วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลำดับเหตุการณ์ อังกฤษช็อก!โจมตีเวสต์มินสเตอร์สุดสะพรึง แรงสุดในรอบ12ปี

ในที่สุด ชาวกรุงลอนดอน ก็ต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญ ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 12 ปีของอังกฤษ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5ศพ บาดเจ็บนับ 40 ราย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนร้ายจะเลือกลงมือก่อเหตุ ตรงกับวันครบ 1 ปี ของการเกิดเหตุวินาศกรรมวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงเบลเยียม ดับ 32 ราย และมือระเบิดฆ่าตัวตาย 3 ราย บาดเจ็บ 300 คนพอดี!!

ตอกย้ำ ‘ก่อการร้ายไม่มีวันตาย’ ให้ชาวโลกได้เห็นกันอีกครั้ง เพราะถึงแม้รัฐบาลในสหรัฐฯ และยุโรป จะพยายามสกัดขัดขวางแผนการก่อการร้ายอย่างเข้มงวดจริงจังเพียงใดก็ตาม แต่ดูเหมือนมิอาจจะหยุดยั้งให้หมดสิ้นลงไปได้เลย

ที่น่าสะพรึงกลัวคือ รูปแบบใหม่ที่คนร้ายนำมาลงมือก่อเหตุโจมตีใจกลางกรุงลอนดอน ด้วยการขับรถพุ่งชนคนนั้น กำลังเป็น ‘เทรนด์’ ใหม่ที่ผู้ก่อการร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุในระยะหลังๆ อีกด้วย เนื่องจากเป็นรูปแบบการก่อการร้าย ที่ยากต่อการสกัดกั้น ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรู้ว่าผู้คนที่ขับรถยนต์แล่นไปมาบนท้องถนนอยู่นั้น จะมีคันไหนบ้างที่มีแผนร้ายกำลังจะลงมือก่อเหตุขับชนผู้คนเคราะห์ร้ายที่เดินอยู่ริมถนนจนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว

*ลำดับเหตุการณ์โจมตีเวสต์มินสเตอร์

-เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อฮุนได สีเทา ได้วิ่งมาบนสะพานเวสต์มินสเตอร์ (Westminster) ด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าไปทางรัฐสภา คนขับได้ลงมือก่อเหตุ ขับชนคนบนสะพาน มีผู้บาดเจ็บ 6-7 คน

-ต่อมา รถคันดังกล่าวได้ขับไปพุ่งชนรั้วเหล็กบริเวณทางเข้ากลุ่มอาคารรัฐสภา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ยินเสียงปืน และสัญญาณเตือนภัยของรัฐสภา

-ตำรวจ และรถพยาบาล ถึงที่เกิดเหตุพร้อมปิดพื้นที่ในเวลา 14.40 น. โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า ชายที่ก่อเหตุคาดว่าอายุประมาณ 40 ปี ผิวคล้ำ มีหนวดเครา ถือมีดยาว 8 นิ้ว พยายามบุกเข้าภายในรัฐสภา


* เผชิญหน้าตำรวจรักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภา

-ช่วงนาทีระทึกยังไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น เพราะคนร้ายได้ถือมีดยาววิ่งเข้ามาภายในบริเวณอาคารรัฐสภา และเผชิญหน้ากับพลตำรวจ คีท พัลเมอร์ อายุ 48 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยที่อาคารรัฐสภา ซึ่งขณะนั้นไม่มีอาวุธปืน คู่กาย จึงทำให้ พลตำรวจพาล์มเมอร์ ได้ถูกชายคนร้ายใช้มีดแทงอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจะเสียชีวิตเวลาต่อมา

ขณะที่ นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลีย์ ส.ส.พรรคอนุรักษนิยม กล่าวด้วยความเสียใจหลังทราบข่าวร้ายว่า เขารู้สึกใจสลาย เพราะเท่าที่เขารู้จักพลตำรวจคีท พาล์มเมอร์ มานานถึง 25 ปี พลตำรวจพาล์มเมอร์ เป็น ‘ผู้ชายที่น่ารัก’ เนื่องจากก่อนหน้าที่พาล์มเมอร์จะมารับราชการเป็นตำรวจนั้น เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อนที่กองพันทหารปืนใหญ่

* คนร้ายโดนตำรวจวิสามัญ ยิงดับในที่เกิดเหตุ

ท่ามกลางช่วงนาทีสะเทือนขวัญ ในที่สุด ผู้ก่อเหตุได้ถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธประจำรัฐสภายิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนต่อมา ทางการอังกฤษได้เปิดเผยคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุว่า ชื่อ นาย คาลิด มาซูด อายุ 52 ปี เกิดที่มณฑลเคนต์  ขณะที่ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีกรุงลอนดอน มีจำนวน 4 ราย (รวม จนท.ตร.1 นาย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย) บาดเจ็บ 40 คน ในจำนวนนี้ 29 คน ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และมีอาการสาหัส 7 คน

* ส.ส.กำลังประชุมสภา โดนล็อกอยู่ข้างใน นานกว่า 4 ชม.

ขณะเกิดเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกำลังมีการประชุมสภาสามัญ หรือสภาล่าง (House of Commons) อยู่พอดี โดยมีนางเธเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรี อยู่ในรัฐสภาด้วย จากเหตุก่อการร้ายที่ด้านนอกอาคารรัฐสภา ทำให้บรรดา ส.ส.ต้องอยู่ภายในอาคารรัฐสภานานกว่า 4 ชั่วโมง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเมย์ได้ถูกเจ้าหน้าที่รีบพาออกจากอาคารรัฐสภา

นอกจากนั้น มีประชาชนนับ 1,000 คน ต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนย้ายอพยพให้ไปอยู่ในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ สถานีรถไฟใต้ดินเวสต์มินสเตอร์ปิดให้บริการทันที

*ยูเค คุมเข้มมาตรการป้องกันก่อการร้าย

หลังเกิดเหตุโจมตีเวสต์มินสเตอร์ ทำให้ หน่วยงานความมั่นคงสหราชอาณาจักร(ยูเค) ประกาศว่าเป็น "เหตุก่อการร้าย" แต่จะยังคงระดับการเตือนภัย ระดับร้ายแรง "Severe" (ระดับ 4 จาก 5) ปิดพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบ, เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธตรวจตราพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ ย่านชุมชน สถานีขนส่งสาธารณะ สถานที่สัญลักษณ์ของสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ

*ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเร่งไล่ล่าผู้ต้องสงสัย

จากการเปิดเผยของมาร์ก โรว์ลีย์ รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายของอังกฤษเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายร้อยนายของอังกฤษได้ทำงานกันตลอดทั้งคืน ในการบุกจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัยในสถานที่ต่างๆ ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงลอนดอน, เบอร์มิงแฮม และเมืองอื่นๆ ของประเทศ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 8 คน เพื่อนำตัวมาสอบปากคำว่ารู้เห็นกับการลงมือก่อเหตุของชายคนร้ายหรือไม่

*นายกฯอังกฤษประณามลั่น ระบุคนร้ายก่อเหตุคนเดียว เกิดในอังกฤษ

ด้านนายกรัฐมนตรีเธเรซา เมย์ ได้กล่าวประณามอย่างรุนแรงต่อการก่อการร้ายโจมตีใจกลางกรุงลอนดอน ว่าแสดงให้เห็นถึง ‘ความเจ็บป่วยและต่ำช้า’ พร้อมกันชี้ว่าความพยายามใดๆ ที่พยายามจะเอาชนะคุณค่าของสหราชอาณาจักรจะต้องพบกับความปราชัย โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษยังแสดงความไว้อาลัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิต

พร้อมกันนั้น นายกฯอังกฤษยัง ระบุ คนร้ายก่อเหตุคนเดียวและเกิดในอังกฤษ แต่เชื่อว่าจะไม่มีการโจมตีขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก โดยนายกฯหญิงยังกล่าวว่า เอ็มไอ 5 หน่วยข่าวกรองอังกฤษ เคยตรวจสอบผู้ก่อเหตุมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่เขาไม่ได้ถูกจับตามองจากหน่วยข่าวกรองในปัจจุบัน ส่วนระดับการคุกคามสหราชอาณาจักรถูกกำหนดไว้ในขั้นรุนแรง และจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดเหตุโจมตีกรุงลอนดอน

*สถานทูตไทยในลอนดอน แจ้งเตือนติดตามข่าวสารใกล้ชิด

เมื่อ 23 มี.ค. สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ประกาศแจ้งเตือนขอให้ผู้ที่อยู่ในกรุงลอนดอนติดตามข่าวสารของทางการสหราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ Parliament Square, Whitehall, Westminster & Lambeth Bridge, Victoria Street จนถึงแยกที่ตัดกับ Broadway & Victoria Embankment และสถานี Westminster

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน แจ้งว่า ในชั้นนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ หรือผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนจะติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และหากพบเห็นความผิดปกติหรือเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล สามารถแจ้งเบาะแสไปที่ตำรวจหรือหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของสหราชอาณาจักรได้ที่โทร. 999 หรือ 0800 789 321 หรือที่เว็บไซต์ https://www.gov.uk/report-suspicious-activity-to-mi5

ในที่สุด ชาวกรุงลอนดอน ก็ต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญ ที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 12 ปีของอังกฤษ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บนับ 40 ราย เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 23 มี.ค. 2560 19:04