วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สารภาพหมด! ลูกน้อง ’โกตี๋’ รับซุกคลังแสงต่อต้านรบ. มีอดีต รมต.หนุน

“ศรีวราห์" แถลงผลสอบ 9 ผู้ต้องหาแก๊ง “โกตี๋” เผยลูกน้องรับอาวุธทั้งหมดนำเงินบริจาคมาซื้อ อ้างใช้งาน 2 ครั้ง ที่เวทีอนุสรณ์สถานดอนเมือง และสี่แยกหลักสี่ แถมเคยได้ยินลูกพี่คุยกับอดีตนักการเมืองซุกคลังแสงใช้ต่อต้านรัฐบาล ล่าสุดคุมตัวส่งดีเอสไอ-ฝากขังศาลอาญาพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 12.30 น.วันนี้ 24 มี.ค.60 ที่ ห้องประชุมชิวปรีชา บก.ป. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ แถลงข่าวกรณีการรับมอบตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้ โดย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 มีนาคม เวลาประมาณ 06.00 น.ทหารและตำรวจ ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จ.ปทุมธานี อ่างทอง, หนองคาย, สุรินทร์, นครราชสีมา, ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ รวมทั้งสิ้น 7 จังหวัดซึ่งเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นเครือข่ายของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ (โกตี๋) ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ ได้ร่วมกันวางแผนสะสมอาวุธ อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด เพื่อเตรียมการก่อเหตุร้ายและความไม่สงบเรียบร้อย

จากผลการตรวจค้น พบอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน เสื้อเกราะ ยาเสพติด และอุปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบเรียบร้อยจำนวนมาก จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนที่ต่อมา พล.ต.วิจารณ์ จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหาร ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เมษายน 2558 ควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อซักถามข้อเท็จจริง ไว้แล้วนั้น

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหา ยังร่วมกันประชุมวางแผนหลายครั้ง เพื่อที่จะใช้กำลังต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน หากมีการนำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดพื้นที่วัดพระธรรมกายอันเป็นการสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด (ต่อสู้ขัดขวาง เจ้าพนักงาน) จึงขอศาลอาญา รัชดาออกหมายจับ กระทั่งศาลออกหมายผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ได้แก่

1. นายธีรชัย อุตรวิเชียร อายุ 54 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหา ตามหมายจับเลขที่ 719/60 ลง 21 มีนาคม 2560 ความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครองครองไม่ได้รับอนุญาต, มีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง และมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และหมายจับเลขที่ 743/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

2. นายประเทือง อ่อนละมูล อายุ 57 ปี ชาวจ.อ่างทอง ตามหมายจับเลขที่ 718/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจ ออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มี ใช้วิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากร และหมายจับเลขที่ 744/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

3. นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 61 ปี ชาว จ.สกลนคร ตามหมายจับเลขที่ 745/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

4. นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 55 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ตามหมายจับเลขที่ 722/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองและหมายจับเลขที่ 746/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

5. นางเอมอร วัดแก้ว อายุ 43 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ตามหมายจับเลขที่ 720/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครองครองไม่ได้รับอนุญาต, มีวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง และมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

6. นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ชาวจ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับเลขที่ 721/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และหมายจับเลขที่ 748/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

7. จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 56 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ตามหมายจับเลขที่ 749/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

8. ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี ชาวจ.สุรินทร์ ตามหมายจับเลขที่ 750/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร และ หมายจับเลขที่ 10/2560 ลง 17 มี.ค.2560 ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตามม.112 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ออกโดยศาลทหาร กรุงเทพ)

9. นายบุญส่ง คชประดิษฐ์ อายุ 54 ปี ชาวจ.สระบุรี ตาม หมายจับเลขที่ 717/60 ลง 21 มี.ค.2560 ความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมายจับเลขที่ 754/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

10. นายวุฒิพงศ์ หรือโกตี๋ กรธรรมคุณ อายุ 48 ปี ชาวจ.ปทุมธานี (อยู่ระหว่างหลบหนี) ตามหมายจับเลขที่ 739/60 ลง 22 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

11. น.ส.บุญเต็ม รักษาภายใน อายุ 54 ปี ชาวจ.อุดรธานี (อยู่ระหว่างหลบหนี) ตามหมายจับเลขที่ 751/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

