วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ประวิตร" ปักใจค้นคลังอาวุธ โยงป่วน "การเมือง-ธรรมกาย"

“เราพยายามติดตามพฤติกรรมกลุ่มนี้มาตลอด เคยเข้าตรวจค้นมาแล้วแต่ไม่พบอาวุธสงคราม ไม่ใช่อยู่ดีๆเข้าตรวจค้น ไปจับกุมใครมาทำแบบนั้นไม่ได้ ตามข่าวเรื่องนี้มานาน ตามทุกเรื่อง ส่วนเรื่องสังหารผู้นำและบุคคลสำคัญเป็นคนกลุ่มนี้พูดประกาศกันเลย เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริง วันนี้อะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวายต้องทำให้สงบ เวลานี้บ้านเมืองเราต้องการความสงบ อยากให้ย้อนประวัติผู้ต้องหารายนี้เป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง ขอย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้หวั่นไหว เพราะผ่านสงครามมาเยอะ เวลานี้ทำเพื่อรับใช้ชาติ” เป็นคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลงานด้านความมั่นคง กรณีทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นเป้าหมายแหล่งซ่องสุมอาวุธปืนสงครามและวัตถุระเบิด

ตามข้อมูลการข่าว คสช.พบว่าซุกซ่อนไว้เตรียมใช้ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งให้ประสานหน่วยข่าวทหาร ตำรวจ ติดตามการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.59 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพบว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่ายของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเรดการ์ดจังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับหมิ่นสถาบันฯ ได้สะสมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เตรียมการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ยั่วยุให้มีเหตุรุนแรงทำให้ผู้คนล้มตาย

มีเป้าหมายลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และวางแผนเป็น “มือที่สาม” ก่อเหตุรุนแรง หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองใช้กฎหมายพิเศษเข้าปิดล้อมตรวจค้นยึดพื้นที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้างของ ตร. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทหาร ตำรวจ สืบสวนจนได้ข้อมูลเชื่อได้ว่ามีการวางแผนที่จะลงมือกระทำความผิด มีการซ่องสุมกำลังและซุกซ่อนอาวุธสงครามและส่วนควบอุปกรณ์ระเบิด

จนช่วงเช้ามืดวันที่ 18 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ท.ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผบ.ศรภ. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คสช. นำกำลังกับทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จังหวัด 9 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี อ่างทอง หนองคาย สุรินทร์ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ

เป้าหมายหลักบ้านเลขที่ 1/16 หมู่ 6 ถ.ลำลูกกา 11 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มีนายธีรชัย อุตรวิเชียร หรือระพิน ค้นได้อาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก ยาบ้า 200 เม็ด และบริษัท เกรทติ้งฟอร์จูน คอนเทนเนอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีนายอภิรักษ์ ธำรงสกุลเดช นำตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์กว่า 2,203 ตู้ ที่สงสัยเป็นที่ซุกซ่อนอาวุธสงคราม

จากการตรวจค้นรวม 9 จุด ยึดอาวุธปืน 13 กระบอก กระสุนปืน 5,949 นัด ชิ้นส่วนและส่วนควบอาวุธปืน วัตถุระเบิด 11 ลูก อาวุธมีด 12 เล่ม วิทยุสื่อสาร 10 เครื่อง เสื้อเกราะกันกระสุน ยาบ้า 393 เม็ด คอมพิวเตอร์ 5 เครื่อง เครื่องช็อตไฟฟ้า 1 เครื่อง พลุแฟลร์ น้ำมันเครื่องบิน JET-A-ONE 7 ลิตร ลังบรรจุดินระเบิด TNT 1 ลิตร เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จำนวนหลายรายการ

มีอาวุธปืนสงครามบางส่วนเป็นของทหารที่หายไปในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงปี 2553

เป็นคลังแสงย่อมๆ ที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ

ฝ่ายความมั่นคงทหารได้อาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช. ควบคุมตัวนายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 55 ปี นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 58 ปี นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 62 ปี นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี น.ส.เอมอร วัดแก้ว อายุ 44 ปี นายทศพล เกษโกศล อายุ 25 ปี นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมพู อายุ 57 ปี และว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี เข้าซักถามรายละเอียด

