วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กล้าๆหน่อย

โดย หมัดเหล็ก

คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่งตั้ง คณะกรรมการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธานกรรมการ พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผช.ผบ.ทบ.เป็นรองประธานพร้อมด้วย ปลัดกระทรวงพลังงาน รองปลัดมหาดไทย รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ ผอ.สำนักนโยบายและแผนพลังงาน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้แทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้แทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ผู้แทน ผบ.ทร. แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองเสนาธิการทหารบก แม่ทัพน้อยที่ 4 และผู้แทนสำนักนโยบายและแผนพลังงาน รวมแล้ว 17 คนมีหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจและรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งคณะทำงานลงไปศึกษาถึงผลกระทบในการสร้างโรงไฟฟ้าที่ กระบี่และเทพา แต่ถูกคัดค้านจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจนต้องยกเลิกไปหลายเวที

ความล่าช้าในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่งตามแผนพลังงานของประเทศที่กำหนดไว้ มีผลกระทบกับ นโยบายเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ แน่นอน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่จะกระทบกับความเชื่อมั่นการลงทุนและต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากผลกระทบกับค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นโดยอัตโนมัติ

ก่อนที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองแห่ง ได้ทำการสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งมีการสอบถามความต้องการของชาวบ้านในบริเวณที่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานและชาวบ้านในพื้นที่เองก็ไม่มีปัญหา

ต้องยอมรับว่า ภาคใต้มีความสุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคงในระบบไฟฟ้า เนื่องจากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าประมาณ 2,700 เมกะวัตต์ ต่อวัน ขณะที่ โรงไฟฟ้าหลัก ที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง มีเพียง 2,406 เมกะวัตต์ จึงต้องใช้ไฟฟ้าจาก ภาคกลาง ไปสนับสนุนประมาณวันละ 200-600 เมกะวัตต์

ปัจจุบันโรงไฟฟ้าหลักในภาคใต้ คือ โรงไฟฟ้าจะนะ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำลังผลิตที่ 1,476 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าขนอม ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำลังผลิต 930 เมกะวัตต์ ส่วนโรงไฟฟ้าสำรอง อาทิ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา ผลิตได้ 240 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนบางลาง ผลิตได้ 72 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเอกชนชีวมวล ผลิตได้ 29 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าบ้านสันติ ผลิตได้ 1 เมกะวัตต์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง

ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้สูงขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 4-5 ของปริมาณการใช้ไฟ ในปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้ขยับไปที่ 3,089 เมกะวัตต์ ค่าไฟฟ้าผันแปรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกเดือน ราคาค่าไฟต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 3.78 บาท ในขณะที่เวียดนาม ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย อยู่ที่ระหว่าง 1.99-2.86 บาทต่อหน่วย มาเลเซียมีแหล่งก๊าซธรรมชาติมากกว่าบ้านเราอยู่ที่ 3.37 บาทต่อหน่วย ในเมื่อแผนการผลิตไฟฟ้าของประเทศยังคลุมเครือ

ใครจะกล้ามาลงทุนให้เมื่อยตุ้ม.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

26 มี.ค. 2560 13:31 ไทยรัฐ