วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรดไหลย้อนอันตราย โรคท้องผูกก็น่ากลัว

กรดไหลย้อนอันตราย โรคท้องผูกก็น่ากลัว

  • Share:

“โรคกรดไหลย้อน”...กับ... “โรคท้องผูก” หนึ่งในโรคฮอตฮิตปัจจุบัน ยุคสังคมสมัยใหม่ที่ผู้คนต่างเร่งรีบ มีตารางชีวิตผูกติดกับสังคมมากกว่าความสุข...คุณภาพชีวิตของตนเอง

คำถามสำคัญมีว่า เมื่อเป็นแล้ว...มีความน่ากลัว นำไปสู่การเกิดความรุนแรงใดๆขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรได้บ้าง?

นพ.กุลเทพ รัตนโกวิท แพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ คุยให้ฟังว่า อาการกรดไหลย้อน...ถ้าเราไม่รักษาเลย ปล่อยไว้นานๆจริงๆ แล้วก็ปล่อยให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหารเกิดขึ้น เป็นระยะเวลานานประมาณหนึ่ง

รวมถึง...เมื่อเกิด “การอักเสบ” แล้วก็ยังไม่รักษาอีก ปล่อยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไปบ้าง ตรงนี้ก็จะมีความเสี่ยงในการเกิด “มะเร็งหลอดอาหาร” เพิ่มขึ้น

ไม่รู้ว่าจะเรียกเป็นข้อดีได้หรือเปล่า...โซนเอเชียเกิดอุบัติการณ์ลักษณะนี้ค่อนข้างน้อยที่จะเกิดมะเร็งลักษณะนี้ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ส่งผลอย่างแน่นอนก็คือเรื่องของคุณภาพชีวิตประจำวัน...ทานอาหารแล้วมีอาการแสบ มีเรอเปรี้ยว มีแน่นหน้าอก มีอะไรต่างๆขึ้นมาได้

แม้ว่าอุบัติการณ์จะไม่เยอะมาก แต่อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครอยากให้เกิด

คราวนี้ก็เป็นเรื่องของ “โรคท้องผูก” ในระยะยาว สิ่งที่เราๆรู้กันอยู่แล้วก็คือจะมีการฉีกขาดของส่วนปลายบริเวณลำไส้ใหญ่ และก็มีเลือดออกได้ มีเรื่องของริดสีดวง การโป่งพองของลำไส้ตรงส่วนล่าง

หรือว่าเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติไป ซ้ำร้ายไปกว่านั้นถ้ากรณีที่ท้องผูกเยอะ มีประวัติที่ต้องใช้

นิ้วช่วยล้วงอุจจาระออกมาเลยก็อาจจะเกิดแผลในลำไส้ตรงส่วนล่างได้

“และ...เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ไปเกิดแผลแล้วปล่อยแผลไว้เป็นเวลานานๆ อันนั้น...ก็จะไปเกิดในเรื่องของมะเร็งตามมาทีหลัง มะเร็งจะเกิดตามหลังแผลเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแผลหลอดอาหารหรือแผลของทางลำไส้ใหญ่”

อีกเรื่องที่น่าสนใจ “ท้องผูก” ก็เป็นสัญญาณเตือนในเรื่องที่ต้องมาตรวจคัดกรองแล้วว่าเรามีภาวะของมะเร็งซ่อนอยู่หรือเปล่า ลำพังอาการท้องผูก...ถ้าอยู่ดีๆเราไม่เคยท้องผูกเลย อายุ 50 ปีแล้ว...อยู่ๆเดือนนึง ที่ผ่านมาเพิ่งจะท้องผูก อาจจะเป็นตัวบ่งชี้อย่างหนึ่งแล้วว่า “ลำไส้” เรามีการอุดตันตรงไหนไหม มีก้อนเนื้อตรงไหนไปเบียดช่องตรงลำไส้หรือเปล่า ที่ทำให้ขับถ่ายออกมาได้ไม่ดีพอ

