วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลักสูตรนอกรั้วสามพราน ตำรวจจัดโครงการเพิ่มทักษะยิงต่อสู้

เมื่อได้เห็นภาพคนร้ายใช้อาวุธสารพัดชนิดทำการต่อสู้ขัดขืนการเข้าจับกุมจนมีเพื่อนข้าราชการตำรวจได้รับบาดเจ็บ ล้มตาย ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่เป็นประจำจึงจุดประกายให้ พ.ต.อ.จิณณวัตร ก้อนทองดี ผกก.สน.บุคคโล และ พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.สำเหร่ ผู้กำกับการโรงพัก 2 แห่งซึ่งใช้พื้นที่ตั้งสถานีอยู่ในอาคารเดียวกัน ได้ริเริ่มแนวความคิดใหม่ๆ ร่วมกันแสวงหาแนวทางเพิ่มเติมทักษะ พัฒนาความรู้ ความสามารถทางยุทธวิธีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ละนายได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนในรั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน หรือ โรงเรียนพลตำรวจ ทั้งในส่วนนครบาลและภูธรภาคต่างๆ

โดยเน้นไปที่ทักษะการยิงอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ที่ตำรวจไทยนิยมใช้ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อถึงยามคับขันจำต้องชักปืนออกมาใช้นั้น เป้าหมายสำคัญควรต้องหยุดยั้งได้เฉพาะคนร้าย ไม่ทำอันตรายต่อตัวผู้ปฏิบัติ ผู้ร่วมงาน รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ จึงเกิดเป็น “โครงการสร้างผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนการยิงปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ระบบต่อสู้” ขึ้น

ทั้งนี้ มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล เฟ้นหานายตำรวจสัญญาบัตรเลือดใหม่ระดับรองสารวัตรทั้งชายและหญิง รวม 4 นาย ไปเข้ารับการฝึกภาคสมัครใจที่สนามชมรมกีฬายิงปืนค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งมีนายตำรวจผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมหลักสูตรจากทั้ง 2 โรงพัก ประกอบด้วย ร.ต.อ.นที ทวนดิลก ร.ต.ท.ประกัน กาวี, ร.ต.ท.หญิง กัลยรัตน์ ชัชวาลวรวิทย์ และร.ต.ท.หญิง ณิชากร อุดมทรัพย์ โดยคอร์สนี้ดำเนินการไปอย่างเข้มข้น

สำหรับการถ่ายทอดวิชาความรู้เพื่อสร้างผู้ฝึกสอนและผู้ช่วยผู้ฝึกสอนการยิงปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ระบบต่อสู้ ตามโครงการนั้นเป็นไปตามหัวข้อการฝึกที่วิทยากรกำหนด ซึ่งหัวข้อต่างๆ เหล่านี้เกินกว่าครึ่งไม่เคยมีการเปิดสอนในรั้วโรงเรียนนายร้อยสามพราน โรงเรียนพลตำรวจ หรือสถาบันการสอนยิงปืนที่ใดๆ อาทิ กฎความปลอดภัย การจัดยุทโธปกรณ์ การตรวจปืน การยืน การจับปืนแบบต่อสู้ การเล็งโดยมอง 2 ตา การยิงจากท่าต่างๆเป็นต้น

พ.ต.ท.ปิโยรส กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่มอบหมายให้รับผิดชอบโครงการ โดยเล็งเห็นความสำคัญกับหลักสูตรดีๆ เช่นนี้ โดยส่วนตัวมองว่า การลงทุนเพื่อการศึกษาจะไม่มีคำว่าขาดทุน ยิ่งลงทุนเพื่อนำความรู้ไปเพิ่มเติมทักษะ ได้ประโยชน์ต่อการรักษาชีวิตกำลังพล รักษาความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนยิ่งต้องเร่งทำ

นายตำรวจที่เข้ารับการฝึกทั้ง 4 นาย จะมีทักษะติดตัวไปตลอดชีวิตราชการ ไม่ว่าจะย้ายไปดำรงตำแหน่งโรงพักใด ก็สามารถนำความรู้ความสามารถไปถ่ายทอดต่อยอดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตามโรงพักนั้นๆ ได้เกิดทักษะในการใช้ปืนพกสั้นยิงต่อสู้ได้ตามสถานการณ์และตามความเป็นจริง สาระสำคัญคือฝึกเพื่อเรียนรู้ไปต่อยอดให้สม่ำเสมอ ผลของการฝึกไม่สามารถนำมาชี้วัดได้ว่าผู้สอบผ่านจะต้องรอดชีวิตเสมอไป

การมาฝึกครั้งนี้นอกจากจะได้เพิ่มเติมทักษะด้านการยิงปืนแล้ว ยังได้ทราบปัญหาเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของตำรวจ ผ่านคำบอกเล่าจากวิทยากรผู้มีประสบการณ์สอนตำรวจยิงปืนมาหลายพื้นที่ อาทิ ตำรวจหลายกลุ่มตอนฝึกร่วมกันชอบชักปืนออกมาอวดกัน มีการบริหารกลไก ลั่นไกปืนในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย มีหลายนายเชื่อว่าตลอดชีวิตราชการคงไม่มีโอกาสยิงต่อสู้กับคนร้าย

