไทยผ่านโซเชียล ส่วนใหญ่แสดงความเห็นด้วยกับ ม.44 ฉบับนี้ เพราะถือว่าเป็นเจตนาดีที่จะช่วยลดความสูญเสีย โดยเฉพาะการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการใช้รถยนต์ประเภทต่างๆ

จะมีบ้างก็เป็นการตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน? โดยเฉพาะฝ่ายตำรวจซึ่งเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติที่จะลงมือดำเนินการอย่างจริงจัง หรือกลายเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตำรวจหาสตางค์ใช้ขึ้นมาอีก

หรือบางท่านก็ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องแค่นี้ก็ต้องใช้ ม.44 จะทำให้ ม.44 หมดความขลังไปหรือไม่ เพราะดูจะใช้ในแทบทุกเรื่อง

หากใช้แล้วตำรวจไม่ปฏิบัติจริงจัง หรือเอาไปเป็นเครื่องมือหาเงิน เพิ่ม ก็จะทำให้ ม.44 กลายเป็น ม.จุ๋นจุ๋น หรือศูนย์ศูนย์ในที่สุด

เพราะฉะนั้น เมื่อตำรวจหรือเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งฯซึ่งรับผิดชอบโดยตรงได้รับฟังข้อสังเกตในลักษณะนี้แล้ว ก็ขอให้ระมัดระวังตัวและดำเนินการ อย่างเข้มงวดเคร่งครัด อย่าให้เกิดการลูบหน้าปะจมูก หรือเอาไปใช้ในช่องทางที่จะเป็นประโยชน์แก่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เองเป็นอันขาด

และที่สำคัญผมหวังว่าจะมีการใช้กันอย่างเคร่งครัดไปตลอดกาล มิใช่เฉพาะจะเอาจริงในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น

ไหนๆ ก็มีการใช้ ม.44 ในเรื่องการจราจรทางบกอย่างนี้แล้ว ผมก็นึกถึงเรื่องการจราจรทางบกอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาด้านความปลอดภัยและน่ารำคาญใจของชาวกรุงมาช้านาน แต่ยังไม่สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้แม้จนบัดนี้

ผมเองเคยเอามาเขียนเรียกร้องไว้แล้วหนหนึ่ง พร้อมกับให้กำลังใจผู้ที่จะทำหน้าที่กำราบปราบปรามคือ ท่านรองผู้ว่าราชการ กทม. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน หรือ น้า “นวยนิ่ม” ไว้แล้วด้วยซ้ำ

กรณีจักรยานยนต์รับจ้างที่วิ่งบนทางเท้าทั้งวิ่งตามทางและสวนทางอย่างคึกคัก และโกลาหลอลหม่านทั่ว กทม.มาตลอดปีที่แล้วหรืออาจจะหลายปีมาแล้ว

ทั้งๆ ที่มีแผ่นป้ายเขียนด้วยตัวอักษรขนาดโตเท่าหม้อแกงระบุว่า ห้ามขับขี่บนทางเท้าและสวนทาง หากมีการฝ่าฝืนจะโดนปรับเท่านั้นเท่านี้บาท

พระเดชพระคุณมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยังคงขับขี่บนทางเท้า และวิ่งสวนทางเยาะเย้ยป้ายประกาศอยู่จนทุกวันนี้

ผมอ่านข่าวเจอว่าน้านวยนิ่มมีการประชุมเขต มีการมอบให้เครือข่ายไปจัดการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเร็ว

แต่มาถึงขณะนี้ผมก็เห็นว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ผมผ่านไปก็เห็นป้ายประกาศห้ามถูกท้าทายโดยมอเตอร์ไซค์รับจ้างทีไรก็อยากจะให้ปลดทิ้งไปซะรู้แล้วรู้รอดทีนั้น เพราะดูเป็นป้ายที่ไร้ค่ากว่า “หุ่นไล่กา” ตามต่างจังหวัดเสียอีก

หุ่นไล่กา ยังมีนกกากลัวเกรงบ้างไม่กล้าบินลงมาจิกกินเมล็ดข้าวในรวงข้าวกลางท้องนา แต่ป้ายห้ามขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าที่ว่า ผมไม่เห็นมีวินมอเตอร์ไซค์ไหนกลัวเกรงแม้แต่วินเดียว

กรณีนี้คงไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้ ม.44 หรอกครับ เพียงแค่บิ๊กตู่สั่งตรงไปที่ ผบ.ตร.ขอให้กำชับตำรวจทุก สน.ทุกพื้นที่ให้เอาจริงเอาจังก็น่าจะพอแล้ว

คาดโทษไว้เลยครับว่า โรงพักไหน สน.ไหน ยังปล่อยให้มอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้าอยู่ละก็ ให้ย้ายไปเข้ากรุทำนองเดียวกับปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนพนันอย่างไรอย่างนั้น

เรียกว่าหามาตรการอะไรที่มันแข็งๆ ไปช่วยน้านวยนิ่มๆ ของผมหน่อยว่างั้นเถอะ เผื่อทุกอย่างบนทางเท้าจะดีขึ้น

อย่าปล่อยให้ประชาชนคนเดินถนนหนีจระเข้มาปะเสือเลยครับ (ขอกลับข้างคำพังเพยโบราณนิดหน่อยเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น)

อุตส่าห์หนีหาบเร่ แผงลอย (ซึ่งเปรียบเหมือนจระเข้ขวางทางเดินมาได้) กลับต้องมาเจอเสือ (มอเตอร์ไซค์รับจ้าง) ที่ทั้งดุทั้งอันตรายกว่ากันหลายเท่าตัว ขอแรงบิ๊กตู่ช่วยจัดการปราบเสือให้ด้วยนะครับ.

“ซูม”