วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ลุงแว่น”...ภูบ่อบิด ฟ้าสั่งมาให้เฝ้าสมบัติ

โดย รัก-ยม

“ลุงแว่น” แห่งภูบ่อบิด.

คนส่วนใหญ่อาจจะเคยได้ยินเรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” โบร่ำโบราณผู้ที่มีทรัพย์สมบัติมากมายเมื่อฝังเอาไว้แล้วยังถึงกับต้องฆ่าคนให้ตายโหงอยู่กับสมบัติ ด้วยมีความเชื่อให้วิญญาณเป็นผีเฝ้าทรัพย์สมบัติอันมีค่า เหล่านั้นไว้ไม่ให้ใครเอาไปได้

ปู่โสมเฝ้าทรัพย์จึงเป็นตำนานคนที่ไม่มีชีวิตเฝ้าทรัพย์ ต่างกับตำนาน “ลุงแว่น-ภูบ่อบิด” จังหวัดเลย ผู้ที่ยังมีชีวิตแต่ได้ชื่อว่าเป็นคนเฝ้าถ้ำเฝ้าภู...คอยปกปักรักษาดูแลสมบัติอันมีค่าในดินแดนแห่งนี้

เล่าลือกันว่า ลุงแว่น-ภูบ่อบิด รำลึกชาติได้ฝันวนเวียนเป็นคนบนภูมานานนับปี...จนต้องเดินทางค้นหากระทั่งได้มาถึงยังบ่อบิดจังหวัดเลย พบพื้นที่ในฝันว่าเคยเป็นคนเฝ้าถ้ำ ณ ภูแห่งนี้ จึงตัดสินใจทิ้งบ้านเกิดมาเป็นคนเมืองเลย ทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าภูบ่อบิด ถากถางป่ารกถ้ำร้างจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยจนทุกวันนี้ พบปริศนาธรรมถ้ำบ่อบิด...สมบัติผลัดกันชม

“ถ้าคนหนึ่งคนใดโลภ...ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกฝังจมแผ่นดินดังเดิม”

“ภูบ่อบิด”...เป็นจุดเช็กอินดูทะเลหมอกยามเช้า และเฝ้าตะวันลาลับยามเย็นได้สวยที่สุด

นายสว่าง อภัย หรือ “ลุงแว่น” แห่งภูบ่อบิด ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาภูบ่อบิด ภูสูงกลางเมืองเลย ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองเลยได้กว้างไกลมากที่สุด

ราวกับโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ได้มาเจอกันกับ “ลุงแว่น” ตัวจริงเสียงจริง ได้พาเดินขึ้นภู พร้อมๆกับเล่าเรื่องราวที่ต้องสะพรึงให้ได้รู้กันแบบปากต่อปากต้นฉบับตำนานต้นทาง

“เดิมทีเดียวลุงไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ มีอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เหตุที่ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่ก็เพราะมีความฝันซ้ำไปซ้ำมาว่า...เราเคยเป็นคนที่นี่ อยู่บนภูทำหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติ และดูแลพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้คนที่เข้ามาสักการบูชา ด้วยเหตุนี้เองจึงเดินทางไปทุกๆที่หาถ้ำในพื้นที่ต่างๆของภาคอีสาน เลาะเรื่อยเลยมาถึงจังหวัดเลย...ว่ากันว่ามีถ้ำเยอะมาก”

ทันทีที่มาถึงที่นี่ความรู้สึกแรก รับรู้ได้ทันทีเลยว่าเราเคยอยู่จริงๆ

เริ่มตามหาสิ่งที่อยู่ในฝันทันที...“ผู้เฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเดียวที่ภูแห่งนี้มีถ้ำที่สวยงาม และมีทางที่ลอดทะลุปีนถึงยอดภูได้ มีหินงอกที่สวยงาม แถมยังมีแหล่งน้ำที่เชื่อกันว่าพื้นดินถูกยกจากบาดาลให้เป็นภูผา ดูได้จากซากหอย ซากพืชที่อยู่บนภูเขา