โดยตำรวจบางนายใช้ปืนลูกโม่บรรจุเต็มได้ 6 นัด แต่เลือกใส่กระสุนเอาไว้เพียง 3-5 นัด โดยเว้นนัดแรกเอาไว้ เพราะเชื่อว่า ตัวเองอาจรอดชีวิตจากการถูกคนร้ายแย่งปืนยิงใส่ในนัดแรก และฟังเขาเล่ามาว่า เมื่อเกิดคราวคับขันจริงๆ ตำรวจกับคนร้ายจะยิงกันได้แค่ไม่เกินวงกระสุนตามที่ใส่ในลูกโม่เท่านั้น

ขณะที่บางนายใช้อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ มีแมกกาซีน 2 อัน บรรจุได้แมกกาซีนละ 15 นัด แต่กลับแบ่งกระสุนใส่ไว้เพียงแมกกาซีนละ 5-10 นัด เพราะอยากพกแมกกาซีนไว้ใช้ปฏิบัติงานทั้ง 2 อัน แต่กลัวว่าสปริงของแมกกาซีนแต่ละอันจะล้า ความเชื่อผิดๆ ที่ได้ฟังมาล้วนเป็นอันตรายต่อทั้งชีวิตตัวเอง ชีวิตเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งสิ้น

ด้านร.ต.ท.หญิง กัลยรัตน์ เปิดประสบการณ์ให้ฟังว่า การยิงปืนตามยุทธวิธีตำรวจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการยิงให้แม่นยำเท่านั้นแต่ต้องเพิ่มเติมทักษะเข้าไปด้วย ไม่สามารถใช้วิธีการเรียนในห้อง ดูภาพประกอบแล้วมาทำตามได้ หรือนั่งอ่านตำราแล้วจะเก่ง แต่มันต้องมาจากการปฏิบัติจริง ถูกถ่ายทอดจากครูผู้สอนอย่างถูกต้อง ตำรวจเป็นอาชีพที่ถือทั้งกฎหมายและถืออาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ การยิงปืนจึงเป็นวิธีป้องกันความสูญเสียมากกว่า การที่ได้มาฝึกในครั้งนี้ทำให้ได้รับทักษะการยิงในสถานการณ์ต่อสู้จริงๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสกันบ่อยๆ เพราะการฝึกเพื่อนำไปใช้ให้ได้จริง ยิงด้วยกระสุนจริงต้องใช้งบประมาณกับผู้รับการฝึกแต่ละนายค่อนข้างมาก

ขณะที่ร.ต.ท.หญิง ณิชากร น้องเล็กที่สุดซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมโครงการด้วย กล่าวว่า ขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสและขอบคุณทีมวิทยากรที่เสียสละเวลามาถ่ายทอดความรู้ซึ่งแตกต่างจากที่เคยฝึกมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประสบการณ์จากการฝึกรอบนี้ทำให้ทราบข้อผิดพลาดของตัวเองและเรียนรู้การแก้ปัญหาจากสถานการณ์เสมือนจริงภายใต้สภาวะกดดันโดยทันที เพราะทีมวิทยากรสอนแบบประกบตัวต่อตัว อธิบายถึงเหตุและผลของความเป็นไปได้แต่ละท่ายิงด้วยหลักวิทยาศาสตร์ การฝึกด้วยการใช้กระสุนจริงทำให้เห็นภาพจริงๆ โดยเฉพาะการยิงนัดต่อไปหลังแก้ไขสถานการณ์ปืนติดขัดแตกต่างจากการฝึกยิงแห้งหรือดรายไฟร์แบบไม่มีลูกกระสุนอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตามแม้คอร์สฝึกจะหนัก เหนื่อยและตากแดดร้อนตลอด 2 วันแต่การฝึกให้มากแม้ไม่ได้ใช้ ก็ดีกว่าถึงเวลาจะใช้แล้วไม่มีทักษะความรู้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นนอกจากจะยับยั้งคนร้ายไม่ได้แล้วยังอาจทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้อีกส่วนความคิดที่เคยถูกปลูกฝังมาตลอดว่า การยิงคนร้ายแบบหวังผล ต้องฝึกเล็งที่วงกลมตรงกลางเป้ากระดาษเท่านั้นก็เปลี่ยนไป เพราะสถานการณ์จริงตำรวจไม่สามารถเล็งศูนย์ประณีตได้ ข้อเท็จจริงคือต้องชักปืนจัดศูนย์ทาบเป้าหมายให้ไวเน้นยิงเป้าใหญ่ตรงแกนกลางแนวตั้งตามร่างกายของคนร้าย และต้องไม่ลืมตรวจการณ์หลังทำการยิงก่อนเก็บปืนใส่ซองทุกครั้งจึงจะถูกต้อง