วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยกลัวตำรวจ แต่ไม่กลัวกฎหมาย

โดย ลมกรด

ก็เท่ไปอีกแบบสำหรับภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ถ่ายเซลฟี่ ตัวเองคาดเข็มขัดนิรภัยขณะนั่ง เบาะหลังรถยนต์ และในวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดกระจกรถ ชักชวน ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพตัวเองโชว์ว่าคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวกับกฎจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน

สอดรับกับการออก คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 14/2560 เพิ่มความเข้มและประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎจราจร และ คำสั่ง คสช.ที่ 15/2560 เพิ่มมาตรการความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งหวังผลในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

อันที่จริงมาตรการในคำสั่ง คสช.ทั้งสองนี้ บางส่วนมีอยู่แล้วในกฎหมายเดิม และได้เพิ่มของใหม่เข้าไปบางส่วน ทำให้เกิดความเข้มและจุดกระแสได้ดี ยิ่งคำสั่งนี้ใช้อำนาจ ม.44 ก็ยิ่งดูขึงขังเป็นพิเศษ

มาไล่ดูมาตรการสำคัญกันดีกว่า เริ่มจากการให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจร ล็อกล้อ และ ยกรถ ที่จอดผิดกฎจราจร ซึ่งผู้ขับขี่ต้องชำระค่าใช้จ่าย ในการปลดล็อกล้อและยกรถ อันนี้เป็นมาตรการเดิมที่มีอยู่แล้ว ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ กรณีให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบการค้างชำระค่าปรับ ซึ่งในแต่ละปีมีเจ้าของรถที่ไม่ชำระค่าปรับเกือบ 1 ล้านใบสั่ง โดยเฉพาะที่เป็นใบสั่งแปะและใบสั่งส่งไปรษณีย์ เพราะไม่ได้มีการยึดใบขับขี่ ถึงไม่ชำระค่าปรับใบสั่งก็ไปต่อทะเบียนได้อยู่ดี เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกไม่รู้ข้อมูลว่ารถคันไหนค้างใบสั่งอยู่

ฉะนั้นการให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกตรวจสอบข้อมูลการค้างชำระค่าปรับ และชะลอการต่อทะเบียน จึงช่วยลดการทำผิดกฎจราจรลงได้

สำหรับ การบังคับคาดเข็มขัดนิรภัย ในรถเก๋งและรถแท็กซี่ ตามกฎหมายเดิมบังคับให้คาดเข็มขัดเฉพาะคนขับและคนนั่งข้าง แต่ในคำสั่งใหม่บังคับให้ ผู้โดยสารที่นั่งเบาะหลัง ต้องคาดเข็มขัดด้วย

รถเก๋งและรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2554 ติดเข็มขัดนิรภัยไว้ 5 ที่นั่ง (ด้านหน้า 2 ด้านหลัง 3) ในส่วนของรถแท็กซี่ คุณกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ให้ข่าวว่า จะให้บรรทุกผู้โดยสารทั้งคันไม่เกิน 5 คน รวมคนขับ เท่ากับเป็นการบังคับว่าต่อไปนี้โชเฟอร์แท็กซี่จะรับผู้โดยสารได้คันละไม่เกิน 4 คน ส่วนรถเก๋งส่วนบุคคลนั้น ยังไม่มีใครออกมาให้ความชัดเจนว่าจะถูกบังคับให้โดยสารได้แค่ 5 คนหรือเปล่า เพราะตอนจดทะเบียนจดเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง แต่ตัวรถกลับมีเข็มขัดนิรภัยแค่ 5 จุด

มาถึงรถโดยสารสาธารณะบ้าง คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 15/2560 เน้นบังคับผู้ประกอบการให้ควบคุมตรวจสอบความพร้อมและพฤติกรรมของพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบปรับปรุงสภาพรถตามข้อบังคับใหม่ โดยเฉพาะรถตู้ที่ต้องถอดเบาะออกให้เหลือไม่เกิน 13 ที่นั่ง จากเดิมมี 14-15 ที่นั่ง และปรับพนักพิงเบาะหลังให้พับได้เพื่อใช้เป็นทางออกฉุกเฉิน (แสดงว่าจะไม่ยกเลิกรถตู้โดยสารแล้ว จากเดิมที่เคยมีแนวคิดจะให้ไปใช้รถบัสแทน)

ส่วนการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น กฎหมายเดิมบังคับทั้งคนขับและผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข็มขัดอยู่แล้ว แต่ผู้โดยสารเกินกว่า 90% ก็ไม่ยอมคาด เพราะเจ้าหน้าที่มองจากด้านนอกไม่เห็น กว่าจะเรียกรถหยุดตรวจ ผู้โดยสารก็ไหวตัวคาดเข็มขัดทัน ฉะนั้นต่อให้มีคำสั่งหัวหน้าคสช. ผู้โดยสารหลายคนก็อาจจะไม่คาดเข็มขัดอยู่ดี

เอาไว้หลังสงกรานต์แล้วผมอยากให้รัฐบาลประเมินผลจากมาตรการทั้งหมดนี้ อะไรที่เป็นจุดอ่อนช่องโหว่ หรือที่ไม่สอดรับกับสภาพความเป็นจริง ก็ควรปรับปรุงกฎหมายให้เป็นระบบ ถ้าให้ดีทำกฎหมายปกติให้ศักดิ์สิทธิ์ดีกว่า อย่าไปเน้นเอา ม.44 มาบังคับเลย ใช้มากไปถ้าไม่ได้ผลจะเสื่อมเปล่าๆ

สิ่งสำคัญต้องสร้างเสริมวินัยและปลูกฝังนิสัยการเคารพกฎหมาย เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คนไทยพร้อมจะแหกกฎจราจรเสมอถ้าไม่มีตำรวจยืนคุม ฝ่าไฟแดง แซงเส้นทึบ จอดที่ห้ามจอด ฯลฯ สรุปคนไทยไม่กลัวกฎหมาย กลัวแต่ตำรวจครับ.

ลมกรด

26 มี.ค. 2560 10:18 26 มี.ค. 2560 10:18 ไทยรัฐ