ทั้ง “โรคกรดไหลย้อน”...กับ...“โรคท้องผูก” เมื่อเป็นแล้วก็ควรที่จะต้องแก้ให้ตรงจุด นพ.กุลเทพ บอกว่า อาการทั้งสองอย่างเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งในแง่การรักษาที่ไม่ได้มียาหรือการรักษาอันใดอันหนึ่งที่ให้ไปปุ๊บแล้วจะหายเลยทันทีทันใด โดยเฉพาะกรดไหลย้อนทั่วๆไปมีเรื่องพฤติกรรมมาเกี่ยวข้องเยอะมาก

“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ความเครียด หรือว่าไลฟ์สไตล์ต่างๆ ส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อนได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ...ดังนั้นการที่จะไปหยุดสิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้อาการดีขึ้นมาได้”

สมมติว่าเป็นคนที่ปาร์ตี้บ่อย ดื่มบ่อย ก็ทำให้กรดไหลย้อนได้ ถ้าหยุดได้ก็สามารถรักษาให้หายได้ หรือเป็นคนที่ทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด มีกรดปนค่อนข้างเยอะ ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ไม่ว่าจะเป็นส้ม สับปะรด ผักที่มีรสเปรี้ยว...มะนาว มะเขือเทศ ถ้าลดลง...กรดไหลย้อนก็จะลดลงได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ในแง่การรักษาให้ตรงจุด พูดกันตรงๆก็เป็นเรื่องของการปรับพฤติกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเป็น อะไรที่เป็นตัวกระตุ้นแล้วเราไปลดสิ่งเหล่านั้น อาการก็จะลดลงเช่นเดียวกัน

“กรณีลดการทานข้างต้น บางคนอาจจะไม่ทานจะให้ไปลดก็คงไม่ได้ ไม่ได้ช่วยอะไร อาจจะต้องมาดูเป็นรายๆไป...อะไรเป็นสาเหตุ อาจเป็น เรื่องอื่นๆ พฤติกรรมการทานอาหารผิดเวลา ทานอาหารแล้วนอนเลย... ทานอาหารมื้อละมากๆ ทานของมันเยอะๆ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ต้องควบคุม”

นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะต้องใช้ยาลดกรดเข้ามาช่วยรักษาอาการ ท้ายที่สุดเลยถ้ายังไม่หายก็จะเข้าสู่เรื่องของการผ่าตัด

“โรคท้องผูก” ต้องจำแนกให้ชัดเจน กลุ่มคนที่เป็นโรคท้องผูกเรื้อรังแล้ว รู้แล้วว่าไม่ได้มีการอุด...กลั้นฮอร์โมน...เกลือแร่ในร่างกายไม่ได้ผิดปกติ ต้องแยกว่ามีปัญหาที่ตรงไหน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ...มีการเคลื่อนไหวลำไส้ปกติหรือว่าในกลุ่มลำไส้แปรปรวน ถัดมา...มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ช้ากว่าปกติ ทางผ่านอุจจาระไม่ค่อยเคลื่อนที่ เคลื่อนตัวช้ากว่าจะขับถ่ายได้ สุดท้าย...การเบ่งถ่ายกล้ามเนื้อหูรูดมีปัญหา ไม่สามารถคลายได้ดีพอ

“ทั้งสามอย่างนี้ รักษาไม่เหมือนกัน ถ้าจำแนกได้ว่าเป็นอย่างไหน การรักษาก็จะง่ายขึ้น...การจำแนกก็จะใช้เครื่องมือในการตรวจเฉพาะเช่น ตรวจการเคลื่อนที่ของลำไส้ใหญ่ การตรวจกล้ามเนื้อในการเบ่งถ่ายอุจจาระ”

ศ.พญ.วโรชา มหาชัย ผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์ทางเดินอาหารและตับกรุงเทพ เสริมว่า หน่วยการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหาร (GI Motility Unit) เป็นคลินิกเฉพาะทางให้การวินิจฉัยรักษาผู้ป่วย ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ไม่ว่า...ปัญหาภาวะกรดไหลย้อน ท้องผูก...มีอาการปวดหรือเจ็บขณะขับถ่าย หรือภาวะกลั้นอุจจาระไม่ได้... มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก

“รวมไปถึงลำไส้แปรปรวน การกลืนลำบาก ภาวะท้องอืด ท้องเฟ้อ ที่สืบค้นหาสาเหตุไม่ได้ โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยและการรักษารูปแบบใหม่ ภายใต้การดูแลรักษาของแพทย์เฉพาะทาง...บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้วยมาตรฐานการให้การดูแลรักษาในระดับสากล”

นพ.กุลเทพ บอกอีกว่า ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์อาจมีอาการที่แตกต่าง กันออกไปหลายกลุ่ม...กรดไหลย้อนจะตรวจวัดค่าความเป็นกรด...ด่างในหลอดอาหาร เพื่อวินิจฉัย...ประเมินความรุนแรง ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูก เราจะใช้เทคนิคการตรวจวัดความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณทวารหนัก แรงเบ่งจากลำไส้ตรงและวัดการรับรู้... การตอบสนองต่ออุจจาระที่มาอยู่บริเวณลำไส้ตรง ด้วยเครื่องมือเฉพาะ เพื่อรักษาได้เจาะจงมากขึ้น

สูงสุดคืนสู่สามัญ ทุกๆอย่างเริ่มต้นที่สุขลักษณะ พฤติกรรมที่ถูกต้อง “โรคกรดไหลย้อน”...ถ้าเรารับประทานอาหารที่ดีพอ ตรงเวลา รสไม่จัด จนเกินไป ไม่กินก่อนนอน...กินแล้วมีเวลาสัก 3-4 ชั่วโมงก่อนที่จะเข้านอน ลดอุบัติการณ์เกิดโรคได้แน่นอน หรือว่าเกิดแล้วเริ่มรักษา...ควบคุมแต่เนิ่นๆ การรักษาก็จะทำได้ง่ายกว่า

ถ้าเป็น “โรคท้องผูก”...จะเป็นสุขลักษณะในการเข้าห้องน้ำ ไม่พยายามกลั้น ตื่นเช้ามาพยายามเข้าห้องน้ำ ตั้งใจเข้าโดยไม่ต้องทำอย่างอื่น ไม่เล่นโทรศัพท์...เฟซบุ๊ก...ตอบไลน์...อ่านหนังสือ ปฏิบัติกิจให้เสร็จ 5 นาที...10 นาทีแล้วก็เลิก รวมถึงท่านั่งก็มีส่วนสำคัญ นั่งชักโครกไม่เอื้อต่อการคลายกล้ามเนื้อ...ต่างกับนั่งส้วมซึม

“ไม่ต้องทุบทิ้งเปลี่ยนส้วมใหม่ก็แก้ได้ง่ายๆ เพียงเอาอะไรมาหนุนเท้าให้สูงขึ้นอีกสัก 6 นิ้ว นั่งหลังตรงเอนตัวไปข้างหน้า...เท่านี้ก็จะได้มุมท่านั่งแบบส้วมซึม ปล่อยสะดวกโล่งสบาย ขับถ่ายได้ดีขึ้น”

ในแง่อาหารการกิน ให้เลือกทานอาหารที่ไม่หนักจนเกินไป จำไว้ว่า...อาหารยิ่งมันมากยิ่งหนักมากบวกกับปริมาณที่มากก็ยิ่งทำให้การขับถ่ายช้าลง และควรที่จะออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นลำไส้ให้มีการเคลื่อนที่เยอะๆ เพียงเท่านี้ก็จะห่างไกล “โรคท้องผูก”...ได้แล้ว

อัตตาหิ อัตตโนนาโถ ...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน “สุขภาพดีไม่มีขาย... อยากได้ต้องทำเอง”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้