วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.ต้องเขย่ากันใหม่

โดย

ช้าดีกว่าไม่มา ถูกบางเรื่อง แต่ไม่ถูกอีกหลายเรื่อง

ที่ยกเอาเรื่องนี้มาพูดถึงก็เพราะเป็นคำเปรียบเปรยที่ให้ความหมายแตกต่างกัน บางเรื่องก็ใช้ได้ แต่บางเรื่องก็เข้าป่าเข้าดงไปเลย

อย่างเช่นว่า การนัดพบเพื่อนฝูงเอาไว้ แต่มาผิดเวลา เนื่องจากมีอุปสรรคติดขัด จนทำให้ผู้เฝ้ารอคิดไปต่างๆนานาว่าเขาคงไม่มา ไม่อยากมา หรืออะไรก็ตามที

ครั้นพอมาถึงก็ต้องมีการขอโทษขอโพยถึงเหตุผลที่มาช้าเพราะเหตุใด มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนก็ว่ากันไป

“เอ้อๆ...ไม่เป็นไร มาช้าดีกว่าไม่มา” เป็นอันจบแฮปปี้กันทุกฝ่าย

แต่ที่ไม่ค่อยจะแฮปปี้ก็อย่างคดีความที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน จะมาใช้คำว่ามาช้าดีกว่าไม่มาคงไม่ถูกต้องนัก

ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท. ฐานร่ำรวยผิดปกติจากการเรียกรับสินบนจาก 2 สามีภรรยาชาวอเมริกัน เพื่อจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่กรุงเทพฯ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งศาลสหรัฐฯ มีคำพิพากษาจำคุก 2 สามีภรรยาไปแล้วหลายปี แต่ ป.ป.ช.ซึ่งเริ่มสอบสวนเรื่องนี้เมื่อปี 2553

ได้ชี้มูลความผิดทางอาญาฐานรับสินบน และส่งเรื่องชี้มูลความผิดให้อัยการฟ้องศาลอาญาเพื่อเรียกเงินคืน 65 ล้านบาท

ตั้งแต่ปี 2546–2560 กี่ปีแล้วครับ...

หากไม่ได้ติดตามข่าวสารแบบเกาะติดคงลืมไปหมดแล้วว่า ไปถึงไหน หรือแม้แต่ผู้กระทำผิดเองก็คงคิดว่าน่าจะรอดปลอดภัย โยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้ตามสะดวก

นี่คือปัญหาในการจัดการกับคดีคอร์รัปชัน

ถ้าไล่เรียงดูในเวลานี้ หลายคดีเพิ่งจะโผล่ออกมา เช่น คดีจัดซื้อจักรยานยนต์ไทเกอร์ ซึ่งมีนายตำรวจหลายนายเข้าไปเกี่ยวพัน มีวงเงินสูงนับพันล้าน

กว่าผลจะออกมากินเวลาไป 10 กว่าปี

หรือที่สดๆร้อนๆ เรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ปก็ไม่ต่างกัน มาโผล่เอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานทางการเมือง แทนที่จะจบสิ้นกระบวนความกันไปนานแล้ว แต่ปล่อยให้มาถึงตอนนี้ ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค. 2560

ทั้งๆที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย

แต่กำลังถูกกระแสการเมืองหยิบไปใช้เป็นเครื่องมือทำนองว่า เป็นการไล่ล่าอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อหวังผลในการดิสเครดิตกัน

หรือแม้แต่เรื่องสินบนโรลส์รอยซ์ซึ่ง ป.ป.ช. กำลังเริ่มไต่สวนบุคคลที่เกี่ยวข้องตามเอกสารการลงโทษบริษัท ซึ่งมีรายชื่อบุคคลในส่วนที่เป็นคนไทยเกี่ยวข้องด้วย

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้เวลาอีกกี่ปีจึงจะชี้ขาดได้

ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ ในแง่กระบวนการยุติธรรมยังถือว่าทำหน้าที่ถูกต้อง แต่ถ้ามองในแง่ผลสำเร็จในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแล้ว

ต้องบอกว่า “สอบตก” ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ดังนั้น กรธ.ที่กำลังร่างกฎหมายลูกว่าด้วย ป.ป.ช.จึงต้องนำปัญหาเหล่านี้ไปขบคิดและหาทางออกว่าควรจะทำอย่างไรให้ ป.ป.ช. สร้างคุณค่าได้มากกว่าที่ผ่านมา

ป.ป.ช.นั้นถือเป็นองค์กรหลักในการทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตโดยตรง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อหวังผลทั้งการป้องปราบและทำคดีให้รวดเร็ว

ดีกว่าไปเถียงกันเรื่องควรจะมี ป.ป.ช.จังหวัดหรือไม่มีแล้วควรทำหน้าที่อย่างไร เพราะนั่นเป็นเพียงขบวนการในการทำงานเท่านั้น

แต่หัวใจสำคัญก็คือการจัดการคดีให้รวดเร็วและเห็นผลทันตา.

“สายล่อฟ้า”

27 มี.ค. 2560 10:58 ไทยรัฐ