วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นักดำน้ำ Try Dive พา 2 นักท่องเที่ยว เหยียบปะการังเกาะราชาใหญ่

ยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง เพื่อแลกเศษเงิน! สบทช.6 รู้ตัวนักดำน้ำ Try Dive ไร้จิตสำนึก พา 2 นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เหยียบปะการังถ่ายภาพที่อ่าวหลา เกาะราชาแล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Khanchit Klingklip ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำบนเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต และยังเป็นสมาชิกชมรมพัฒนาเกาะราชาใหญ่ ได้โพสต์ภาพใต้น้ำจำนวน 15 ภาพ ซึ่งเป็นภาพขณะที่กลุ่มดำน้ำแบบ Try Dive 3 คน ซึ่งเป็นนักดำน้ำ 1 คน และนักท่องเที่ยว 2 คน กำลังผลัดกันเหยียบย่ำบนปะการังเพื่อถ่ายภาพ พร้อมระบุข้อความอธิบายว่า “วันนี้ที่อ่าวหลา เกาะรายาใหญ่หรือเกาะราชาใหญ่ 21/03/2017 (นทท.เกาหลี) นานแล้วที่ไม่มีใครเอ่ยถึง และนานแล้วที่ไม่มีใครเฝ้าดู วันนี้เลยมีโอกาสได้เข้าไป เรานำเที่ยวและรักษาทรัพยากรแนวปะการัง บอกกล่าวนักท่องเที่ยวกันทุกวัน จนได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวมากมาย จากกลุ่มดำผิวน้ำมันช่างแตกต่างกันยิ่งนัก เมื่อได้เห็นการดำน้ำแบบนี้แบบไร้จิตสำนึกของคนนำพานักท่องเที่ยวบางคน ที่ทำ Try Dive อย่างนี้ ทั้งยืนทั้งเหยียบ สารพัด ทั้งนักท่องเที่ยวและคนนำพา สมควรแล้วหรือที่คิดจะทำอาชีพนี้ คนอื่นๆ เขาช่วยกันรักษาเพื่อการท่องเที่ยวในวันต่อๆ ไป แล้วนี่มันอะไรกัน? คนนำพาเหยียบยืนตั้งท่าถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยว โดยที่นักท่องเที่ยวเองนั้นก็เหยียบยืนบนปะการัง...สมควรแล้วหรือกับการดำน้ำแบบนี้......Seaman Freeman ...กับวันนี้ที่เกาะรายาใหญ่”

จากการสอบถามไปยังผู้โพสต์ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.53 น. วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มดำน้ำแบบ Try Dive กลุ่มนี้เป็นกลุ่มดำน้ำบนเกาะราชา ได้พานักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 2 คน ชาย-หญิง มาดำน้ำบริเวณอ่าวหลา เกาะราชา หรือ เกาะรายา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยจุดที่ลงดำนั้นอยู่นอกแนวทุ่นที่ สบทช.6 มีการกันเขตดำน้ำไว้ ซึ่งผู้โพสต์ได้พบเห็นว่า มีการเหยียบย่ำบนปะการัง จึงถ่ายภาพไว้ ก่อนที่นักท่องเที่ยวเกาหลีที่เป็นผู้หญิงเม้าท์ (หัวออกซิเจน) หลุดจากปากและสำลักน้ำ คนนำดำจึงต้องรีบนำขึ้นจากน้ำ ผู้โพสต์จึงตามขึ้นไปถ่ายภาพไว้

