วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.โต้คสช.ป่วนปรองดอง ทหาร-ตร.ขวางอดีตส.ส. เปิดตัวหนังสือจำนำข้าว

พท.โต้ตีรวนป่วนปรองดอง “วิโรจน์” แจงข้อเสนอตั้ง กก.อิสระแจ้งไว้ก่อนหน้าแล้ว ยืนยันพร้อมร่วมแสวงหาทางออกกับรัฐบาล “พงศ์เทพ” ชี้ปรองดองที่แท้จริงต้องมาจากความรู้สึก ไม่ใช่บีบบังคับกดขี่ เย้ยคนไม่เชี่ยวชาญ-ไร้ประสบการณ์ ทำสำเร็จยาก ด้าน ปชป.แฉ พท.ป่วนหวังไปสุดซอย พ่วงเงื่อนไขนิรโทษกรรม อดีต ส.ส.เพื่อไทยโดนเบรกเปิดตัวหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ทหาร-ตำรวจ งัดคำสั่งไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมการเมือง ปชป.ซัดเกมชิงพื้นที่ข่าวหลังเพลี่ยงพล้ำไปหลายกระบวนท่า โพลมองตรวจภาษีนักการเมืองเป็นเกมเล่นงานฝ่ายตรงข้าม สะดุ้งเฮือกข่าวขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมแสวงหาความปรองดองของรัฐบาล ออกมาตำหนิข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่ระบุให้มีคณะกรรมการอิสระขึ้นมาทำหน้าที่แทนคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้น ว่าเป็นการตั้งแง่ตีรวนกระบวนการปรองดองนั้น

พท.ลั่นเปล่าป่วนขวางปรองดอง

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลระบุข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยเป็นการขัดขวางกระบวนการปรองดองว่า ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นต่อปลัดกระทรวงกลาโหมให้มีคณะกรรมการอิสระเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองขั้นสุดท้าย เป็นข้อเสนอที่เราได้เสนอในการพูดคุยที่กระทรวงกลาโหมก่อนหน้านี้ ตอนนั้นพูดไปเพียงสั้นๆ และบอกจะส่งรายละเอียดตามไปอีกครั้งซึ่งเขาก็ยินดี ยืนยันเราไม่ได้ขัดขวางการเดินหน้าสร้างความปรองดอง พรรคเพื่อไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการสร้างความปรองดองของรัฐบาล

เย้ยไม่มีประสบการณ์ทำสำเร็จยาก

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการแสวงหาความปรองดองของรัฐบาลว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าการปรองดองคุณไม่สามารถบังคับให้เขามาปรองดองได้ คนที่จะมาปรองดองได้ต้องปรองดองด้วยความรู้สึกจากตัวเขาเองว่าการปรองดองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดีกว่าขัดแย้งกัน และการที่ทำอะไรโดยไม่ฟังคนอื่น โดยที่ตัวเองไม่มีประสบการณ์ หรือเชี่ยวชาญอะไร ดูแล้วยากที่จะทำให้เกิดความปรองดองได้ ส่วนเรื่องการสร้างบรรยากาศนั้น การปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยในบรรยากาศที่ใช้อำนาจกดขี่คนอื่น ตราบใดที่สังคมไหนใช้อำนาจกดขี่คนอื่นเขาหรืออย่างที่บอกว่า “ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด” ดังนั้นต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดความปรองดองก่อน การใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้

คนเห็นพิรุธไล่บี้ภาษีนักการเมือง

นายพงศ์เทพยังกล่าวถึงกรณีที่ผลสำรวจกรุงเทพโพลระบุว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งสรรพากรตรวจสอบภาษี 60 นักการเมืองยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเกมทางการเมืองเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้ามว่า คิดว่าคนแปลกใจอยู่แล้วทำไมตรวจสอบแค่นักการเมือง 2 รัฐบาลเท่านั้น ปกติกรมสรรพากรมีข้อมูลตรวจสอบอยู่แล้วใครน่าจะเสียภาษี แต่มาเหวี่ยงแหสอบแบบนี้ทำให้คนสงสัย และ สตง.ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบภาษี ถ้าจะให้ดีและเคยเสนอนานแล้ว ให้ผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย กรธ.ที่กำลังร่างกฎหมายลูก น่าจะเขียนให้ข้าราชการประจำตำแหน่งสำคัญๆ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ ขณะที่ สตง.ที่ตรวจสอบคนอื่น จะทำเป็นตัวอย่างแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ก็ได้

