วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำไมต้องสร้างในแหล่งท่องเที่ยว

โรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำไมต้องสร้างในแหล่งท่องเที่ยว

  • Share:

เมื่อวานนี้มีการจัดเวทีชี้แจงรับฟังความคิดเห็น โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ตามคำสั่ง หัวหน้า คสช. 3 เวทีพร้อมกันที่ สุราษฎร์ฯ กระบี่ สงขลา ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ มี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เลขาธิการ คสช.เป็นประธาน ผู้เข้าร่วมรับฟังมี ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้แทนประชาชน โดยมีเสียงข้องใจจากฝ่ายประชาชนว่า มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ที่เหลือเป็นภาครัฐทั้งนั้น

ผู้นำเสนอข้อมูลใน 3 เวทีคือ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นฝ่ายที่ต้องการสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ถึง 2 ต่อ 1

พล.อ.เฉลิมชัย ยืนยันว่าการนำเสนอความคิดเห็นในเวทีนี้ ยังไม่ใช่ข้อสรุป ที่คสช.และรัฐบาล จะนำไปประกอบการตัดสินใจสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แต่จัดขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อหาทางออกให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ผมคิดว่า ผลกระทบต่อประชาชน ยังไม่รุนแรงเท่ากับ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) ของธรรมชาติ ที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ ทรัพยากรธรรมชาติอันสวยงามในทะเลกระบี่มีคุณค่า เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้การท่องเที่ยวให้กับประเทศถึงปีละ 90,000 ล้านบาท

คำถามวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ในภาคใต้หรือไม่ เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าต้องสร้างเพิ่ม จากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มจากเศรษฐกิจที่โตขึ้นปีละ 4-5%

แต่คำถามอยู่ที่ว่า ทำไมไม่ไปสร้างที่อื่นที่มีความเหมาะสมมากกว่า ทำไมต้องไปสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย เป็น 1 ใน 3 ไข่มุกทะเลอันดามัน ภูเก็ต พังงา กระบี่ ปีที่แล้ว “กระบี่” จังหวัดเดียว สร้างรายได้การท่องเที่ยวให้ประเทศถึง 80,000 ล้านบาท ปีนี้ 2560 คุณอภิชัย อรัญญิก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวฯ สำนักงานกระบี่ คาดว่าจะสร้างรายได้การท่องเที่ยวสูงถึง 90,000 ล้านบาท

ถ้าสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เมื่อไหร่ ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมกระบี่จะถูกทำลายลงไปแน่นอน ตัวอย่างล่าสุดก็มีให้เห็นแล้ว กลางปี 2559 กรมอุทยานแห่งชาติ ได้สั่ง “ปิดเกาะตาชัย” ของ พังงา ในทะเลอันดามันไม่มีกำหนด จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปิด เพราะมี
นักท่องเที่ยวไปมากเกินไป ทำให้ระบบนิเวศของเกาะตาชัยถูกทำลาย สัตว์ขึ้นชื่อที่อยู่ในท็อปลิสต์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปูไก่ หอยมรกต ปะการังสีน้ำเงิน ถูกทำลายไปยับเยิน จนต้องปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูไม่มีกำหนด

แล้ว เรือขนถ่านหิน ลำละหมื่นตันวิ่งเข้าออกทุกวัน โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เดินเครื่องเผาถ่านหินวันละ 7 พันกว่าตันทุกวัน แล้ว ระบบนิเวศทางธรรมชาติ นก ปลา สัตว์น้ำ จะอยู่กันยังไง อย่าง เกาะตาชัย แค่มี นักท่องเที่ยวมากเกินไป จนไป “รบกวนนิเวศทางธรรมชาติ” มากเกินไป สัตว์หายาก ปูไก่ หอยมรกต ปะการังสีน้ำเงินก็ตายหมด เทียบไม่ได้กับ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ที่เดินเครื่องเผาถ่านหินวันละ 7 พันกว่าตัน 24 ชั่วโมงทุกวัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกทีวีพูดกับประชาชนทุกวันศุกร์ถึงการพัฒนาประเทศอย่าง มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน หรือ Sustainable ใน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็มีแต่คำว่า ความยั่งยืน Sustainability ถ้าท่านนายกฯต้องการทำให้ ประเทศไทย และ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ มีความ มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน อย่างที่พูด ท่านก็ต้อง รักษาระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ให้ยั่งยืน Sustainable ตลอดไป

ถ้า ระบบอีโคซิสเต็ม ถูกทำลายลงไป ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ก็ถูกทำลายไปด้วย

เหรียญมีสองด้าน ข้อมูลทุกอย่างก็มีสองด้าน การให้ กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่ต้องการสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ไปให้ข้อมูลด้านเดียว เพื่อโน้มน้าวประชาชนก็ว่ากันไป แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผู้นำประเทศ จะต้องชั่งใจให้ดีก่อนตัดสินใจ จะเลือกความยั่งยืนของประเทศ หรือ เลือกโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้