ทั้งนี้ หลังขึ้นมาได้พบกับคนนำนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นคนไทย จึงเข้าไปตักเตือน แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับว่าได้กระทำผิด จึงฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการ เนื่องจากบนเกาะราชานั้นเป็นที่ทราบดีว่า ผู้ประกอบการ ชาวบ้าน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักอนุรักษ์ มีการทำงานเป็นเครือข่ายปกป้องไม่ให้มีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งชมรมอนุรักษ์และป้องกันตนเองเกาะราชาใหญ่ และชมรมพัฒนาเกาะราชาใหญ่ ซึ่งไม่ยอมให้มีการกระทำดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายสุชาติ รัตนเรืองสี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้พูดคุยกับผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดของผู้กระทำความผิด โดยพบว่าเป็นนักดำน้ำฟรีแลนซ์ของร้านแห่งหนึ่งบนเกาะราชา ตามที่พยานบอกเล่า จึงให้เจ้าหน้าที่ไปยังร้านดังกล่าวและแจ้งทางร้านขอเชิญตัวชายคนดังกล่าวมาพบที่สำนักงาน สบทช.6 ซึ่งทางร้านได้ตอบรับ พร้อมแจ้งให้ฟรีแลนซ์คนดังกล่าวเดินทางมาพบตามนัดเพื่อชี้แจง หากสอบสวนเบื้องต้นไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน หากชี้แจงไม่ได้จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและได้นำตัวผู้กระทำความผิดส่งดำเนินคดีที่ สภ.ฉลอง ในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามคำสั่งที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการรังใน 7 พื้นที่ ซึ่งครอบคลุมถึงเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต ตามข้อ 7 ซึ่งระบุว่า “ห้ามเดินเหยียบย่ำปะการัง” ของบัญชีแนบท้ายคำสั่ง โดยผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดกวดขันตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนประกาศของ ทช.มากขึ้น เพื่อยับยั้งการทำลายทรัพยากรทางทะเล เพราะเมื่อตักเตือนไม่ฟังก็ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามอำนาจ

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายเนม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นักดำน้ำที่พานักท่องเที่ยวดังกล่าวไปดำน้ำที่อ่าวหลา เกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้เข้าพบนายสุชาติ เพื่อชี้แจงเหตุผล โดยนายนัฐฐาระบุว่า ตนเองไม่ได้พานักท่องเที่ยวไปเหยียบปะการัง เพียงแต่เข้าไปใกล้ และเหยียบบนพื้นทราย มีบางจุดที่ว่ายผ่านในระยะใกล้ ทำให้มองเหมือนเหยียบ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพถ่ายอย่างละเอียด ทั้งนี้ จากข่าวที่ออกไปทำให้ตนเสียหายอย่างมาก ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ซึ่งตนเองไม่มีความสามารถที่จะไปทำงานอื่น ตนเองยอมรับว่าไม่มีบัตรดำน้ำ โดยเข้ามาทำอาชีพนี้โดยการฝึกจากเพื่อนและไดร์ฟมาสเตอร์ที่รู้จักจนเชี่ยวชาญและมาทำงาน ทราบดีว่าการไม่มีบัตรมันผิด แต่ก็พยายามเก็บเงินเพื่อไปสอบ

นายสุชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นนั้น นายเนม ปฏิเสธไม่ได้กระทำ อีกทั้งจากการตรวจสอบภาพถ่าย ดูจากภาพอย่างละเอียดนั้นก็ยังไม่ค่อยชัดเจน แต่ทางผู้บันทึกภาพคงยืนยันว่า เห็นนายเนมเหยียบปะการังจริง จึงยังสรุปไม่ได้ และนัดอีกครั้งในวันที่ 23 มี.ค. ที่เกาะราชา เพื่อให้ทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ถ่ายภาพและผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์และผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำบนเกาะราชาและบริษัทที่ว่าจ้างมาร่วมหารือลงความเห็น รวมถึงช่วยกันวิเคราะห์ภาพถ่าย เพื่อความเป็นธรรม หากผลหารือทางผู้ถ่ายภาพและกลุ่มอนุรักษ์ยืนยันจะให้ดำเนินคดี ก็ต้องนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง เพื่อแจ้งในความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามคำสั่งที่ 445/2559 เรื่องมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการังใน 7 พื้นที่ ซึ่งครอบคลุมถึงเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต ตามข้อ 7 ซึ่งระบุว่า “ห้ามเดินเหยียบย่ำปะการัง” ของบัญชีแนบท้ายคำสั่ง โดยผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง เพื่อแลกเศษเงิน! สบทช.6 รู้ตัวนักดำน้ำ Try Dive ไร้จิตสำนึก พา 2 นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เหยียบปะการังถ่ายภาพที่อ่าวหลา เกาะราชาแล้ว 23 มี.ค. 2560 13:04 ไทยรัฐ