ปชป.แฉ พท.ป่วนหวังนิรโทษกรรม

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยเริ่มออกมาป่วนเวทีสร้างความปรองดองของรัฐบาลนั้น คงเป็นเพราะแนวทางที่พรรคเพื่อไทยทำอยู่ น่าจะไม่สอดคล้องกับที่รัฐบาลต้องการ เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจ ถ้าป่วนไปอย่างนี้เรื่อยๆ แปลว่าไม่ต้องการให้ปรองดอง แต่เป้าหมายที่แท้จริงของพรรคเพื่อไทยคือต้องการนิรโทษกรรมเลยซอย ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ไม่ต้องรับผิด ใช่หรือไม่ จริงๆพรรคเพื่อไทยเมื่อตัดสินใจร่วมกับเวทีปรองดองที่รัฐบาลจัดขึ้นแล้ว ก็น่าจะรอผลสรุปของคณะกรรมการปรองดองก่อน ดีกว่าออกมาตีโพยตีพาย ตีรวน จะทำให้สังคมสงสัยในพฤติกรรม ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใด

คสช.บล็อก พท.เปิดตัวหนังสือ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี และนายนิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก นัดหมายกันมาแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” แต่เจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) และตำรวจ สน.บางซื่อ ได้เข้าควบคุมดูแลพื้นที่ขอให้ยุติกิจกรรมดังกล่าว พร้อมปิดประกาศหน้าร้านอาหารที่จะทำการแถลงข่าว โดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ระบุข้อ 12 ผู้ใดมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช.

ตร.ไม่ให้แถลงข่าวหวั่นขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีประกาศของ สน.บางซื่อ และสวนวชิรเบญจทัศ ที่ระบุว่าสวนสาธารณะเป็นสถานที่สำหรับให้ประชาชนทั่วไปออกกำลังกาย ไม่อนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมหรือการเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ ชี้แจงต่ออดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ไม่สามารถอนุญาตให้จัดการแถลงข่าวได้ เพราะถือเป็นกิจกรรมทางการเมือง และเนื้อหาของหนังสืออาจเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม

พท.แจงตั้งเป้าช่วยเหลือชาวนา

ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหา 434 หน้า จำหน่ายราคา 250 บาท เดิมทีตั้งใจจะนำหนังสือมาแจกจ่ายต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ แต่ไม่รู้ว่าเนื้อหาของหนังสือมีส่วนใดขัดต่อคำสั่งหัวหน้า คสช. เพราะเกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของชาวนาโดยตรง พวกตนคิดจะนำเงินรายได้จากการขายหนังสือไปช่วยชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ ยืนยันว่าจะนำหนังสือดังกล่าวออกจำหน่ายต่อไปในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เพราะได้จัดพิมพ์มาแล้ว

ยันไม่มีเจตนาสร้างความแตกแยก

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าเนื้อหาในหนังสือไม่มีเจตนาสร้างความขัดแย้งในสังคม ต้องการอธิบายประโยชน์ที่ชาวนาได้รับจากโครงการรับจำนำข้าว และชี้แจงข้อเท็จจริงในโครงการที่ถูกบิดเบือน รวมทั้งการสัมภาษณ์ชาวนาในหลายพื้นที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้น ไม่มีเนื้อหากระทบต่อรัฐบาลและ คสช. อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ขอร้องมา ก็พร้อมให้ความร่วมมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเจรจานายสมคิดได้แจกหนังสือชื่อ “เส้นทางสามัญชนคนชื่อ สมคิด เชื้อคง” ให้กับสื่อมวลชนแทน จากนั้นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยทั้งหมดได้แยกย้ายกันเดินทางกลับ

“วินธัย” แจงสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่ง คสช.

