วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่แค่ 'ยึกยัก' ถอดหน้ากาก เปรียบความต่าง The Mask Singer ไทย-เกาหลี

ได้รับความนิยมสุดๆ ไปเลย หากไทยรัฐออนไลน์ ไม่นำมาเทียบให้เห็นเป็นต้องเอาต์อย่างแน่นอนสำหรับ King Of Mask Singer มีความแตกต่างกับ The Mask Singer ระหว่างของไทยกับเกาหลีอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความเว่อร์วังอลังการ ของไทยเรานำลิ่วเอาไปกินแบบเห็นๆ ไปเลย

ส่วนประเด็นชนะแล้ว 'ถอดหน้ากาก' เลย หรือ ท่วงเวลา 'ยึกยักถอดหน้ากาก' ไปอีกอาทิตย์หน้า เหมือนประเทศไทยหรือไม่อย่างไรนั้น ด้านล่างนี้เรามีคำตอบ!

อ่านเพิ่ม : เฉลย The Mask Singer! หน้ากากทุเรียน VS หน้ากากอีกา คือ?,  The Mask Singer ฟีเวอร์! 10 ว้าวเขย่าโซเชียล 'หน้ากากนักร้อง' งงเด้

1. กติกาของการแข่งขันระหว่างในไทยและเกาหลี ไม่เหมือนกัน  

สำหรับในประเทศเกาหลี จะแข่งขันรอบละ 8 คน แบ่งเป็น 2 เทป โดยรอบแรกจะจับยืนคู่กัน ร้องเพลง battle กันเลย 4 คู่ คนแพ้ ร้องเพลง 1 เพลง แล้วถอดหน้ากากส่วนของบ้านเราแข่งขันรอบละ 8 คน แบ่งเป็น 2 เทปเช่นกัน และยังมีการแบ่งกลุ่มนักร้องออกเป็น 4 กรุ๊ป คือ กรุ๊ป A B C D ซึ่งในแต่ละเทป การแข่งขันในรอบแรกนี้ ของบ้านเราจะไม่มีช่วง battle กัน ให้ต่างคนต่างร้องเพลงที่เตรียมมา จากนั้นให้คนดูและกรรมการในห้องส่งโหวต ใครแพ้ก็ถอดหน้ากาก 

2. ดวลกันแต่ละกรุ๊ป

ทางฝั่งเกาหลีเขาจะคัดคนชนะเข้ารอบมา 4 คน จับคู่ดวลกันไปเลย แต่รอบนี้ให้ร้องเพลงของตัวเองที่เตรียมมา 1 เพลง คนแพ้ถอดหน้ากาก เฟ้นหาจนได้คนชนะมา 2 คน แข่งรอบสาม แต่บ้านเราจะแบ่งเป็นรอบ Semi final เอาผู้ชนะของแต่ละกรุ๊ป ใน 4 กรุ๊ป ทั้ง A B C D เอามาแข่งหาผู้ชนะอีกครั้ง พอได้ผู้ชนะแล้วก็เอาคนชนะที่ได้มาแข่งรอบที่สาม ในรอบ Final ของแต่ละกรุ๊ปด้วย แยกกันไปจนได้ผู้ชนะเหลือกรุ๊ปละ 1 คน


3. ร้องแพ้ถอดหน้ากาก

ทางฝั่ง King Of Mask Singer ประเทศเกาหลี ถือเป็นรอบที่ 3 โดยจะให้คนที่ชนะมาร้องเพลงคนละ 1 เพลง คนแพ้ถอดหน้ากาก คนชนะได้เป็นผู้ท้าชิง King Of Mask Singer ต่อไป ส่วน The Mask Singer ประเทศไทย เข้าสู่รอบ ‘แชมป์ชนแชมป์’ เอาผู้ชนะจากทั้ง 4 กรุ๊ป มาร้องเพลงแข่งกัน โดยเบรกแรกจะเป็นการร้องเพลงคู่โชว์คนดู ย้ำว่าโชว์เฉยๆ ไม่ได้ battle กัน จากนั้นต่างคนก็จะร้องเพลงที่ตัวเองเตรียมมา 1 เพลง จากนั้นก็ให้คนดูและคณะกรรมการในห้องส่งโหวต ใครชนะเข้ารอบต่อไป ใครแพ้ก็ถอดหน้ากาก

4. พูดคุยคล้ายกัน

ทางฝั่งเกาหลี พอถึงรอบที่สาม จะมีผู้ชนะผ่านเข้ารอบมา 2 คน มาแข่งกันร้องคนละเพลง พูดคุยกันแสดงความสามารถ ประกาศผลคนแพ้ถอดหน้ากาก ส่วนคนชนะก็ไปแข่งกับคิงส์ ส่วน The Mask Singer ประเทศไทย พอเข้ามาถึงแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ก็เป็นนักร้องคู่ประวัติศาสตร์ที่เราเพิ่งได้ชมกันไปอย่าง หน้ากากทุเรียนและหน้ากากอีกาดำ โดยมีการร้องเพลงคู่ด้วยกัน 1 เพลง และจากนั้นก็จะร้องเพลงที่ตัวเองเตรียมมาอีกคนละ 1 เพลง จากนั้นก็ตัดสินผลแพ้ชนะ ด้วยการโหวตจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งผลก็ออกมาว่า หน้ากากทุเรียน ชนะ ส่วนหน้ากากอีกาดำก็ต้องถอดหน้ากากไปตามระเบียบ

5. เกาหลีไม่ให้ถาม แต่ไทยเน้นสนุก

สำหรับในช่วง Talk ของรายการ King Of Mask Singer ประเทศเกาหลี มีข้อมูลจากโซเชียลระบุว่า ทางเกาหลีเขาให้หน้ากากนักร้องพูดน้อยมาก ส่วนประเทศไทยถามได้ทุกเรื่อง เน้นเฮฮา สนุกสนาน ซึ่งก็เป็นที่ชื่นชอบของคนดู อีกอย่างคือ รายการของบ้านเราทำ Production ดีกว่า อลังการกว่า เต็มอิ่มมากกว่า และก็มีดราม่าค่อนข้างเยอะกว่า

6. รู้ผลเกาหลีไม่ถอดหน้ากาก

หลังจากรู้ผลแพ้ชนะแล้ว ผู้แพ้ต้องถอดหน้ากาก แต่ผู้ชนะนั้น สำหรับ King Of Mask Singer ประเทศเกาหลี จะไม่ให้เปิดหน้ากากเลย ไปจนกว่าจะมีผู้มาโค่นคิงส์ลงได้ ส่วนในประเทศไทย คืนก่อนนี้ผู้ชนะอย่างหน้ากากทุเรียน ก็ไม่มีการเปิดเผยหน้าตาของนักร้องที่แท้จริงเช่นกัน แต่ในสัปดาห์หน้าอาจจะถอดหน้ากากให้เห็นกันทั่วประเทศก็เป็นได้

7. คอสตูมไทยชนะขาด

จะเห็นได้ว่าคอสตูมของเกาหลีไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ใส่ชุดธรรมดาแล้วก็สวมหน้ากากการ์ตูนบังหน้า ผิดกับคอสตูมไทยถือว่าโดดเด่นกว่าต้นฉบับหลายขุม อันนี้เป็นสิ่งที่แตกต่างและน่าชื่นชม รวมทั้งแสงสีเสียงสุดอลังการ

อย่างไรก็ตามจากกระแสดราม่านั้น พบว่ารายการ The Mask Singer เป็นรายการที่ดัง และผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ไม่แปลกที่จะมีกระแสดราม่าเกิดขึ้นต่างๆ นานา ไปจนถึงระบบล่ม เพราะต่างคนต่างความคิดกันนั่นเอง.

ได้รับความนิยมสุดๆ ไปเลย หากไทยรัฐออนไลน์ ไม่นำมาเทียบให้เห็นเป็นต้องเอาต์อย่างแน่นอนสำหรับ King Of Mask Singer มีความแตกต่างกับ The Mask Singer ระหว่างของไทยกับเกาหลีอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ความเว่อร์วังอลังการ ของไทยเรานำลิ่ว... 24 มี.ค. 2560 15:29 24 มี.ค. 2560 17:05 ไทยรัฐ