วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชอรี่ สามโคก บุกปอท.จับคนนำรูปไปอ้างขายสบู่-ส่ออนาจาร (ชมคลิป)

เชอรี่ สามโคก บุกปอท.จับคนนำรูปไปอ้างขายสบู่-ส่ออนาจาร (ชมคลิป)

  • Share:

เชอรี่ สามโคก เข้าแข้งความ ปอท. หลังมีคนใช้เฟซบุ๊กนำรูปตนไปใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ขายสบู่ ยันไม่เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้านี้ รับแอดไลน์ไปหลอกถามคนขาย มีหลักฐานแน่เอาผิดคนทำได้ เช่นชื่อ เลขบัญชีธนาคาร ขัอความไลน์ที่คุย แจงไม่ได้บอกคู่กรณีจะมาแจ้งความ ลั่นอย่าคิดว่าจะรอดไปทำแบบนี้กับใคร...

ทำเอาดาราสาวเซ็กซี่ เชอรี่ ลฎาภา รัชตะอมรโชติ หรือ เชอรี่ สามโคก ปรี๊ดแตกสุดๆ เมื่อมีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กส่ออนาจารว่า "ถ้าพี่จะเลียให้ล้ม น้องก็จะอมให้สะท้าน" ได้นำรูปของเชอรี่ไปใช้เป็นรูปโปรไฟล์และหน้าปกเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นการตั้งชื่อที่ก่อให้เกิดความเสียหายเพื่อขายสินค้า อีกทั้งยังแอบอ้างสินค้าดังกล่าวเชอรี่เป็นพรีเซ็นเตอร์อีกด้วย

และเมื่อเวลา 14.40 น. ของวันที่ 24 มี.ค. 2560 เชอรี่ สามโคก เดินทางมาที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B ชั้น 4 แจ้งวัฒนะ เพื่อมายื่นคำร้องด้วยตนเองพร้อมด้วยผู้ติดตาม และได้เปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าวด้วย

วันนี้มาร้องเรียนกับ ปอท. เรื่องอะไร? "วันนี้มาร้องเรียนผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่งค่ะ ส่วนชื่อเฟซบุ๊กไม่ขอพูดถึงแล้วกัน เพราะชื่อน่าเกลียดมากค่ะ ซึ่งเขาโพสต์รูปเราตลอดเลย มีข้อความโปรโมตสินค้า รูปที่เขาใช้โปรโมตเนี่ยเป็นรูปที่เชอรี่ลงในแฟนเพจตัวเองหรือในอินสตาแกรม รูปงานอื่นๆ รูปส่วนตัว

ซึ่งทุกรูปเขาก็จะขึ้นข้อความประมาณว่าขายของแต่ไม่มีคนซื้อเลย เป็นเหมือนว่าเราโพสต์เอง หรือให้ใช้สบู่ตัวนี้ ของมีขายค่ะ แล้วให้อินบ็อกซ์ติดต่อเข้ามา แล้วขึ้นไลน์ติดต่อไว้ค่ะ เชอรี่ได้ไปดูข้อมูลว่าเขาใช้อะไรยังไงบ้าง อย่างในเฟซบุ๊กก็ขึ้นว่าเชอรี่ เสร็จแล้วเชอรี่ได้เอาไลน์แกล้งทำเป็นติดต่อเขาไปจะซื้อสินค้าเขา

แล้วสอบถามเขาว่าซื้อสินค้าราคาเท่าไหร่ยังไง ใช้รูปพี่เชอรี่ สามโคก เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์เหรอ เขาก็บอกว่าใช่ ซึ่งเชอรี่ไม่เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าชนิดนี้นะคะ แล้วจากไลน์ที่เขาขึ้นโปรโมตขายของเราก็ได้แอดเขาไปและมีการคุย จนรู้ถึงเลขบัญชี ชื่อ-นามสกุลเขาแล้ว วันนี้ก็จะเอาหลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมเองมาแจ้งทาง ปอท."

ไม่พูดมาก แต่แจ้งความไว้เรียบร้อยละจ้า

เราทราบเรื่องนี้มาจากไหน? "ทราบเรื่องจากทางเพจที่เป็นแฟนคลับอินบ็อกซ์เข้ามา พอเขาไปเจอก็มาบอกเรา ซึ่งหลายๆ ครั้งก็มีการมาบอก ไม่ว่าจะเป็นการเอารูปเราไปทำกรุ๊ปไลน์ลามกอนาจารหลายครั้งมากแล้ว เชอรี่เลือกที่จะแจ้งเตือนบ้าง หรือกดรีพอร์ตในเฟซบุ๊กบ้าง

แต่มันก็เหมือนว่าพอมีกรณีนี้ก็มีกรณีอื่นขึ้นมา แล้วอย่างกรณีล่าสุดนอกจากทำให้เสื่อมเสียแล้ว ยังเอารูปเราไปใช้เพื่อการพาณิชย์ เชอรี่ก็เลยรู้สึกว่าต้องออกมาทำอะไรบ้างค่ะ"

มีอินบ็อกซ์ไปคุยกับเขาไหม? "ไม่อินบ็อกซ์เลยค่ะ เพราะเชอรี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดหรือเรื่องอุบัติเหตุน่ะ คือเขาเอารูปเราจากพื้นที่ของเราไปใช้มาสักพักนึงแล้ว โพสต์ทุกวันเลย และโพสต์ขายสินค้า มันเป็นความตั้งใจ ซึ่งมันไม่ใช่คนที่ต้องรู้กฎหมายอะไรมาก เอารูปคนอื่นมาขายของเนี่ยมันก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว

