วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สำรวจถนนรังสิต นครนายก EP.2 คนประมาท หรือ เส้นทางอันตราย?

สำรวจถนนรังสิต นครนายก EP.2 คนประมาท หรือ เส้นทางอันตราย?

  • Share:

หลังจากที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางเสี่ยงบนถนนรังสิต-นครนายก รวมถึงได้รับคำบอกเล่าต่างๆ จากชาวบ้านบริเวณนั้น ทีมข่าว จึงนำเรื่องนี้ไปพูดคุยปรึกษากับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทั้ง 3 ฝ่าย กับคำถามที่เชื่อว่าหลายคนก็อยากรู้...!?

ทำไมไม่แก้ปัญหา รออะไรอยู่?
ทำไมไม่ปิดยูเทิร์น?
ทำไมไม่ทำสัญญาณไฟไปเลย?
ทำไมไม่จับพวกขับรถฝ่ากฎจราจร ตำรวจทำอะไรอยู่?

วันนี้ ทีมข่าว หาคำตอบในทุกๆ คำถามมาให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์เรียบร้อยแล้ว

ภาพอุบัติเหตุเก่าที่เคยเกิดขึ้นบนถนนสายรังสิต-นครนายก
ขับเร็ว ตัดหน้า สาเหตุรถชนเส้นรังสิต-นครนายก

พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี กล่าวว่า พื้นที่ที่ สภ.ธัญบุรี รับผิดชอบอยู่ คือ ตั้งแต่คลอง 3 ไปจนถึง คลอง 14 ระยะทางทั้งหมด 29 กิโลเมตร ขณะที่ สัญญาณไฟแดงจะมีเฉพาะแยกใหญ่ๆ เท่านั้น ซึ่งตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุกับลูกชายตลกชื่อดังไม่ได้เป็นสี่แยกไฟแดงแต่อย่างใด ดังนั้น ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านบริเวณนั้น จะกลับรถแล้วเลี้ยวขึ้นสะพานก็ได้ ตามกฎหมายไม่ได้ห้าม แต่หากจะให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ควรจะต้องกลับรถแล้วตรงไป เพื่อข้ามสะพานข้างหน้าจะดีที่สุด

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.วสัน คงนิล สวป.สภ.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ สภ.ธัญบุรี ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม ปี 2559 มีการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 168 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 175 ราย มีผู้เสียชีวิต 39 ราย

สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะมาจากพฤติกรรมของคน 80% ส่วนอีก 20% เป็นเรื่องของหลักวิศวกรรมจราจรโดยบริเวณที่เกิดบ่อยที่สุดเป็นช่วงจุดกลับรถปั๊มน้ำมันบางจาก คลอง 8 ในปี 2559 มีอุบัติเหตุจนมีการบาดเจ็บและเสียชีวิต จำนวน 5 ครั้ง และจุดกลับรถหาญสวัสดิ์ คลอง 9 ในปี 2559 มีอุบัติเหตุจนมีการบาดเจ็บและเสียชีวิต จำนวน 5 ครั้ง ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่ตรวจดูรอบด้าน, ตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด และเลี้ยวรถกระทันหัน

“สถิติการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเป็นตอนกลางคืน เนื่องจากการจราจรไม่ติดขัด รวมทั้งไม่ได้มีการกวดขันวินัยจราจรในตอนกลางคืน ถามว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่จัดกำลังดูแล ก็เพราะว่า ระยะทางทั้งหมดตั้งแต่คลอง 3 ถึง คลอง 14 มันยาวมาก และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็มีเพียง 20 คน เป็นชั้นประทวนที่รับหน้าที่ปฏิบัติไม่ถึง 15 คนทำให้ไม่ครอบคลุมทุกช่วงเวลา รวมทั้ง เมื่อมีการกวดขันวินัยจราจรประชาชนก็จะร้องเรียนเจ้าหน้าที่อีก” พ.ต.ท.วสัน เผย

สะพานจุดกลับรถคลอง 8 ตรงปั๊มบางจาก รถเลี้ยวขึ้นสะพานเข้าหมู่บ้าน

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ยังได้มีการกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ดังนี้ 

รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสาร : ในเขต กทม., เทศบาล ไม่เกิน 60 กม./ชม. นอกเขต ไม่เกิน 80 กม./ชม.
รถพ่วง

รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 1200 กก. : ในเขต กทม., เทศบาล ไม่เกิน 45 กม./ชม. นอกเขต ไม่เกิน 60 กม./ชม.

รถยนต์ รถจักรยานยนต์ : ในเขต กทม., เทศบาล ไม่เกิน 80 กม./ชม. นอกเขต ไม่เกิน 90 กม./ชม.


