วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาญชัย โชว์คำให้การ อธิบดีกรมสรรพากร มัด ปมภาษีหุ้นชินคอร์ป

"ชาญชัย" มัด "อธิบดีกรมสรรพากร" ปมภาษีหุ้นชินฯ ยกคำให้การต่อศาลภาษี ตอนเป็นโจทย์ช่วยโอ๊ค-เอม อ้าง คำพิพากษา 3 ศาล-ศาลนักการเมือง-ศาลภาษี-ศาลอาญา

วันที่ 24 มี.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเปิดหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า กรมสรรพากรรับทราบมาโดยตลอดว่า สามารถออกหมายเรียกฉบับใหม่ในกรณีภาษีหุ้นชินคอร์ปของ นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาทได้ ในกรณีที่หมายเดิมยังไม่ครอบคลุม โดยนำเอาคำให้การของ นายประสงค์ พูนธเรศ อธิบดีกรมสรรพากร คนปัจจุบัน ที่เคยไปให้การไว้ในการพิจารณาคดีของศาลภาษีอากรกลาง ที่มีคำพิพากษาในปี 2553 ว่า ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากบุคคลทั้องสองได้เนื่องจากไม่ใช่เจ้าของหุ้นตัวจริงตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ระบุว่า เจ้าของหุ้นตัวจริง คือ นายทักษิณ ชินวัตร

"ทั้งนี้ อธิบดีกรมสรรพากรคนปัจจุบัน เคยไปให้การต่อศาลภาษีอากรกลางไว้ในฐานะเป็นพยานของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ว่า ในการออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีนั้น ถ้าการออกหมายเรียกเดิมยังไม่ครอบคลุมทุกประเด็นที่จะต้องตรวจสอบ ก็สามารถยกเลิกหมายเรียกเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่จะทำการตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การเสียภาษีตามแหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร นั้นนอกจากจะระบุถึงเงินได้เนื่องจากหน้าที่งาน หรือ กิจการที่ทำให้ประเทศไทยด้วย และกรณีแหล่งเงินได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ก็รวมถึงเงินได้ที่เกิดจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศด้วย ตามมาตรา 41 วรรคสองในส่วนของหุ้นบริษัทชินคอร์ปเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย

กรณีทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศแต่มีการทำสัญญาซื้อขายกันในต่างประเทศนั้นถือว่า เป็นเงินได้ จากการซื้อขายทรัพย์สินดังกล่าวเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศ ซึ่งข้อความเหล่านี้ล้วนเป็นคำพูดของ นายประสงค์ ที่เคยให้การไว้ต่อศาลภาษีอากรกลาง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2553 ทั้งสิ้น" นายชาญชัย กล่าว

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า กรมสรรพากรรู้ตลอดเวลาว่า สามารถออกหมายเรียกใหม่ได้ ซึ่งหากมีการดำเนินการทันทีหลังศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาก็จะไม่เกิดปัญหาที่มาถกเถียงกันว่า ออกหมายเรียกนายทักษิณ ไม่ได้เพราะหมดอายุความไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเรียกเก็บภาษีก้อนนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนที่ฝ่ายนายทักษิณ ออกมาอ้างว่า ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีได้เพราะเป็นเงินก้อนเดียวกับที่ถูกศาลฎีกาฯยึดทรัพย์นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ระบุชัดเจนว่า ในหน้า 100 ว่า การเรียกเก็บเงินภาษีตามประมวลรัษฎากรจากการขายหุ้นนั้น ต้องเก็บแยกจากกรณีการยึดอายัดทรัพย์ เพราะถือเป็นคนละส่วนกัน และยังมีคำพิพากษาศาลอาญาที่ตัดสินจำคุก นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง ขณะดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากรและพวกรวม 4 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีคำวินิจฉัยเอื้อประโยชน์ให้กับนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ว่า ไม่ต้องชำระภาษีจากการซื้อหุ้นชินคอร์ปในราคา 1 บาท จากแอมเพิลริชแล้วไปขายให้กับเทมาเส็กในราคา 49.25 บาท ตามราคาตลาดหลักทรัพย์ ทั้งๆ ที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 61 ประมวลรัษฎากร

"ชาญชัย" มัด "อธิบดีกรมสรรพากร" ปมภาษีหุ้นชินฯ ยกคำให้การต่อศาลภาษี ตอนเป็นโจทย์ช่วยโอ๊ค-เอม อ้าง คำพิพากษา 3 ศาล-ศาลนักการเมือง-ศาลภาษี-ศาลอาญา 24 มี.ค. 2560 12:52 ไทยรัฐ