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า กิจกรรมที่ดำเนินการโดยนักการเมือง แนวทางที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือมาโดยตลอด สำหรับกรณีดังกล่าวบุคคลผู้ดำเนินกิจกรรม และเนื้อหารายละเอียดของกิจกรรม อาจทำให้สังคมมองได้ว่ามีโอกาสสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดข้อกฎหมายตามคำสั่งประกาศ คสช. เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือไว้ก่อน เช่นเดียวกับในหลายๆกรณีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี กลุ่มบุคคลที่ดำเนินกิจกรรมเข้าใจความจำเป็นในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

ปชป.ซัดเกมชิงพื้นที่สื่อหลอกลวง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสั่งยกเลิกการแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า การแถลงข่าวดังกล่าวเป็นเกมเขย่ารัฐบาล เป้าหมายเพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ เพราะนับวันแนวรับเริ่มถอยร่น ตั้งแต่เรื่อง “โกตี๋” จนถึงคดีล้มการประชุมอาเซียนฯ ที่พัทยา จึงต้องเล่นเกมบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องจำนำข้าว เป้าหมายคือหลอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

เย้ยรู้ทันเดินเกมสองหน้า

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดตัวหนังสือชื่อ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า เป็นการสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี แต่พฤติกรรมไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเอกลักษณ์ของการโกหก บิดเบือน เบี่ยงเบน การเปิดตัวหนังสือนี้ก็มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการท้าทายคำสั่งห้ามของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ห้ามไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อชี้นำคดีจำนำข้าว สะท้อนถึงการดื้อแพ่ง แต่เป็นการเดินแบบคู่ขนาน โดยให้ฝ่ายผู้เป็นจำเลยปฏิบัติตามข้อกำหนดศาล แต่กำหนดตัวละครประเภทฮาร์ดคอร์ ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงขอเรียกร้องต่อพรรคเพื่อไทยให้หยุดได้แล้ว บ้านเมืองเสียหายมามากแล้วต่อพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับผิด ไม่ยอมรับข้อเท็จจริง

สวน “บิ๊กตู่” อย่าเอาชั่วให้เอ็นจีโอ

วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หยุดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้เอ็นจีโอ จากกรณีที่กล่าวตำหนิเอ็นจีโอว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนา อย่าทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองหรือปิดหูปิดตาคัดค้านตลอดเวลาว่า คำพูดและพฤติกรรมของนายกฯไม่ได้สะท้อนว่าเป็นคำพูดของนักปฏิรูป แต่เป็นคำพูดที่ไม่ต่างกับนักการเมืองที่ท่านยึดอำนาจเขามา ที่มักดูถูกเหยียดหยามเอ็นจีโอ ที่อาจถูกมองว่าเป็นก้างขวางคอ นายกฯออกกฎหมายโดยอ้างมาตรา 44 คำสั่งหลายฉบับเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน เป็นคำสั่งที่ชอบธรรมหรือไม่ คิดว่าเอ็นจีโอไม่รักประเทศชาติหรือ อย่าสงวนความรักชาติไว้ที่พวกท่านกลุ่มเดียว จึงขอร้องว่า อย่าเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้เอ็นจีโอ ไม่เช่นนั้นคำว่าปรองดองไม่เกิดแน่