ฉะนั้นถ้าเป็นความตั้งใจก็ไม่เป็นไร มาแจ้งตรงนี้ให้เขาได้รับผลทางกฎหมายดีกว่าค่ะ เขาทำอะไรเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าทำถูกหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็ไม่อินบ็อกซ์ ก็คือแจ้งเลยค่ะ"

เราออกมาแบบนี้กลัวเขาจะปิดเฟซบุ๊กหนีไหม? "คือที่เชอรี่มาแจ้งตรงนี้ เรารวบรวมข้อมูลไว้ในระดับนึงแล้ว ชื่อ-นามสกุล ก็รู้หมดแล้ว อย่างตัวเชอรี่เองไม่ว่าจะทำอะไร อาจจะมีบางครั้งที่ทำผิด อย่างคราวที่แล้วในงานมอเตอร์โชว์ที่เราทำผิด สังคมรู้สึกไม่โอเค เราก็ยอมรับผิด

เพราะฉะนั้นกรณีนี้คุณมาละเมิดเรา ไม่ว่าจะเป็นตัวเชอรี่เองหรือดารานักแสดงคนอื่นๆ พริตตี้ หรือคนมีชื่อเสียงอื่นๆ หรือคนธรรมดาทั่วไปที่หน้าตาน่ารักและโดนเอารูปไปใช้ อยากจะออกมาตรงนี้ก็เพื่อจะมาบอกว่าสมัยนี้ไม่ใช่ใครทำอะไรในโลกโซเชียลก็ได้ มีกฎหมายรองรับนะคะ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าทำอะไรละเมิดคนอื่นแล้วจะหลุดรอดไปได้ค่ะ"

ซึ่งหลังจากเข้าแจ้งความแล้ว เชอรี่ สามโคก ก็ได้เผยหลังพบตำรวจว่า ทางตำรวจให้แจ้งเป็นข้อหาหมิ่นประมาทด้วยข้อความ ลั่นไม่ยอมความหากคู่กรณีมาขอไกล่เกลี่ยจะฟ้องแพ่งต่อเรียกค่าเสียหาย อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างเพราะเคยปล่อยมาหลายครั้งแล้ว

หลังจากพบตำรวจแล้วเป็นยังไงบ้าง?
"หลังจากที่ให้ข้อมูลไปก็ยังปักใจเชื่อว่าคนที่เป็นเจ้าของบัญชีอาจจะถูกแฮกบัญชีหรือถูกหลอกมาก็ได้ ก็ตามตรงนี้ก่อนค่อยสืบสวนต่อไป ซึ่งข้อความในเฟซบุ๊กเรียกได้ว่าหมิ่นประมาท เพราะเป็นข้อความลามกอนาจาร และสองเอารูปไปใช้ในเชิงพาณิชย์ด้วย ขั้นตอนต่อไปถ้าจับกุมได้เชอรี่ไม่ยอมความ ก็จะฟ้องทางแพ่งด้วย"

ต่อให้เขามาพบตำรวจแล้ว เราก็ไม่ยอมความ?
"ใช่ค่ะ คนเราจะทำผิดมากน้อยยังไงทุกอย่างก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เขาละเมิดเราก็เหมือนทำนาบนหลังคน คนอื่นขายของไม่เห็นต้องเอารูปใครมา แต่นี่แค่วิธีการโพสต์ขายของตัวเองยังเอารูปของคนอื่นมาใช้ แล้วของของคุณคุณภาพเป็นยังไง หรือคุณเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋นหลอกให้คนโอนเงินซื้อของรึเปล่า

หลายคนมองว่ายังไม่เกิดอะไรขึ้น เรื่องเล็กน้อยเอง แต่ลองคิดดูว่าถ้าปล่อยไปแล้วมีคนไปซื้อของเขาแล้วเกิดอันตราย หรือโอนเงินไปแล้วเขาไม่ส่งของให้จะทำไง ใครจะซวยแล้วโดนก่อน เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมค่ะ"

มั่นใจแค่ไหนว่าทางตำรวจจะหาตัวคนผิดมาให้เราได้?
"ก็มั่นใจระดับนึง เพราะเราพยายามรวบรวมหลักฐานมา ความทุกข์ของคนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เชอรี่มองว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามลำดับค่ะ แต่เราไม่รู้ว่าปลายทางเป็นยังไง แต่ถ้าจับไม่ได้อย่างน้อยก็เป็นการบอกว่าเราไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้ใครทำอะไรก็ได้กับเราในโลกโซเชียลค่ะ

ถ้าเราถูกละเมิดจนเกินไปแล้วปล่อยไปแล้วไงล่ะ จะให้การละเมิดในโซเชียลเป็นเรื่องปกติในสังคมเหรอ อยากให้ใครที่โดนกรณีคล้ายๆ กันมาแจ้งเถอะ อย่างน้อยเราได้ทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเองแล้ว กฎหมายมีอยู่ เจ้าหน้าที่มีอยู่ แต่ถ้าเราไม่มาแจ้งมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเราแจ้ง อย่างน้อยเราก็ทำในส่วนของเราดีที่สุดแล้วค่ะ".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้