วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 ผัวเมียกร่าง โมโหโดนต่อว่าแซงคิวกดเงิน รุมยำหนุ่มต่อหน้าลูกตัวเอง (คลิป)

เครดิตภาพ : Arm Angoon

แชร์ว่อนโลกโซเชียล คู่ผัว-เมียรุมทำร้ายหนุ่มคู่กรณีต่อหน้าลูกตัวเอง แถมยังใช้เท้าถีบประตูรถ-กระจกมองข้างหัก หลังโดนต่อว่าเรื่องแซงคิวกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เบื้องต้นตำรวจยังไม่ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ มีแต่ จยย.ที่จอดทิ้งไว้ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของใคร

จากกรณีได้มีเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ Arm Angoon ได้โพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ที่ชาวบ้านช่วยกันถ่ายไว้ได้ ขณะคู่ผัว-เมียคู่หนึ่ง ที่ฝ่ายหญิงใส่เสื้อสีดำ และฝ่ายชายใส่เสื้อสีขาว เข้าไปชกต่อยเจ้าของเฟซบุ๊กคู่กรณี ต่อหน้าลูกของตนเอง และยังใช้เท้าถีบประตูรถจนได้รับความเสียหาย พร้อมระบุข้อความ “กูแค่จะลงไปถ่ายรูปทะเบียน 5 กศ 2320 กทม. ดรีม ชมพูเอง รถมันโดนล็อกอยู่ป้อมซอยมังกร แจ้งความไว้ปากน้ำแล้วครับ ทำกูซะเยอะเลย กูก็ไม่สู้เมียมึงนะ เฮ้ออออ ใจคนออกมามอบเนอะ คนทำก็เพิ่งออกมาจากข้างในด้วย!!! ใครรู้จักตามให้ทีนะครับ อยู่แถวเอื้ออาทรขจรวิทย์ เมียชื่อฝ้าย ญาติขายข้าวอยู่ในเอื้ออาทรขจรวิทย์” โดยมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา และแชร์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด วันนี้ 23 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดย ร.ต.อ.ศรัณยพัชร์ บุญรังศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ เจ้าของคดี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าร้านมินิบิ๊กซี สาขาเอื้ออาทรขจรวิทย์ ซอยขจรวิทย์ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 22 มี.ค.60 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุนายอังกูร ลิ่มเจริญ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ปรากฏในคลิปได้เดินทางมาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้ว เบื้องต้นขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคน จึงยังไม่สามารถออกหมายเรียกเพื่อเข้ามาสอบปากคำได้

ส่วนอาการของนายอังกูร มีรอยช้ำที่คิ้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายจากใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล เพื่อมาประกอบสำนวนคดี ส่วนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีชมพู ทะเบียน 5 กศ 2320 กรุงเทพมหานคร ที่สองคนผัว-เมียทิ้งไว้ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นของใคร

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อโทรศัพท์เพื่อขอพูดคุยกับนายอังกูรถึงเหตุดังกล่าว โดยนายอังกูรกล่าวว่า ตนทำงานเป็นเซลส์ขายน้ำยาล้างสนิม ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 20.30 น. ตนได้ขับรถยนต์ โตโยต้าวีออส เดินทางออกจากบ้านพักในซอยขจรวิทย์ โดยมีลูกสาววัย 10 ปี และลูกชายอายุ 13 ปี นั่งติดรถไปด้วย ต่อมาหลังจากไปถึงบริเวณหน้าร้านมินิบิ๊กซี ตนจึงได้จอดรถเพื่อไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ระหว่างนั้นได้มีคนยืนกดเงินอยู่ ตนจึงยืนรอต่อคิวเป็นคิวที่ 2 กระทั่งถึงคิวตน ได้มีผู้หญิงสวมเสื้อสีดำ ผมยาว อายุประมาณ 25 ปี ซึ่งยืนอยู่บริเวณหน้าร้านบิ๊กซี ได้เดินเข้ามาแซงคิวและเข้าไปกดเงินแบบหน้าตาเฉย ตนจึงได้พูดกับลูกสาวไปว่า “เราคิวที่ 2 ไม่ใช่เหรอ” จากนั้นหญิงคนดังกล่าวจึงได้หันมามองหน้าตนจนกดเงินเสร็จ และเดินออกไปหาผู้ชายเสื้อสีขาวที่มาด้วยกัน จากนั้นหลังตนกดเงินเสร็จ จึงพาลูกสาวเดินไปขึ้นรถ โดยไม่คิดว่าจะมีเรื่องบานปลาย

นายอังกูร กล่าวต่อว่า จังหวะที่ตนกำลังขับรถวนกลับ หญิงคนดังกล่าวได้ตะโกนบอกตนว่า “มึงเก่งนักเหรอไอ้เฮีย!” ตนจึงได้ลดกระจกลงและบอกไปว่า “เก่งอะไรครับ” หญิงคนดังกล่าวและชายเสื้อขาวที่ปรากฏตามคลิป จึงเดินมาหาตนที่รถ ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะใช้นิ้วจิ้มที่หน้าตนและต่อยที่ใบหน้าไป 4-5 ครั้ง และยังใช้เท้าถีบประตูฝั่งคนขับอีก 2 ครั้งจนประตูบุบเสียหาย นอกจากนั้นยังได้ถีบกระจกมองข้างฝั่งขวาจนหัก จากนั้นตนจึงได้ชี้ไปที่กระจกมองข้างและถามว่า "ใครจะรับผิดชอบ" แต่หญิงคนดังกล่าวกลับบอกว่า “ไม่มีใครรับผิดชอบหรอก ไอ้เฮีย...” เมื่อตนได้ยินเช่นนั้นจึงได้ลงจากรถเพื่อเอาโทรศัพท์ไปถ่ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของหญิงคนดังกล่าว แต่ยังไม่ทันถ่าย ฝ่ายหญิงและชายเสื้อขาวจึงเข้ามาทำร้ายตนต่อหน้าลูกของตนเองตามคลิปที่ปรากฏ

ระหว่างนั้นมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนที่ทั้งสองจะอาศัยช่วงชุลมุนทิ้งรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตนจึงมาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวทั้งสองคนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.