วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กวนน้ำให้ขุ่น

ความจริงทางการเมือง ล้วนบ่งบอกภาวการณ์ได้เสมอ อันไม่ต่างไปจากสภาพที่เกิดขึ้นในขณะนี้

“เพื่อไทยกำลังถูกรุกคืบด้วยกระบวนท่าที่หวังผล และมีเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน”

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ใกล้เทศกาลสงกรานต์ อะไรต่อมิอะไรดูจะร้อนกันไปหมด ทำนองว่านอกจากอากาศร้อนแล้ว

“การเมืองก็ร้อนขึ้นมาอีกหลายองศา”

ตรงกันข้ามกับการเดินหน้าสร้างความปรองดองที่เริ่มต้นมาดี เพราะทุกฝ่ายต่างก็ให้ความร่วมมือ แต่พอจะถึงยกสุดท้ายเท่านั้น ก็มีอาการป่วนขึ้นมาอีก

อย่างว่าแหละ...ของแบบนี้มันต้องมองให้ทะลุ เพราะถ้า “ใจไม่พร้อมที่จะปรองดองด้วย ก็ต้องหาเงื่อนไข เพื่อให้มันยุ่งเข้าไว้ก่อน”

ว่าไปแล้ว ในสถานการณ์ที่เป็นไปนั้น คสช.ถือความได้เปรียบไว้มากโขอยู่ เพราะมีอำนาจพิเศษอยู่ในมือ

การเลือกตั้งนั้นหากเป็นไปตามโรดแม็ป แม้จะต้องต่อเวลาออกไปบ้างด้วยเงื่อนไขที่จำเป็น แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องรอกันเนิ่นนานเกินไป

อยู่ที่ว่าอย่าให้มีเหตุอะไรระหว่างที่รอก็แล้วกัน

ในสภาพที่เห็นอยู่นั้น คสช.พยายามที่จะสร้างผลงานไล่เลียงออกมาเป็นระลอก เพราะตรงนี้จะเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพและความมั่นคงด้วย

ถ้าจะถามกันตรงๆว่า รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร

คำตอบก็คงไม่ยากคือ ต้องเป็น รัฐบาลที่ราบรื่น ไร้ความขัดแย้ง ไม่เหมือน กับที่ผ่านมา หากตอบคำถามนี้ได้

คงมองเห็นภาพได้ว่า จะต้องเป็นไปในรูปแบบไหน

วันนี้พรรคเพื่อไทยที่เคยมั่นใจเต็มเปี่ยม ทำนองว่าขอให้มีการเลือกตั้งเถอะ... ชนะแน่ แต่ในสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปนั้น

ที่ว่าแน่ คงไม่แน่อย่างนั้นแล้ว

ที่เห็นและเป็นไปนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะมีระยะเปลี่ยนผ่านที่ต่างไปมากกว่าที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยและผลแห่งการกระทำที่ผ่านมานั่นแหละ

คือตัวที่ตัดทอนกำลังไปโดยปริยาย

คดีความต่างๆซึ่งคนของพรรคเพื่อไทยได้รับ กำลังคลี่คลายตัวและมีผลต่อแกนหลักๆซึ่งเคยเป็นตัวชนมาตลอด

เครือข่ายอย่างเช่น วัดพระธรรมกายก็ถูกปลิ้นออกมาจนล่อนจ้อน

เรื่องการจับอาวุธลอตใหญ่ที่ไม่สามารถแยกจากกันกับขบวนการต่างๆ แม้จะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวก็คงไม่ได้

นักการเมืองหลายคนกำลังถูกตัดสินความผิด โอกาสที่จะเป็นแรงสำคัญก็น้อยลงไป

ตอกย้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งก็คือ เรื่องภาษีชินคอร์ปที่ปักหมุดให้เห็นถึงวงจรทุจริต หลบเลี่ยง อันส่งผลไปทั้งขบวน

พูดง่ายๆว่า ยิ่งเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งก็ยิ่งลีบเล็กลงไปโดยปริยาย

อำนาจต่อรองที่เคยมีก็ต่ำเตี้ยลงไปตามสถานการณ์

คนในพรรคย่อมรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับอนาคตข้างหน้า จึงไม่แปลกที่มีการเสนอความเห็นว่า ควรตั้งกรรมการอิสระขึ้นมาแทนที่ชุดทหารในการสร้างความปรองดอง

เมื่อคนใหญ่ใน คสช.ได้ออกมาปรามว่า “อย่ากวนน้ำให้ขุ่น” จึงเป็นปฏิกิริยาที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าค่อนข้างชัดเจน

หลายๆอย่างดูเหมือนจะบีบรัด กระชับอำนาจมากขึ้น

เพียงแต่ต้องรอดูกันต่อไปว่า ผลจากการตัดสินคดี “จำนำข้าว” จะออกมาอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

จะรู้หมู่รู้จ่ากันก็ตอนนั้นแหละ.

“ลิขิต จงสกุล”

25 มี.ค. 2560 14:23 25 มี.ค. 2560 14:23 ไทยรัฐ