วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยุทธศาสตร์ภาษีไขมัน

ยุทธศาสตร์ภาษีไขมัน

  • Share:

เชื่อว่าขณะนี้ หลายๆค่ายอาหารฟาสต์ฟู้ดและค่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่จากต่างชาติ คงเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับการใส่ใจเรื่องการกินของชาวอินเดียในอีกไม่ช้านี้แน่ เพราะรัฐบาลภายใต้ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เตรียมออกกฎหมายรีด “ภาษีไขมัน หรือภาษีอ้วน” กับอาหารขยะ จากที่เคยนั่งถกกันมาก่อนหน้าแล้วเมื่อปี พ.ศ.2558 เพื่อเลิกสนับสนุนกินของไร้ค่า และแก้ปัญหาโรคอ้วน

(คืออินเดีย ติดอันดับประเทศโรคอ้วนมากที่สุดในโลก เยาวชนพุงพลุ้ย 22% ชายหญิงเอวหนาก็เพิ่มจาก 1.2 ล้านคนเป็น 30 ล้านคน ช่วงเวลาแค่ 10 ปี ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังอัพขึ้นเป็นสองเท่าตัว!!!)

เพราะถ้ามีการจัดเก็บจริง การวางแผนเติบโตของสินค้าและมูลค่าตลาดที่วาดฝันไว้แล้ว ต้องโดนไปเต็มๆ ด้วยปัจจุบัน อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ในอินเดียมีมูลค่าเกือบ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญการตลาดยังประเมินว่า ตลาดน้ำอัดแก๊สกับตลาดอาหารสำเร็จรูปจะเติบโตปีละ 3.7 และ 8% ตามลำดับ

เหตุนี้เอง ที่ทำให้ทั้ง ค่ายเป๊ปซี่โค ค่ายโคคา-โคลา ค่ายเนสท์เล่ แมคโดนัลด์ & บริษัท ITC ของอินเดีย จึงพยายามดิ้นรนล็อบบี้กันอย่างหนัก ทั้งที่เชื่อว่าไม่น่าจะคลอดทันรัฐบาลสมัยนี้

แต่ทางการอินเดียก็เตรียมแผนออกกฎกติกาให้โรงงานผู้ผลิตแจงระดับไขมัน น้ำตาลและโซเดียมบนบรรจุภัณฑ์สินค้า แล้วก็คอยสอดแทรกกดดันเป็นระยะๆ เช่นว่า ขอให้ทางเป๊ปซี่โค ร่างแผนการถึงวิธีลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มที่ขายในอินเดีย หรือไปบอกกับซีอีโอเป๊ปซี่โคว่า ต้องเน้นเรื่องสาธารณสุขให้มากกว่านี้

นายปวัน กุมาร อัครวัล ซีอีโอองค์กรมาตรฐานและความปลอดภัยในอาหารของอินเดีย (FSSAI) ชื่นชมยินดีกับการตื่นตัวครั้งนี้

จะว่าไปเม็กซิโกจัดเก็บภาษีนี้ไปแล้ว เกาหลีใต้ก็ตั้งกฎจำกัดอาหารในการออกโฆษณาทางทีวี ที่อินเดียเองก็ มีแต่รัฐเกราลา แห่งเดียวที่เรียกเก็บโปรยทางไปก่อนแล้ว ทำให้ร้านแมคฯ ร้านโดมิโน่ พิซซ่า เจอภาษี 14.5% สูงกว่าร้านรายเล็กรายย่อยที่ขายอาหารอินเดียอุดมน้ำตาลกับไขมันสูงพอกัน

จนมีผู้บริหารบางคนบ่นดังๆว่า วาทกรรมเรื่อง “อาหารขยะ” ในอินเดียแบบนี้ มาแนวเลือกที่รัก มักที่ชังและไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาซะเลย...

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้