ข้องใจกระเหี้ยนกระหือรือซื้อเรือดำน้ำ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนว่า การเร่งรัดจัดซื้อดังกล่าวมีคำถามมากมายจากภาคประชาสังคม ทั้งเรื่องภาระงบประมาณ สภาพเศรษฐกิจของประเทศการพิจารณาอย่างรอบคอบเหมาะสมก่อนตัดสินใจจัดซื้อ ดังนี้ 1.ตั้งแต่จบสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยเคยมีการต่อสู้รบพุ่งกับใครทางทะเลหรือไม่ 2.กองทัพสามารถใช้ประโยชน์จากเรือดำน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ 3.สภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ เงินคงคลังเหลือน้อย การใช้งบประมาณ 13,400 ล้านบาท จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเงินคงคลังและกระทบรัฐบาลมากขึ้นหรือไม่ 4.การซื้อเรือดำน้ำจะเป็นการผูกพันงบประมาณอีกกว่า 20,000 ล้านบาท ถือว่ามีความเป็นธรรมกับรัฐบาลต่อไปหรือไม่ 5.การจัดซื้อมีความโปร่งใสมากน้อยเพียงใด เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบใด และใครหรือองค์กรใดจะเป็นคนตรวจสอบ อยากขอให้รัฐบาลตอบคำถามภาคประชาสังคมก่อนที่จะดำเนินการ

ชี้ 6 ข้อด้อยร่าง ก.ม.ภาษีที่ดินใหม่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากฝากพิจารณาถึงจุดอ่อนของร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐบาลก่อนที่จะบังคับใช้จริง ดังนี้ 1.เกษตรกรได้ยกเว้นภาษีแค่แปลงแรก ถ้าแปลงที่ 2 อยู่คนละซอย ก็ไม่นับราคารวมกัน โดนภาษีเต็มๆ 2.ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ไม่มีที่ดิน ต้องเช่าที่สวยๆ ทำธุรกิจ อย่างร้านอาหาร ตลาดนัด จะโดนค่าเช่าหนัก เพราะภาษีที่ดินใหม่คิดจากราคาประเมิน ไม่ได้คิดจากค่าเช่าแบบภาษีโรงเรือนเดิม 3.ภาษีใหม่ไม่เอื้อต่อการจัดผังเมือง ไม่มีส่วนลดภาษีให้สิ่งก่อสร้างที่ตรงตามผังเมือง ควรแก้ไขเหตุที่ปัจจุบันผังเมืองถูกเปลี่ยนตามการลงทุน แทนที่การลงทุนจะต้องเป็นไปตามผังเมือง 4.ไม่เอื้อโซนนิ่งพื้นที่การเกษตร ไม่มีส่วนลดภาษีหากปลูกพืชตามความ ต้องการของรัฐ 5.จะเก็บภาษีที่ดินใหม่ได้ ต้องมีการประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก่อน ซึ่งปัจจุบันกรมธนารักษ์ประเมินแค่ที่ดินก็ยังขาดอีก 15 ล้านไร่ โดยสิ่งก่อสร้างยังไม่ได้ประเมิน 6.การบูรณาการใช้แผนที่อัตราสัดส่วนเดียวกันทั้งประเทศเพื่อแสดงการใช้ที่ดินประเภทต่างๆ (Single map) ยังไม่เสร็จ แผนที่แบ่งเขตป่า เขตอุทยาน สปก. ที่เอกชนยังทับซ้อน ไม่เป็นแผนที่เดียวกัน จะมีปัญหาตอนเก็บภาษีจริง ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องพิจารณาข้อด้อยเหล่านี้ว่าจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่ หรือแค่เป็นการทำแบบลูบหน้าปะจมูก

