วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บขส. เพิ่มรถ 7 พันเที่ยวรับมือคนกลับสงกรานต์ วางแผนแก้รถติดรอบขนส่ง

บขส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงสงกรานต์ สั่งคุมเข้มความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ ทั้งการรัดเข็มขัดนิรภัย การติดตั้ง GPS งดจำหน่าย-ดื่มแอลกอฮอล์บนรถ และภายในสถานีทุกแห่ง ตามนโยบาย คสช.

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวภายหลังประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถ วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ปี 2560 ร่วมกับหน่วยงานด้านการจราจร ด้านขนส่ง และด้านความปลอดภัย ว่า บขส.ได้จัดเตรียมแผนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกัน 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 13–17 เม.ย. โดย บขส. ได้จัดเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส.,รถร่วม,รถตู้) เพื่อรองรับประชาชนทั้งเที่ยวไป-กลับ จากปกติวันละ 5,986 เที่ยว เพิ่มเที่ยววิ่งเสริมประมาณ 1,316 เที่ยว/วัน รวมเที่ยววิ่งประมาณ 7,302 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 168,641 คน/วัน

ทั้งนี้ บขส. ได้จัดแผนเพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด บริเวณโดยรอบ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ดังนี้ 1.ผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เฉพาะรถโดยสาร ป.1 และรถวีไอพีของ บขส. เส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ให้ไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก โดย บขส. ได้จัดรถตู้ไว้ให้บริการรับ–ส่งฟรี บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) 2.ผู้โดยสารที่ไม่ได้จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ให้ติดต่อซื้อตั๋วโดยสาร และขึ้นรถโดยสารที่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 ตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเที่ยวสุดท้ายของการเดินรถ

รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า ตามที่ คสช. ใช้ ม.44 เพิ่มมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยขณะอยู่บนรถ โดยตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2560 เป็นต้นไป บขส.จะออกใบบรรจุเที่ยววิ่งให้เฉพาะรถตู้โดยสารที่ติดตั้ง GPS เท่านั้น โดยรถที่ไม่ติดตั้งระบบ GPS ถือเป็นรถที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี บขส. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจรถโดยสาร และตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้กับพนักงานขับรถ บนทางหลวงสายหลัก พร้อมกำหนดให้รถสายยาวที่ใช้เวลาในการเดินทาง เกินกว่า 4 ชั่วโมง ต้องจัดพนักงานขับรถ จำนวน 2 คน และควบคุมไม่ให้ขับรถโดยสารด้วยความเร็ว เกินกว่า 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมทั้งติดป้ายห้ามดื่มแอลกอฮอล์บนรถโดยสารทุกคัน และภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยในการเดินทางสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง