วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หงุดหงิดทั้งประเทศ รอลุ้นหน้ากากทุเรียน

โดย ซูม

กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ คันทรี” หรือพูดกันทั้งประเทศมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันนี้ ยังไม่หยุดเลยครับ สำหรับรายการทีวี ชุด “หน้ากากนักร้อง” นัดชิงแชมป์ที่ออกอากาศทางเวิร์คพอยท์ทีวี ช่อง 23 เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

มีทั้งเสียงสวดและเสียงชมดังกระหึ่ม แต่ดูเหมือนว่าเสียงสวดจะมากกว่าราวๆ 80 เปอร์เซ็นต์ต่อ 20 เปอร์เซ็นต์เห็นจะได้

จริงๆแล้ว เสียงชมควรจะมากกว่า และควรจะเป็น 99 เปอร์เซ็นต์เลยด้วยซ้ำ ถ้าหากรายการนี้จบอย่างที่ควรจบ

เพราะเป็นรายการที่ทำได้สนุกมาก คนดูติดตามทั่วทั้งประเทศ ขนาดผมไม่ค่อยมีเวลาดูทีวี ยังต้องติดตามในบางจังหวะ เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของสังคมทำให้รู้จักนักร้อง “หน้ากากทุเรียน” และตามเชียร์มาตลอด จนได้เข้าชิงแชมป์ กับ “หน้ากากอีกาดำ” เมื่อคืนที่ว่านี้

ที่ผมบอกว่ารายการนี้ควรจะได้เสียงชมไปเต็มๆ 99 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากจบอย่างที่ควรจบ ก็หมายถึงว่าเมื่อรู้ผล รู้แพ้ รู้ชนะแล้ว ก็ควรจะเปิดหน้ากากให้คนดูรู้ว่าใครเป็นใครซะทั้ง 2 คน

เปิดหน้ากากรองแชมป์เสียก่อน สัมภาษณ์พอสมควรแก่เวลา แล้วก็เปิดหน้ากากแชมป์ทันที เพื่อให้กองเชียร์รู้ว่าเป็นใคร จะได้ส่งเสียงแสดงความดีใจกันอย่างเต็มที่

นี่ปรากฏว่าเปิดหน้ากากแต่เฉพาะรองแชมป์ อันได้แก่ นักร้อง “หน้ากากอีกาดำ” ที่มีชื่อจริงว่า จิรากร สมพิทักษ์ (เอ๊ะ) แล้วก็สัมภาษณ์แล้วสัมภาษณ์อีกจนหมดเวลา

ปล่อยให้แชมป์คือ “หน้ากากทุเรียน” ยืนรอจนเมื่อย ยืนไม่ไหว ต้องทรุดตัวลงนั่งรอ และในที่สุดก็หายไปจากจอซะงั้น

ในขณะที่พิธีกรก็หันมากล่าวจบรายการโดยบอกว่า จะไปเปิดหน้ากากทุเรียนในสัปดาห์หน้า เพราะตามกติกาของเราเปิดหน้ากากได้ครั้งละ 1 คนเท่านั้น

เสียงสวดก็เลยดังกระหึ่มทั้งประเทศ แทนเสียงชมด้วยประการฉะนี้

แม้โดยส่วนตัวผมจะพลอยหงุดหงิดด้วยเช่นกัน ที่ต้องรอลุ้น “หน้ากากทุเรียน” ที่ผมตามเชียร์ไปจนถึงวันพฤหัสบดีหน้า...แต่อีกอารมณ์หนึ่งก็รู้สึกยินดีกับ ปัญญา นิรันดร์กุล และเวิร์คพอยท์ทีวีเป็นอย่างยิ่ง

ดีใจกับคนหนุ่ม (ในอดีต) ที่ผมติดตามมาตั้งแต่เป็นพระเอกละคร ถาปัดจุฬาฯ จนมาถึงเป็นพิธีการรายการต่างๆจนดังทะลุประเทศ ก่อนจะไปเปิดบริษัทเวิร์คพอยท์ทำรายการทีวีจนดังทะลุประเทศเช่นกัน และในที่สุดก็มาประมูล ดิจิตอลทีวี ได้ช่อง 23 มาหนึ่งช่อง

เป็นที่ทราบกันแล้ว ผู้ประมูลดิจิตอลทีวีได้นั้น ส่วนใหญ่เหมือน “ตกนรกทั้งเป็น” เพราะต้องจ่ายค่าประมูลแพงอย่างบ้าเลือด แล้วต้อง มาแข่งกันเองในยามภาวะเศรษฐกิจถดถอย โฆษณาหดตัว

ทางการที่รับผิดชอบการประมูลก็มัวแต่ภูมิใจว่าหาเงินเข้ารัฐได้เยอะ จนลืมที่จะเร่งรัดบริการต่างๆที่ควรจะทำ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสู่ระบบใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น

ทำให้การแพร่ภาพในระบบใหม่ยังไม่ครอบคลุม ยังไม่กระจายไปทั่วประเทศอย่างที่ตั้งใจไว้

ประกอบกับโลกเปลี่ยน สังคมไทยเปลี่ยน โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาท คนไทยหันไปเสพมือถือจนทำให้สื่อทุกสื่อกระเทือนไปหมด แม้แต่ทีวีก็ยังสั่นคลอน

ส่งผลให้ผู้ประมูลดิจิตอลทีวีได้โดยเฉพาะเจ้าใหม่ๆทั้งหลายอยู่ในสภาพเหมือนตกนรกทั้งเป็นอย่างที่ว่า

ที่ล้มหมอนนอนเสื่อปิดช่องเป็นจอดำก็มีให้เห็นแล้ว ที่ยังไม่ล้มแต่ใกล้ล้มก็มีอีกมาก

การที่เวิร์คพอยท์ทีวีประสบความสำเร็จอย่างสูง ชนิดโกยเรตติ้งไปได้อย่างมหึมา นอกจากรายการนี้แล้วยังมีรายการอื่นๆอีกด้วย จนขยับขึ้นมาอยู่ แถวหน้าๆของดิจิตอลทีวีจากการสำรวจล่าสุด นับเป็นความสามารถโดยแท้จริง

ณ นาทีนี้ดูเหมือนว่าเวิร์คพอยท์จะเป็นผู้ประมูลน้องใหม่เพียงรายเดียวที่ไม่ขาดทุน และทำท่าจะเจริญรุ่งเรืองและเอาตัวรอดไปได้

นี่ผมก็ยังหงุดหงิดอยู่นะ ที่ยังไม่รู้ว่า “หน้ากากทุเรียน” เป็นใคร แต่ในความหงุดหงิดก็แฝงไว้ด้วยความยินดีในความสำเร็จของน้องๆ ชาวเวิร์คพอยท์อย่างเต็มเปี่ยม ดังที่เขียนมาทั้งหมดข้างต้นนี้

ดีแล้วที่สำนึกผิด และขอโทษคนดูทันทีในวันรุ่งขึ้น...ทีหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน...เรตติ้งกำลังดี และไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ ต้องรักษาเอาไว้ ให้นานที่สุด...ปัญญาเอ๊ย!

“ซูม”

26 มี.ค. 2560 13:40 ไทยรัฐ