12. นายสมจิตร สาบุดดา อายุ 64 ปี ชาว จ.เลย (อยู่ระหว่างหลบหนี) ตาม หมายจับเลขที่ 752/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

13. นายวันลพ รัตน์รุ่ง อายุ 45 ปี ชาวจ.เชียงราย (อยู่ระหว่างหลบหนี) ตามหมายจับเลขที่ 753/60 ลง 23 มี.ค.2560 ความผิดฐาน ซ่องโจร

พล.ต.ต.ชยพล กล่าวต่อว่า วันนี้ทหารได้นำตัวผู้ต้องหา 9 รายมามอบให้พนักงานสอบสวน บก.ป. โดยมีแพทย์ รพ.ตร. ตรวจร่างกาย พร้อมทั้งแสดงหมายจับ และแจ้งข้อหาตามขั้นตอน เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าไม่มีความผิดปกติ และไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

ด้านนายธีรชัย หนึ่งในผู้ต้องหา กล่าวว่า ได้เข้ามาทำงานกับนายโกตี๋ เมื่อประมาณปี 2556 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานช่าง ดูแลวิทยุ อุปกรณ์เครื่องเสียงที่ใช้ในการออกอากาศสถานีวิทยุคนเสื้อแดง เรดการ์ดเรดิโอ เท่านั้น ส่วนอาวุธปืนของกลางทั้งหมด เป็นอาวุธปืนที่นายโกตี๋ รับบริจาคเงินจากชาวบ้านแล้วนำไปซื้อมา ซึ่งตนไม่ทราบว่า นายโกตี๋ ไปซื้อมาจากที่ไหน อย่างไรก็ดี เท่าที่ทราบอาวุธปืนเหล่านี้ เคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุเพียง 2 ครั้ง คือกรณีการชุมนุมที่เวทีอนุสรณ์สถาน ดอนเมือง เพื่อใช้สำหรับป้องกันเหตุ และบริเวณแยกหลักสี่ ในระหว่างที่มีการปะทะกับกลุ่ม กปปส.ซึ่งมีพระพุทธอิสระ เป็นแกนนำเวทีดังกล่าว

อย่างไรก็ตามภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้กระทำการรัฐประหาร นายโกตี๋ ก็กำชับกับตนให้นำอาวุธปืนและอุปกรณ์ทุกอย่างที่สถานีวิทยุคนเสื้อแดง เรดการ์ดเรดิโอ จ.ปทุมธานี มาเก็บไว้ที่บ้านของตน พร้อมทั้งให้ดูแลรักษาไว้อย่างดี โดยหลังจากนั้นก็ไม่เคยนำอาวุธปืนทั้งหมดออกมาใช้แต่อย่างใด

นายธีรชัย กล่าวอีกว่า เคยเดินทางไปพบกับนายโกตี๋ ที่ประเทศลาว ประมาณ 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด เดินทางไปเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งในเรื่องที่เคยพูดคุยกันนั้นเป็นการสอบถามว่าจะมีแนวทางที่จะต่อต้านรัฐบาลอย่างไร ซึ่งนายโกตี๋ ได้บอกกับตนว่า มีผู้ใหญ่ระบุว่ามีอาวุธอยู่ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ แต่นายโกตี๋ ก็ไม่เคยเห็นอาวุธในตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว ส่วนผู้ใหญ่ที่นายโกตี๋ กล่าวอ้างนั้น น่าจะเป็นอดีต รมต.รายหนึ่ง ซึ่งตนเคยพูดคุยทางโทรศัพท์

“ผมยืนยันว่าทุกครั้งที่ไปพบกับนายโกตี๋ นั้น ไม่ได้มีคำสั่งให้กลับมาก่อเหตุความวุ่นวายใดๆ และเชื่อว่าลำพังนายโกตี๋ ก็ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อเหตุอะไรได้ ส่วนกรณีการขู่ลอบสังหารผู้นำประเทศนั้น มีการขู่จริง” นายธีรชัย กล่าวและว่า ตนทราบดีว่าการที่มีอาวุธปืนอยู่ในความครอบครองนั้นผิดกฎหมาย แต่เนื่องจากนายโกตี๋ กับตนเป็นเพื่อนกัน และนายโกตี๋ ก็กำชับกับตนว่าให้เก็บอาวุธปืนไว้ จึงไม่ได้มอบให้กับทางการตั้งแต่ช่วงที่ คสช.มีคำสั่งออกมา