โพลมองสแกนภาษีเกมการเมือง

วันเดียวกัน “กรุงเทพโพล” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “การตรวจสอบภาษีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...ใครผิด ใครถูก” จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,216 ตัวอย่าง จากกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งสรรพากรตรวจสอบภาษี 60 นักการเมืองยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบว่าร้อยละ 20.5 มองเป็นเกมทางการเมืองเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ร้อยละ 17.8 มองว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองเมื่อหมดวาระ และร้อยละ 14.2 มองว่านักการเมืองตั้งใจโกง/ตั้งใจไม่ยื่นภาษี ทั้งนี้ร้อยละ 61.4 เชื่อว่าการเรียกเก็บภาษีของ 60 นักการเมืองจะไม่กระทบกับโรดแม็ปความปรองดองสมานฉันท์ เพราะเป็นหน้าที่ต้องพึงปฏิบัติ และไม่ควรเชื่อมโยงกับการละเว้นความผิด ขณะที่ร้อยละ 38.6 ระบุมองว่าอาจจะกระทบปรองดอง เพราะอาจเกิดกระแสการเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน นอกจากนี้ ประชาชนร้อยละ 40.1 เห็นว่าสาเหตุที่กรมสรรพากรไม่มีการตรวจสอบภาษีของนักการเมืองตามที่ สตง. แจ้ง ตั้งแต่ต้นปี 2558 เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีการเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมือง ร้อยละ 27.9 มองว่าสรรพากรมีกระบวนการดำเนินงานและตรวจสอบล่าช้า และร้อยละ 16.6 เกรงกลัวอิทธิพลของนักการเมืองอย่างไรก็ตามประชาชน โดยร้อยละ 81.5 เห็นควรให้ใช้มาตรการพิเศษเข้ามาตรวจสอบภาษีย้อนหลังของนักการเมืองด้วย

ข่าวขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มทำคนสะดุ้ง

ด้าน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับข่าวการเรียกเก็บภาษีต่างๆของรัฐบาล เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดินและที่อยู่อาศัย ภาษีหุ้นชิน ภาษีจากนักการเมือง ภาษีสรรพสามิต และการขอขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% จากประชาชนจำนวนทั้งสิ้น 1,134 คน ระหว่างวันที่ 20-24 มี.ค.พบว่า “ข่าวการเก็บภาษี” ของรัฐบาลที่ประชาชนสนใจติดตามข่าวมากที่สุด อันดับ 1 คือ การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% จำนวนร้อยละ 64.81 เพราะกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อยากรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง อันดับ 2 ภาษีสรรพสามิต (สุรา ยาสูบ อาบอบนวด) ร้อยละ 61.94% อันดับ 3 ภาษีที่ดิน/ภาษีมรดก ร้อยละ 56.10 อันดับ 4 ภาษีจากนักการเมือง ร้อยละ 54.76 และอันดับ 5 ภาษีหุ้นชินคอร์ป ร้อยละ 49.35

เชื่อข่าวลือรัฐบาล “ถังแตก”

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดอย่างไรกรณีการเก็บภาษีของรัฐบาล อันดับ 1 รัฐบาลจำเป็นต้องเก็บภาษี เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 76.98 อันดับ 2 เป็นการเรียกเก็บมากเกินไป ไม่ควรผลักภาระให้ประชาชน ร้อยละ 68.25 อันดับ 3 ควรเก็บภาษีให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ร้อยละ 63.76 และเมื่อถามถึงกระแสข่าวลือ “รัฐบาลถังแตก” คิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีหรือไม่ ร้อยละ 46.83 ระบุว่าเกี่ยวข้อง ร้อยละ 35.19 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 17.98 ไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าการเก็บภาษีของทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ ร้อยละ 40.77 ไม่แน่ใจ เพราะการจัดเก็บภาษีมีหลายประเภท ตรวจสอบไม่ได้ว่านำภาษีไปใช้หรือพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง ร้อยละ 36.24 ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะสังคมมีความเหลื่อมล้ำ คนรวยมักอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเลี่ยงภาษี ร้อยละ 22.99 มองว่าเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

สนช.จัดคิวเเน่น “ปึ้ง” ส่อไม่รอด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีคำสั่งนัดประชุม สนช.เป็นพิเศษในที่ 29-31 มี.ค. มีวาระคือการพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว นอกจากนี้การประชุม สนช.นัดพิเศษในวันที่ 29 มี.ค. มีวาระสำคัญคือการดำเนินการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง จากกรณีการออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยมิชอบ โดยเป็นขั้นตอนการรับฟังคำแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาของคู่กรณีคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ผู้กล่าวหา และนายสุรพงษ์ ก่อนที่จะนัดลงมติถอดถอนหรือไม่ในการประชุม สนช.วันที่ 30 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าสัปดาห์นี้มีการเรียกประชุม สนช.ถึง 3 วัน ผิดจากปกติที่จะประชุมเพียง 2 วันเท่านั้น อาจเป็นเพราะกระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว หากล่าช้าออกไปจนรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้กระบวนการอาจไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากรัฐธรรมใหม่ได้ตัดอำนาจการถอดถอนของวุฒิสภา ซึ่ง สนช.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ออกไป