ผลการซักถาม เอกสารที่ยึดได้จากกลุ่มแนวร่วมหัวรุนแรงของนายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ มีภาพการประชุมหารือก่อเหตุสร้างสถานการณ์ และกลุ่มผู้ถูกควบคุมตัวเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มเรดการ์ดเรดิโอ ซึ่งเป็นกลุ่มของนายวุฒิพงศ์ ในช่วงชุมนุมทางการเมืองปี 2553

ช่วงปี 2556 และปี 2557 มีความเกี่ยวข้องกับกรณีที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย โดยนายวุฒิพงศ์ได้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์โจมตีรัฐบาล เตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ หากรัฐบาลมีการใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย

มีภาพนายธีรชัยเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปพบนายวุฒิพงศ์ ในช่วงวันที่ 9-19 ก.พ.ชุมนุมที่บ้านนายธีรชัย วันที่ 21 ก.พ. และใน ยูทูบรายการของนายวุฒิพงศ์ วันที่ 6 มี.ค. มีการปลุกระดมให้ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายลุกขึ้นสู้กับรัฐบาล ขัดขวางทำให้การตรวจค้นเป็นไปได้ยาก โดยจัดตั้งมวลชนไว้เข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ

เดือน ก.พ.ถึงปัจจุบัน นายวุฒิพงศ์ใช้นามแฝงจัดรายการวิทยุออนไลน์ มีเนื้อหาแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อรัฐบาล คสช.และหมิ่นสถาบันฯ กล่าวถึงการเตรียมลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับวัดพระธรรมกาย

ปลุกระดมมวลชนต่อต้านสถาบัน เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสาธารณรัฐมีเอกสารการจัดตั้งกองกำลัง มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงเป็นลำดับขั้นตอน เข้าข่ายน่าเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้คิดสร้างสถานการณ์

รัฐบาลปัดไม่คิดจัดฉากหรือกลั่นแกล้ง แต่เข้าตรวจค้นเป้าหมายตามข่าวพยานหลักฐาน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “กลุ่มของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ เป็นกลุ่มบุคคลที่นิยมความรุนแรง คิดฝักใฝ่การเมือง แสดงตัวผ่านโซเชียลมีความอาฆาตมาดร้ายต่อรัฐบาล ต้องการทำร้ายผู้นำประเทศ พูดจาบจ้วงสถาบันฯ ที่ผ่านมามีการติดตามด้านการข่าวตลอด จน สืบสวนแน่ชัดได้เข้าดำเนินการยึดอาวุธสงคราม และทางการข่าวยืนยันว่า กลุ่มนี้เข้าไปช่วยวัดพระธรรมกายขัดขวางรัฐบาล การตรวจค้นได้อาวุธสงครามจำนวนมาก ยิ่งชี้ชัดกลุ่มนี้ซ่องสุมอาวุธไว้ลอบสังหารผู้นำประเทศ คิดสร้างสถานการณ์รุนแรง ได้ประสานทุกช่องทางเพื่อเอาตัวนายโกตี๋มาดำเนินคดีให้ได้ และจะต้องสืบสวนขยายผลใครเกี่ยวข้องดำเนินการทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มที่เคลื่อนไหวในโซเชียลจะดำเนินคดีทุกราย ถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และเป็นเหตุผลที่ทำไมรัฐบาลต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจมาดูแลความสงบเรียบร้อยในวัดพระธรรมกาย เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ที่คิดสร้างสถานการณ์รุนแรง”

สถานการณ์แบบนี้คนไทยต้องช่วยกัน คิดถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก อย่าทำให้บ้านเมืองไทยย่อยยับไปกว่านี้เลย ลำพังที่ผ่านมาเมืองไทยย่ำแย่ในสายตาชาวโลกมากพอแล้ว.

ทีมข่าวอาชญากรรม