ด้าน นายวันไชยชนะ กล่าวว่า ในส่วนของอาวุธปืนที่อยู่ในความครอบครองของตนนั้นเป็นปืนบีบีกัน ส่วนอาวุธปืนสั้นและปืนยาว 2 กระบอกนั้นเป็นของภรรยาตนซึ่งมีทะเบียนครอบครองถูกต้อง โดยตนมีบ้านพักอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่จะเดินทางมาหานายธีรชัย เพื่อพูดคุยหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการเมือง และมีการแนะนำตัวกับกลุ่มคนที่มีความคิดเห็นคล้ายกัน แต่ในวงสนทนาที่ผ่านมา ไม่เคยพูดคุยกันเกี่ยวกับการเข้าไปสร้างความวุ่นวายกรณีใดๆ รวมทั้งกรณีของวัดพระธรรมกาย ที่มีการต่อต้านเจ้าหน้าที่ และแนวทางของตนก็ไม่นิยมความรุนแรง ส่วนที่เคยเห็นตนปรากฏตัวที่หน้าวัดพระธรรมกาย ก็เป็นเพียงการติดรถของคนที่รู้จักกันเพื่อเดินทางกลับ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปในวัดพระธรรมกาย รวมทั้งไม่เคยร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมกับนายโกตี๋ เพราะไม่รู้จักและไม่เคยเจอกัน สำหรับข้อกล่าวหาต่างๆ นั้น หากส่วนใดที่ตนทำผิดก็ยอมรับ แต่ส่วนใดที่ตนไม่เกี่ยวข้องก็จะปฏิเสธทั้งหมด

ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการจับกุมอาวุธปืนในครั้งนี้ รวมทั้งไม่เคยเคลื่อนไหวด้วยการใช้ความรุนแรง เนื่องจากแนวคิดของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในกลุ่มของพวกตนนั้น จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกันในประเด็นการเมือง ซึ่งพวกตนยอมรับความเห็นที่หลากหลาย

อย่างไรก็ดี หลังจาก ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นเรื่องอาวุธปืนนั้นทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ชี้แจงถึงข้อกล่าวหาทันที ว่าทาง ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืนแต่อย่างใด โดยข้อหาที่ถูกออกหมายจับนั้นเป็นความผิดฐานซ่องโจร และความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งในส่วนของว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์นั้น หลังจากแจ้งข้อหาและทำประวัติแล้ว จะนำส่งฝากขังที่ศาลทหารต่อไป เนื่องจากหมายจับเป็นของศาลทหาร

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบ นำตัว 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายโกตี๋ ขึ้นรถตู้ 3 คันมาส่งที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) โดยเมื่อนำผู้ต้องหาทั้งหมดลงจากรถตู้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำตัวทั้งหมดเข้าไปในอาคารทันที โดยไม่มีการเปิดเผยใดๆ

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นพบว่ามีอาวุธปืน 1 กระบอก ที่ตรงกับบัญชีทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายหายไปเมื่อปี 2553 ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 และเป็นสำนวนคดีที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้น ในวันนี้จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ดีเอสไอ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีก่อการร้ายในกลุ่มผู้ต้องหาที่กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของเจ้าหน้าที่ทหารนั้น เป็นผู้เดินทางไปรับมอบสำนวน พร้อมผู้ต้องหาทั้ง 9 คน จากกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำตัวมาควบคุมที่ดีเอสไอและทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรับมอบตีวผู้ต้องหาทั้งหมดจากตำรวจกองปราบแล้วจะทำการสอบสวนเพิ่มเติม และเตรียมส่งฝากขังศาลอาญารัชดาก่อนเที่ยง ของวันที่ 25 มี.ค.นี้

“ศรีวราห์" แถลงผลสอบ 9 ผู้ต้องหาแก๊ง “โกตี๋” เผยลูกน้องรับอาวุธทั้งหมดนำเงินบริจาคมาซื้อ อ้างใช้งาน 2 ครั้ง ที่เวทีอนุสรณ์สถานดอนเมือง และสี่แยกหลักสี่ แถมเคยได้ยินลูกพี่คุยกับอดีตนักการเมืองซุกคลังแสงใช้ต่อต้านรัฐบาล 24 มี.ค. 2560 18:06 ไทยรัฐ