และ...ที่ถ้ำแห่งนี้นี่เองที่เขาเล่ากันว่าจะมีสมบัติเป็นเครื่องประดับแต่งตัว ที่พองานบุญกันทีก็จะมาเอาเครื่องประดับไปตกแต่งกัน

สวยงาม เสร็จงานก็เอามาคืน เพราะถ้าใครไม่เอามาคืนก็จะมีอันเป็นไป”

ดังนั้นชื่อเสียงของถ้ำจึงเป็นที่กล่าวถึงและ รู้จักกันกว้างขึ้นๆ จนเป็นแหล่งที่คนมาหาเยี่ยมชม และมาเพื่อค้นหาสมบัติไปเป็นของตนเอง

หนึ่งในตำนานถ้ำ...ภูบ่อบิด คนจะมาเที่ยวมาลอดถ้ำแห่งนี้เพื่อมาดูความงดงาม อยู่มาวันหนึ่ง มีกลุ่มนักท่องเที่ยวกับกลุ่มนักแสวงธรรม ที่จะต้อง เข้าถ้ำไปพร้อมๆกัน ซึ่งถ้ำนี้มีกฎวางไว้ว่าเพื่อความบริสุทธิ์ใจ การลอดถ้ำต้องไม่มีอะไรติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว...ในวันนั้นเองมีกลุ่มสาวใหญ่ถอดเสื้อผ้าหมด และมีเณรท่านหนึ่งต้องลอดต่อ จากกลุ่มหญิงสาวที่ไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ระหว่างที่คลานตามๆกันไปนั้น...หญิงสาวโวยวายขึ้นว่า ใครบิดก้นฉัน ซึ่งต่อจากเธอก็คือ เณรน้อย จึงรีบพูดขึ้นทันทีว่า “บ่บิด...บ่บิด” แต่พูดยังไม่ทันขาดคำถ้ำก็ถล่มลงทันที ปิดทางออกไม่มีใครออกมาจากถ้ำได้ แต่ด้วยบุญที่สั่งสมมาของเณร สามารถลอดถ้ำมาออกที่กุดป่องได้ จึงเป็นการเล่าต่อๆกันมา จากบ่บิด... ก็เพี้ยนๆเสียง เรียกเป็นทางการว่า “ภูบ่อบิด” จนทุกวันนี้

ถ้ำลอดภูบ่อบิดแห่งนี้ยังปรากฏสิ่งที่ไม่อาจพิสูจน์ได้หลายต่อหลายเรื่อง ลุงแว่นเล่าให้ ฟังว่า ปี 2557 งานบุญออกพรรษา ได้พาผู้ว่า ราชการจังหวัด นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ (สมัยนั้น) ขึ้นมาไหว้องค์พระพุทธรูป ปรากฏว่า...มีละอองน้ำพ่นออกมาจากหลังองค์พระพุทธรูป จนหลายคนต้องร้องทัก ไม่เพียงเท่านั้นยังปรากฏดวงแก้วถ่ายติดให้เห็นโดยทั่วกัน และยังสามารถพบเห็น “งูสามสี” อันเป็นลักษณะคล้ายพญานาค มีมาให้ผู้มาเยือนได้เห็นเป็นสิริมงคลถ้วนหน้ากันอยู่เนืองๆ

“เดินสายกลาง”...คำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่มาก...ไม่น้อยจนเกินไปจนตัวเองลำบาก หรือไม่ขยับขยายอะไรเลย ลุงแว่นก็เช่นกันอุทิศตนเป็นคนเฝ้าทรัพย์ที่มีชีวิตด้วยหัวใจจิตอาสา...

รักษาภูบ่อบิดด้วยใจรัก ระยะทางไม่ทำให้ท้อหรือถอยแต่อย่างใด...ไม่มีน้ำก็ขนน้ำขึ้นไปไว้ให้นักท่องเที่ยว ไม่มีไฟก็ขอไฟขึ้นภู

นิมิตฝันได้มาบรรจบกับความจริง “ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์”...สิ่งที่ไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มี.

รัก-ยม

25 มี.ค. 2560 14:00 ไทยรัฐ