วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ต้องประกันราคา หรือจำนำสินค้าเกษตร....

ไม่ต้องประกันราคา หรือจำนำสินค้าเกษตร....

  • Share:

ตอนนี้ พ่อผมตระเวนบรรยายเรื่องนวัตกรรมการเกษตรที่ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการประกันราคาหรือจำนำสินค้าเกษตร แต่นำเกษตรบริการเข้ามาใช้เพื่อทำให้ 1.ต้นทุนการผลิตลดลง และ 2.ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น โดยนำความรู้และประสบการณ์จากจีนมาใช้ประกอบการบรรยาย

งบประมาณ พ.ศ.2559 ของจีนที่ส่งไปให้ท้องถิ่นใน 3 เกษตร คือ หมู่บ้านเกษตร เกษตรกรรม และเกษตรกร มีมากถึง 3 ล้านล้านหยวน พ.ศ.2560 คือ 3.1 ล้านล้านหยวน ให้งบพัฒนาเกษตรบริการอีก 7.03 พันล้านหยวน นอกจากนั้นยังมีงบชดเชยสารเคมี ปุ๋ย การเพาะปลูก บริการฉีดพ่น ฯลฯ

รัฐบาลจีนยังทุ่มพัฒนาอากาศยานเกษตรไปที่ส่วนกลางมณฑล และจังหวัด โดยผู้พัฒนาโดรนและอากาศยานเกษตรจะได้รับเงินชดเชยร้อยละ 30-50 เมื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้รับใบรับรองจากกระทรวงวิทยาศาสตร์แล้ว สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจก็จะให้เงินไปสร้างโรงงานและสายการผลิต โดยที่เอกชนไม่ต้องใช้เงินตัวเอง

เกษตรกรรมเปลี่ยนไปมาก ประเทศที่ยังมีรัฐมนตรีเกษตรโบราณ สมองเต็มไปด้วยเชื้อรา จะทำให้การผลิตสินค้าเกษตรของประเทศตกโลก แม้ผลิตได้ แต่ก็จะขายไม่ได้ เพราะการเกษตรแบบเดิมทำให้สินค้าราคาสูง แข่งขันเรื่องราคาและคุณภาพไม่ได้

ยกตัวอย่าง “การส่งออกมันเส้นไทยไปจีน” จีนวางมาตรฐานไว้ว่าต้องมีทรายไม่เกินร้อยละ 3 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 14 แป้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 เยื่อใยไม่เกินร้อยละ 5 ฯลฯ ทุกวันนี้ มันเส้นจากไทย 20,000 ตันใส่เรือไปเมืองจีน จะมีทราย 600 ตันติดอยู่ในมันเส้น แค่ทรายอย่างเดียวก็มากถึง 20 รถบรรทุกพ่วงแล้ว

โรงงานเอทานอลจีนที่ซื้อมันเส้นไทยมีปัญหาเรื่องทรายมาก ต้องใช้รถลงไปในบ่อพักตักทรายทิ้งตลอด จีนบ่นเรื่องไทยผลิตมันเส้นไม่สะอาด ปัญหามาจากเมื่อเกษตรกรไทยสับมันสำปะหลังเสร็จ ก็จะเอาไปตากในลานประมาณ 3-5 วัน เสร็จแล้วก็จึงเก็บใส่จัมโบ้แบ็กนำส่งไปขายต่อ เมืองไทยมีฝนตกเยอะ ทำให้มันเส้นมีความชื้นสูง ยิ่งฤดูฝน ฝนตกชุก เกษตรกรไทยก็ตากมันแทบไม่ได้เลย เจ้าของลานมันก็ลงทุนสูง ต้องเทคอนกรีตทำเป็นลานกว้างหลายสิบหรือ เป็นร้อยไร่ ต้องใช้แรงงานมาก

ที่ผ่านมา ไทยไม่มีการพัฒนาคุณภาพมันเส้น ทำให้จีนใช้เป็นข้ออ้างในการกดราคา โดยอ้างว่าเปอร์เซ็นต์ทรายของเราสูง แตกต่างจากมันเส้นของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว หรือกัมพูชา ที่มีเปอร์เซ็นต์ทรายต่ำกว่า เพราะมันเส้นจากประเทศเหล่านี้จะสับมันเป็นชิ้นแล้วนำไปตากบนมุ้งเขียว ซึ่งจีนชอบซื้อมันเส้นแบบนี้มากกว่า

เดี๋ยวนี้ โลกมีเครื่องอบและสับมันที่เรียกว่า CFM ซึ่งย่อมาจาก Cassava Food grade Machinery เครื่องขนาดไม่ใหญ่ที่ใช้ที่ดินเพียงแค่ครึ่งไร่ ใช้เวลาทั้งกระบวนการผลิต ทั้งล้าง ทั้งสับ ทั้งอบ เพียง 4 ชั่วโมง

ทันทีที่ใส่มันสำปะหลังเข้าไปใน CFM หัวมันจะถูกฉีดด้วยน้ำและขัดผิวเพื่อให้ทรายหลุด จากนั้นไปเข้ากระบวนการสับและอบแห้ง มันเส้นที่ออกมาจากเครื่อง CFM จะเหลือปริมาณทรายตกค้างแค่ร้อยละ 0.1 แป้งเพิ่มเป็นร้อยละ 71 ความชื้นร้อยละ 14 ใส่มันสำปะหลังเข้าไปในเครื่อง CFM มากถึง 250 ตัน/วัน และได้ผลผลิตเป็นมันเส้น 100 ตัน/วัน

มันเส้นที่ออกจากเครื่อง CFM เป็นมันเส้นเกรดพรีเมียม ตลาดโลกแย่งกันซื้อ เรื่องการตลาดและราคาไม่ต้องกังวล ไม่ว่ารัฐบาลไทยชุดไหนๆ ก็ไม่ต้องไปหาเงินมาจำนำราคามันสำปะหลัง ไม่ต้องประกันราคา

โรงงานเอทานอลจีนต้องใช้มันเส้นจากไทยในปริมาณมากถึง 2.7 กิโลกรัม ถึงจะได้แอลกอฮอล์ 1 ลิตร แต่ถ้าใช้มันเส้นที่สับและอบโดยเครื่อง CFM จะใช้มันเส้นเพียง 2.4 กิโลกรัม จีนชอบที่ไม่มีทรายตกค้างในเครื่อง ทำให้ค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรลดลงมาก นี่คือสิ่งที่ “ศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาการเกษตร” หรือ Innovative Agricultural Development Center (IADC) ศึกษาและนำมาบอกสังคมไทยทั้งในรูปบทความ คลิป ภาพยนตร์สั้น สารคดี และการบรรยายสัมมนา ศูนย์ทำแม้กระทั่งไปปลูกมันและนำเครื่องสับและอบมันไปตั้งทำงานกันจริงๆ เพื่อไม่ให้เป็นเพียงคำโม้ที่มีแต่แค่วาทกรรม

เรื่องราวเหล่านี้ มีให้อ่านทุกวันในไลน์ออฟฟิเชียล ID: @LGJ0596P ครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้