หากฝ่าฝืนจะมีโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

สะพานข้ามคลองจากฝั่งหมู่บ้าน บริเวณจุดกลับรถคลอง 8 ขึ้นป้ายห้ามเลี้ยวขวาตรงจุดกลับรถ
ปิดยูเทิร์น เพิ่มไฟแดง แก้อุบัติเหตุ หวั่นประชาชนเดือดร้อน

สำหรับในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุนั้น พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.ธัญบุรี อธิบายว่า หากจะแก้ไขจุดกลับรถที่เสี่ยงอันตราย โดยการปิดไม่ให้กลับรถ และบังคับให้ไปกลับรถทางข้างหน้า ประชาชนจะไม่สะดวกสบาย ซึ่งก็คงไม่ยอมแน่ๆ ส่วนหากจะติดสัญญาณไฟแดงเพิ่ม ก็จะทำให้มีรถติดสะสมทั้งขาเข้าและขาออก ประชาชนก็จะไม่ยอมอีกเช่นกัน

“การเอาเคสอุบัติเหตุนี้มาแก้ปัญหาโดยการปิดจุดกลับรถ หรือเป็นกรณีศึกษาทำแยกไฟแดงทุกแยก ถามว่ามันเหมาะมันควรไหมจะให้ไปแก้ปัญหาอุบัติเหตุด้วยวิธีการเหล่านี้ เพราะหากปิดไปประชาชนที่พักอาศัยอยู่แถวนั้นก็ต้องเดือดร้อน” ผกก.สภ.ธัญบุรี ระบุ

อย่างไรก็ดี ความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันกับ นายเทียนชัย สิงห์โตทอง หัวหน้าหมวดทางหลวงหนองเสือ แขวงทางหลวงนครนายก กล่าวในมุมของทางหลวง ว่า เมื่อชุมชนมีการขยายตัวมากขึ้น บริเวณจุดกลับรถต่างๆ จึงมีรถที่พยายามจะย้อนศรจากจุดกลับรถ เพื่อเลี้ยวขึ้นสะพาน ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นจุดเสี่ยงได้ ซึ่งหากพูดถึงเรื่องความปลอดภัยแล้ว ไม่ควรที่จะทำเช่นนั้น

สะพานจุดกลับรถคลอง 8 ตรงปั๊มบางจาก รถเลี้ยวขึ้นสะพานเข้าหมู่บ้าน จนรถทางหลักต้องหยุดให้

สำหรับมาตรฐานระยะห่างของจุดกลับรถอยู่ที่ประมาณ 3-5 กม. แต่สำหรับถนนรังสิต-นครนายก ระยะห่างจะน้อยกว่าประมาณ 2 กม. กว่าๆ เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ได้ไกลมากนัก แม้ว่าจะเปิดจุดกลับรถ 1 จุด ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องไปรถที่ระยะทาง 4 กม. เสมอไป เพราะยังมีจุดกลับรถตรงใต้สะพานอีกหลายแห่ง

ส่วนการเลือกติดตั้งสัญญาณไฟแดง ด้วยลักษณะทางหลวงสายหลัก มีปริมาณการจราจรมากอย่างถนนสายนี้ 30,000 คันต่อวัน เพราะเป็นเส้นทางสายหลักที่วิ่งจากในเมืองออกสู่ต่างจังหวัด ภาคตะวันออก หรือภาคอีสานได้ ดังนั้น การที่มีสัญญาณไฟจราจรเยอะ จะส่งผลให้รถที่วิ่งในทางหลักได้รับผลกระทบเยอะ

สังเกตได้จาก ช่วงคลอง 5 ไปจนถึงคลอง 7 จะมีสัญญาณไฟแดงหลายจุด ผลก็คือ มีการจราจรติดขัดตลอด ผลดีคือ ประชาชนจะได้ประโยชน์ในเรื่องการใช้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ผลกระทบต่อมา นั่นคือ จะมีการจราจรติดขัดบริเวณนั้นตามมาด้วย ก็ขึ้นอยูกับว่ามองมุมไหน หากมองทางวิศวกรรม จะเลือกระยะของสัญญาณไฟให้มันเหมาะสมกับการจราจร

เลี้ยวขวาตรงจุดกลับรถอันตรายมาก
2 จุดเสี่ยง จะแก้ปัญหาอย่างไร?