กรธ.วางหลักคลอด ก.ม.ลูก 10 ฉบับ

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้ กรธ.ผ่านการพิจารณาการวางหลักการของร่างกฎหมายไว้ทุกฉบับแล้ว เหลือเพียงจัดทำบทบัญญัติและพิจารณารายละเอียดของเนื้อหา อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีบทบังคับไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ให้ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนการจัดทำกฎหมาย ตามมาตรา 77 ดังนั้น กรธ.จึงพิจารณาว่าอาจทำเอกสารชี้แจงและระบุรายละเอียดประเด็นที่เขียนไว้ในกฎหมายว่ามีหลักการและเหตุผลอย่างไร ประเด็นใดที่ปรับปรุงตามการรับฟังความเห็นของประชาชน ประกอบการนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย รวมถึงเพื่อแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมา กรธ.มีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างรอบด้านและทุกแง่มุมตามที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่บังคับไว้ ดังนั้นมาตรา 77 ที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ ไม่ใช่เงื่อนไขที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของ กรธ. เพราะที่ผ่านมาเราได้รับฟังความเห็นจากหลายภาคส่วนแล้ว

ค้าน สปท.ยกเลิกเลือกตั้ง ส.ข.

นายวิชาญ มีนชัยอนันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ศึกษาการยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะปรับเปลี่ยนให้มาจากการสรรหาว่า ถ้าให้ ส.ข.มาจากการสรรหาของเขตจะได้คนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นพรรคพวกของ ผอ.เขต การดูแลประชาชนจะไม่ทั่วถึงเหมือน ส.ข.ที่มาจากการเลือกตั้ง การให้ประชาชนเลือกตัวแทนของเขาเองจะได้คนที่รู้จักพื้นที่ เข้าใจวัฒนธรรมของชุมชน ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยมีการกระจายอำนาจแล้ว จะให้ตัวแทนที่เคยมาจากประชาชนกลายเป็นการสรรหาเป็นการดูถูกประชาชนเกินไปหรือไม่

ผอ.เขตควรมาจากการเลือกตั้ง

นายวิชาญกล่าวว่า สำหรับ ผอ.เขตก็ควรมาจากการเลือกตั้งเช่นกัน ตอนนี้ ผอ.เขตมาจากการแต่งตั้ง และไม่ได้ผ่านโรงเรียนนายอำเภอหรือหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงเหมือนจังหวัดอื่นๆ ทำให้ไม่รู้จักการบริหารพื้นที่ บางคนเป็นเพียงหัวหน้าฝ่าย มีเส้นสายหน่อยก็ได้เป็นแล้ว ขณะที่บางคนเป็นรอง ผอ.เขตตั้งนาน สุดท้ายกลับไม่ได้เป็น แบบนี้แล้วจะสามารถบริหารเขตให้เจริญได้อย่างไร ที่สำคัญบุคคลเหล่านี้เข้ามาแล้วก็ไป ไม่ได้ตั้งใจบริหารงานอย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งก็ต้องการบริหารพื้นที่ของเขาให้มีความเจริญ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรก็เคยให้สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ผอ.เขตแล้ว ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80 ก็เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง

ยังอายัดเงินเฉพาะเงินฝาก “จุฑามาศ”

พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรณีร่ำรวยผิดปกติ กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศร่ำรวยผิดปกติ โดยมีการอายัดทรัพย์เงินฝากในบัญชีธนาคารที่อยู่ในต่างประเทศ 5 ประเทศ ที่อยู่ในชื่อของบุตรสาวตัวเองว่า ทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์นางจุฑามาศ มีเพียงเงินฝากในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว ไม่มีทรัพย์สินอื่นๆที่ถูกอายัดทรัพย์ โดยเป็นผลมาจากประเทศสหรัฐฯตรวจสอบพบว่า สองสามีภริยานักธุรกิจชาวสหรัฐฯจ่ายสินบนให้นางจุฑามาศเพื่อให้ได้สิทธิการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศใน 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ ไอร์แลนด์ สิงค์โปร์ สวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงเกาะเจอร์ซีย์ที่อยู่ในเครือจักรภพ ในช่วงที่นางจุฑามาศเป็นผู้ว่าการ ททท.จึงได้มีการอายัดบัญชีเงินฝากในต่างประเทศเหล่านี้ไว้ ซึ่งจะต้องมีการติดตามนำทรัพย์สินที่อายัดไว้เหล่านี้กลับคืนมาประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายแล้ว ศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์นางจุฑามาศทั้ง 65 ล้านบาท แต่ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ครบตามจำนวน ก็จะมีการพิจารณายึดทรัพย์สินส่วนอื่นๆของนางจุฑามาศมาทดแทน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

“ไก่อู” แจงรถไฟเร็วสูงเชื่อมทุกภูมิภาค

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนักการเมืองออกมาวิจารณ์รัฐบาลว่า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่มีความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ทั้งการเชื่อมโยงคนกับคน โครงสร้างพื้นฐาน กฎกติกา โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างกัน ควบคู่กับการสร้างความพร้อมภายในประเทศ ในปี 2560 รัฐบาลมีแผนลงทุนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 สาย คือ กทม.-นครราชสีมา (ภายใต้ความร่วมมือไทยจีน) กทม.-พิษณุโลก (ภายใต้ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น) กทม.-ระยอง และ กทม.-หัวหิน ซึ่งจะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต เช่น สาย กทม.-นครราชสีมา จะก่อสร้างเพิ่มเติมไปยังหนองคาย เชื่อมกับ สปป.ลาว เข้าสู่จีนและยุโรป นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟความเร็วสูง กทม.-กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม พร้อมกันนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ยังได้เสนอโครงการรถไฟทางคู่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะเสนอขึ้นมาให้พิจารณาเร็วๆนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ว่าเราจะเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆอย่างไร แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์ พร้อมทั้งดูศักยภาพของตัวเองด้วย เมื่อแต่ละพื้นที่มีความแข็งแกร่งและเชื่อมโยงกันแล้วก็จะต่อยอดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาเพราะเป็นโครงการใหญ่ มีความซับซ้อน และใช้งบประมาณสูง

เร่งยกมาตรฐานท่องเที่ยวสู่สากล

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รู้สึกยินดีที่สภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (WTTC) คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเป็นตลาดส่งออกนักเดินทางรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกแทนประเทศสเปน ภายในปี 2570 ถัดจากจีนและอินเดีย นายกฯอยากให้ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ใช้โอกาสร่วมกันรักษามรดกด้านการท่องเที่ยว เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรม ยกระดับคุณภาพมาตรฐานของการให้บริการให้ดีขึ้นอีกเทียบเท่าระดับสากล เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆของโลกเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึง 10 ปี นายกฯกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันคิดและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่นักเดินทาง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนไทยในแง่มุมที่แตกต่างกันและใช้เวลาท่องเที่ยวให้นานขึ้น พร้อมทั้งสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งหรือชุมชนใกล้เคียง และเชื่อมต่อไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภูมิภาคอาเซียน

พท.โต้ตีรวนป่วนปรองดอง “วิโรจน์” แจงข้อเสนอตั้ง กก.อิสระแจ้งไว้ก่อนหน้าแล้ว ยืนยันพร้อมร่วมแสวงหาทางออกกับรัฐบาล “พงศ์เทพ” ชี้ปรองดองที่แท้จริงต้องมาจากความรู้สึก ไม่ใช่บีบบังคับกดขี่... 26 มี.ค. 2560 05:13 ไทยรัฐ