วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟันเครือข่ายโกตี๋! ซัดข้อหา ร่วมกันก่อการร้าย

ฝากขัง-ศาลไม่ให้ประกัน‘ดีเอสไอ’เร่งประสานลาวอ้างกม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ดีเอสไอควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหา คดีซุกอาวุธเครือข่าย “โกตี๋” แกนนำเสื้อแดง ที่ถูกแจ้งข้อหาหนักร่วมกันก่อการร้ายมาฝากขังศาลอาญา ถนนรัชดาฯพร้อมคัดค้านการประกันตัว ญาติผู้ต้องหาบางคนยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ศาลไม่อนุญาตถูกนำตัวส่งขังเรือนจำทันที รมว.ยุติธรรม ชี้คดีโยงถึงใครดำเนินคดีหมด ด้าน “ปณิธาน”เผย เตรียมส่งหลักฐานให้ สปป.ลาว ขอจับตัว “โกตี๋” ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

กรณีทหารและตำรวจกระจายกำลังตรวจค้นเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำเสื้อแดง จ.ปทุมธานี รวม 9 จุด 7 จังหวัด ตรวจยึดอาวุธจำนวนมาก พร้อมผู้ต้องสงสัย 9 คน และถูกทหารควบคุมตัวไปสอบปากคำ เพราะคาดว่าอาจจะเกี่ยวพันกับแผนการลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. รวมทั้งเกี่ยวข้องกับการจัดกำลังต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ภายหลังทหารควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวน ก่อนส่งให้กองปราบปรามแจ้งข้อหาและส่งต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดี เพราะเกี่ยวข้องกับคดีชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มี.ค. นางปานฤดี บำเพ็ญบุญ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ พร้อมกำลัง ได้ควบคุมตัวนายธีรชัย หรือระพิน อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี นายธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 57 ปี นายบุญส่ง คชประดิษฐ์ อายุ 54 ปี นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี นางปลิตา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี นายอุดมชัย หรือแสนรัก นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี และ น.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันก่อการร้าย มีอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียน ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้

พนักงานสอบสวนระบุในคำร้องสรุปว่า ในช่วงปลายปี 2542-20 พ.ค.53 ต่อเนื่องกัน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.หรือคนเสื้อแดงกล่าวหาว่า ร่วมกันก่อการร้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่บางส่วนเกี่ยวพันกัน คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา คดีหมายเลขดำ อ.2542/53 จากการสอบสวนพบว่า ยังมีกลุ่มบุคคลของนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กชธรรมคุณ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 739/60 ลงวันที่ 22 มี.ค.2560 ยังหลบหนี ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายและก่อเหตุความไม่สงบขึ้นอีก กระทั่งวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อตรวจค้นใน 9 จุด 7 จังหวัด พบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดเครื่องกระสุนจำนวนมาก และอาวุธบางส่วนเกี่ยวพันกับการชุมนุมเมื่อปี 2553 เอกสารการจัดกองกำลัง แผ่นซีดีกิจกรรมคนเสื้อแดง แผ่นตราสัญลักษณ์ นปช. ป้ายผ้าแดงระบุข้อความ “โกตี๋ แดงปทุมธานี” บ่งชี้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน เป็นเครือข่ายนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ มีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังหรืออาวุธ และสนับสนุนการก่อการร้ายปี 2553

ต่อมาวันที่ 24 มี.ค.พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ฐานร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันครอบครองอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ และอื่นๆ ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานบุคคล ที่เกี่ยวข้องในคดีอีก 25 ปาก รอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ รอผล การตรวจพิสูจน์ของกลาง และอื่นๆ จึงขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-5 เม.ย.นี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกลุ่มบุคคลที่นิยมความรุนแรง และมีพฤติการณ์ร่วมกันสะสมกำลังพล และอาวุธสงครามเพื่อก่อเหตุรุนแรงหรือเพื่อใช้ต่อสู้กับรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากปล่อยชั่วคราว เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปก่อเหตุรุนแรงอีก

