วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องกล้องมองเกม : 'ช้างศึก' บุกถิ่น 'ซามูไร' เกมคัดบอลโลก 2018

แม้ความปราชัยที่มีต่อ ซาอุดิอาระเบีย ไปอย่างขาดลอย 0-3 เมื่อค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคมที่ผ่านา จะทำให้หัวใจห่อเหี่ยว แต่ขุนพลช้างศึกยังไม่สิ้นเสร็จภารกิจในเกมคัดบอลโลก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 เมื่อมีคิวบุกไปเยือนถิ่นซามูไร อีกหนึ่งนัดในวันอังคารนี้...

แม้จากสถิติการพบกันระหว่าง ไทย-ญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ ทีมลูกหนังจากแดนปลาดิบจะมีสถิติที่เหนือกว่าอยู่หลายขุม โดยเฉพาะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ขุนพลสายเลือด “ชิบูโด” พัฒนาและยกระดับฝีเท้าไปมาก พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นขาประจำของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 1998

แต่ด้วยศักดิ์ศรีของชาติ ที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทยประกาสอย่างชัดเจนว่า ทัพนักเตะจากแดนสยามไม่ใช่ทางผ่านของใคร และไม่ยอมให้เก็บสามแต้มได้ง่าย ๆ นั่นจึงเป็นเหมือนประกาศิตที่ทุกคนจะพยายามสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าถิ่นอย่างถึงที่สุดในเกมนัดสำคัญนี้ เพื่อโอกาสมีแต้มติดมือกลับบ้าน

ทีมชาติญี่ปุ่น

ฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุด

ชนะ อิรัก 2-1 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

เสมอ ออสเตรเลีย 1-1 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

ชนะ โอมาน 4-0 (กระชับมิตร)

ชนะ ซาอุดิอาระเบีย 2-1 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-0 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

นับตั้งแต่เข้ามารับงานคุมทีม “วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช” ก็พัฒนาฟอร์มการเล่นของทัพซามูไรบลูให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะเคยเสียเหลี่ยมด้วยการพ่ายคาบ้านต่อ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเกมนัดแรก ของรอบ 12 ทีมสุดท้าย แต่หลังจากนั้น ทีมชาติญี่ปุ่นก็เดินหน้าล่าสามแต้มเป็นว่าเล่น กระทั่งขึ้นมายึดอันดับ 2 ของกลุ่ม บี โดยมีคะแนนเท่ากับ ซาอุดิอาระเบีย แต่ผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า

สำหรับในเกมที่จะพบกับทีมชาติไทย ขุนพลซามูไรนอกจากจะต้องพลาดใช้งานกัปตันทีมคนเก่งอย่าง มาโกโตะ ฮาเซเบะ ที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดยังต้องขาดแข้งหลักอีก 3 ราย ได้แก่ ยาซูยูกิ คอนโนะ, ยูยะ โอซาโกะ และ โยชิโร ทากาฮาชิ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เชื่อว่านักเตะที่ขาดหายไปไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อระบบทีมมากนัก เพราะขุมกำลังที่มีอยู่ ล้วนแล้วแต่คุณภาพคับแก้วด้วยกันทั้งนั้น และน่าจะทำให้เกมไหลลื่นไม่มีสะดุดเหมือนเดิมอย่างแน่นอน

11 ผู้เล่นทีมชาติญี่ปุ่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อิจิ คาวาชิมะ, ยูโตะ นากาโตโมะ, มาซาโตะ โมริชิเกะ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ, โฮตารุ ยามากูชิ, ฮิโรชิ คิโยทาเกะ, ยูยะ คูโบะ, ชินจิ คากาวะ, เก็งกิ ฮารากูชิ, เคซึเกะ ฮอนดะ

ทีมชาติไทย 

ฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุด

ชนะ เมียนมา 2-0 (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)

ชนะ เมียนมา 4-0 (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)

แพ้ อินโดนีเซีย 1-2 (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)

ชนะ อินโดนีเซีย 2-0 (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)

แพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-3 (ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก)

ถือว่าชอกช้ำไม่น้อยสำหรับ "ซิโก้" และลูกทีม เมื่อผ่านไป 6 นักแรก แพ้ไปแล้วถึง 5 เกม เก็บได้เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น โดยเฉพาะในนัดล่าสุด ที่เปิดรังพ่ายให้กับ ซาอุดิาระเบีย ไปอย่างขาดลอย 0-3 ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังใจของเหล่าขุนพลช้างศึกอยู่พอสมควร

ส่วนการบุกไปเยือนทีมชาติญี่ปุ่นที่ ไซตามะ สเตเดียม ในวันอังคารนี้ ทัพช้างศึกจะต้องขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง "กัปตันอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน เนื่องจากติดโทษแบน แต่ปัญหาดังกล่าวอาจไม่น่ากังวลมากนัก เพราะมี พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่พร้อมลงทำหน้าที่ทดแทนอยู่แล้ว

และจากสถิติที่ผ่านน่าจะพอทราบดีว่า ทีมชาติไทยทำผลงานไม่ค่อยดีนักในการบุกมาเยือนแดนปลาดิบ ดังนันเกมนี้จึงอยู่ที่ว่า "ซิโก้" จะปลุดเร้าและฟื้นคืนความมั่นใจของลูกทีมกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงผู้เล่นของไทยจะจะมีความอดทนและใช้ที่เด็ดในการโต้กลับดีเพียงใด เพื่อสร้างสรรค์โอกาสทำประตู และเก็บแต้มติดมือกลับบ้าน

11 ผู้เล่นทีมชาติไทยที่คาดว่าจะลงสนาม

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ทริสตอง โด, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มงคล ทศไกร, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ธีรศิลป์ แดงดา, สิโรจน์ ฉัตรทอง

อย่าลืมติดตามชมและส่งแรงใจเชียร์ ทีมชาติไทย ลงทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย 3 กลุ่ม บี นัดที่ 7 พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันอังคารที่ 28 มีนาคมนี้ เวลา 17.35 น.

แม้ความปราชัยที่มีต่อ ซาอุดิอาระเบีย ไปอย่างขาดลอย 0-3 เมื่อค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคมที่ผ่านา จะทำให้หัวใจห่อเหี่ยว แต่ขุนพลช้างศึกยังไม่สิ้นเสร็จภารกิจในเกมคัดบอลโลก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 เมื่อมีคิวบุกไปเยือนถิ่นซามูไร 26 มี.ค. 2560 16:59 27 มี.ค. 2560 00:21 ไทยรัฐ