นายเทียนชัย เผยว่า สะพานที่ข้ามคลองมีจำนวนมากเกินไป บางครั้งระยะสะพานหนึ่งห่างจากสะพานหนึ่งไม่ถึงกิโลเมตรด้วยซ้ำไป การแก้ไขปัญหาในความเห็นส่วนตัว คือ การปิดสะพานข้ามคลองบางสะพานแล้วใช้ถนนฝั่งริมคลองในการสัญจร แทนที่จะกลับรถมาแล้วเลี้ยวข้ามสะพานได้เลยก็ต้องขับต่อไปอีก เพื่อไปขึ้นสะพานข้างหน้า จะปลอดภัยมากขึ้น แต่เสียงชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ปิดสะพานข้ามคลองเลยแม้แต่สะพานเดียว เพราะเขาเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความปลอดภัย

นอกจากนี้ การปิดสะพานง่ายกว่าปิดจุดกลับรถเยอะ เพราะไม่ต้องใช้งบประมาณมาก เพียงแค่กั้นสะพานไม่ให้รถเข้ามาในกระแสทางสายหลัก เอาแบริเออร์ไม่กี่ตัวปิดก็ได้ แล้วติดป้ายว่าให้ขับเลยไปอีก 400 เมตร เพื่อใช้สะพานข้างหน้า แต่ชาวบ้านไม่ยอม ทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณในการก่อสร้างจุดกลับรถใหม่ ซึ่งหากยังเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ต้องมานั่งย้ายจุดกลับรถไปเรื่อยๆ

สำหรับหลักเกณฑ์ในการสร้างสะพานนั้น หากเป็นของเอกชนมาขออนุญาตกรมทางหลวง เพื่อทำสะพานข้ามฝั่งจากหมู่บ้านมาถนนสายหลัก กรมทางหลวงจะไม่อนุญาตให้สร้างตรงกับจุดกลับรถ แต่ถนนรังสิต-นครนายก เป็นของกรมชลประทาน โดยกรมทางหลวงดูแลเพียงด้านบนเท่านั้น ส่วนช่วงคลองกรมชลประทานเป็นผู้ดูแล ดังนั้น การขออนุญาตเพื่อที่จะสร้างสะพานข้ามคลองนั้น ต้องขออนุญาตจากกรมชลประทานเป็นหลัก

สะพานจุดกลับรถคลอง 8 ตรงปั๊มบางจาก ขึ้นป้ายห้ามเลี้ยวขวาแต่ก็ยังทำ
ส่องมาตรการป้องกัน! ภาครัฐ หารืออุบัติเหตุทุกเดือน

ขณะที่ มาตรการป้องกันในภาพรวม นายอาวุธ วิเชียรฉาย นายอำเภอธัญบุรี ระบุว่า ในทุกๆ เดือน จะมีคณะกรรมการศูนย์ปลอดภัยทางถนนอำเภอ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ค่อนข้างจะครบ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ เทศบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จะแขวงทางหลวง มาร่วมประชุมหารือถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละเดือน และหาแนวทางแก้ไข

นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถแนะนำข้อเสนอต่างๆ รวมถึงร้องเรียนปัญหาที่เกิดขึ้น ผ่านหน่วยงานระดับชุมชน หรือช่องทางต่างๆ และจะนำข้อเสนอนั้นมาพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปลอดภัยทางถนนอำเภอด้วย

เมื่อถามว่า ประชาชนแจ้งปัญหาใดเข้ามามากที่สุด นายอาวุธ ตอบว่า ส่วนใหญ่เรื่องที่ชาวบ้านร้องทุกข์มามากที่สุดจะเป็นเรื่องไฟส่องสว่าง ตรงนี้ไฟไม่ติด หรือ พื้นผิวจราจร เป็นหลุมเป็นบ่อ บางเรื่องเจ้าหน้าที่ก็แก้ไขได้เร็ว แต่บางเรื่องแก้ได้ยากต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ หรือบางเรื่องวิเคราะห์ตัดสินใจในแนวทางแก้ไขปัญหาจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งก็จะเสนอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ดำเนินการต่อไป

“การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ก็ทำกันอย่างเต็มที่ ไม่ได้ละเลย แต่เนื่องด้วยเส้นทางมันยาว กำลังที่จะไปบังคับใช้กฎหมายจึงจะไม่เพียงพอ ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชน เราก็ทำอย่างต่อเนื่อง

ผมอยากให้พี่น้องประชาชนคำนึงถึงความปลอดภัย อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเสี้ยววินาที เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่ามันไม่เกิด ต้องคิดไว้ก่อนว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดกับเรา ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท” นายอำเภอธัญบุรี ฝากทิ้งท้าย.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่ม

สำรวจถนนรังสิต นครนายก EP.1 เจาะจุดเสี่ยง ยูเทิร์นมรณะ คนพื้นที่รู้ดี! (ชมคลิป)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้