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติของนายธนโชติ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายบุญส่ง ผู้ต้องหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 6 แสนบาท และ 3 แสนบาทตามลำดับ ขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีตามข้อกล่าวหามีอัตราโทษสถานหนักสูงสุดถึงประหารชีวิต พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการก่อให้เกิดความรุนแรงและความไม่สงบสุขในบ้านเมือง ทั้งพนักงานสอบสวนค้านการประกัน เพราะเกรงจะหลบหนีหรือไปก่อเหตุร้ายประการอื่นอีก ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ระหว่างสอบสวนยกคำร้อง ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาชายและหญิง ทั้ง 9 คน ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ดีเอสไอได้รับคดีดังกล่าวมาดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้รายงานให้ตนทราบจึงบอกไปว่าให้ทำทุกอย่างไปตามข้อเท็จจริง การสอบสวนโยงไปถึงใครก็ว่าไปตามนั้น ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการประสานขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตรงนี้มันต้องทำหลายส่วน โดยฝ่ายความมั่นคงจะดูในภาพรวม ส่วนกระทรวงยุติธรรมจะดูฝ่ายการปฏิบัติที่จะไปเชื่อมโยงกับฝ่ายความมั่นคง ทั้งนี้ จะทำคดีนี้ให้ดีที่สุด และเอาข้อมูลในคดีส่งให้กับฝ่ายความมั่นคง เพื่อจะได้รับไปดำเนินการต่อได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอเผยว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ นำตัว 9 ผู้ต้องหาเชื่อมโยงโกตี๋ แดงปทุมธานี ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา และค้านประกันตัว ส่วนการสอบปากคำมีให้การเป็นประโยชน์ เรื่องอาวุธปืนพบว่ามีปืนเจ้าหน้าที่หายไปตั้งแต่ปี 53 สำหรับแนวทางการจับกุมตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ และพวกรวม 4 คน ที่อยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ต้องใช้ พ.ร.บ.ความร่วมมือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยใช้หลักต่างตอบแทนและวิธีทางการทูต เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยยืนยันดีเอสไอจะทำให้ดีที่สุด

ส่วนนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ และการควบคุมผู้ต้องหา 9 ราย เครือข่ายโกตี๋ว่า พล.อ.ประวิตรกำลังขยายผลเรื่องนี้ ให้ตำรวจติดตามอีกหลายจุดทีี่เชื่อมโยง ทั้งนี้ในแง่ของแกนนำตัวบุคคลที่สอบสวน มี 2 ประเด็น คือวงรอบนอกที่นำอาวุธสงครามไปฝากหรือซุกซ่อนไว้ อีกส่วนคือกลุ่มเคลื่อนไหวในโซเชียล มีการปลุกระดมปลุกปั่นเกิดแนวร่วมสมทบ จุดนี้ต้องขยายผลตรวจสอบต่อไป ส่วนแกนนำเดิมๆที่มีคดีอยู่แล้วตรงนี้ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบชัดเจนหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการก่อเหตุในประเทศไทย หรือลอบสังหารผู้นำประเทศ นายปณิธานกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นข้อสรุปทั้งหมด ต้องมาดูข้อมูล ดูทะเบียนของอาวุธแต่ละชิ้นว่านำมาได้อย่างไรอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ได้ประสานพูดคุยกับ สปป.ลาว เรื่องการติดตามตัวโกตี๋ ให้จับตัวส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยเราจะส่งหลักฐานทั้งหมดที่มีไปให้เพื่อประกอบการพิจารณาอีกด้วย

ขณะที่ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสืบสวนขยายผล จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนของคดี คสช.จะไม่เข้าไปให้ความเห็น ชี้นำ ดำเนินการใดๆ ส่วนประเด็นคนสนิทโกตี๋อ้างมีอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งเกี่ยวข้องนั้นตอนนี้ยังไม่ได้พูดว่าใครเป็นใคร ทุกอย่างต้องว่าไปตามหลักฐาน เชื่อมโยงกันอย่างไรก็ต้องว่ากันไปตามหลักฐาน ยืนยันว่า คสช.ทำงานด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริจตามหลักกฎหมาย โดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐการกวาดล้างอาวุธสงครามในครั้งนี้เป็นการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้านการข่าว เมื่อมีความชัดเจนจะจับกุมทันที การจับอาวุธสงครามในครั้งนี้ไม่ได้สร้างเงื่อนไขให้ คสช.อยู่ต่อแต่อย่างใด และไม่กระทบกระบวนการปรองดองทั้งสิ้น