วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก๊งแชร์ลูกโซ่ยูฟัน คุกอ่วม! คนละกว่า1.2หมื่นปี

‘เกย์นที’ ติดร่างแหโทษจํา20ปี แถมต้องร่วมทีมชดใช้356ล้าน ปรับบริษัทลูกยูฟันอีกพันล้าน

ศาลอาญาลงทัณฑ์คดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันแล้ว ผู้บริหารยูฟันรวม 8 คนโดนทั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และอาชญากรรมข้ามชาติ คนละ 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปีรวมจำคุกคนละ 12,265 ปี แต่จำคุกได้ 50 ปีสูงสุดตามกฎหมายกำหนด ส่วนผู้ต้องหากลุ่มรองลงมา 10 คน โดนเฉพาะข้อหาฉ้อโกงประชาชนจำคุกคนละ 12,255 ปี แต่จำคุกสูงสุดได้ 20 ปี กลุ่มสุดท้ายจำเลย 3 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 12,257 ปี แต่จำคุกได้ 20 ปีสูงสุดตามกฎหมาย และสั่งปรับบริษัท ยูเทรดดิ้งจำกัด บริษัทลูกยูฟันผู้รับเงินโอนเข้าอีก 1,225,700,000 บาท นอกจากนี้ให้จำเลยทั้ง 22 คน ร่วมกันชดใช้เงิน 356,211,209 บาทให้ผู้เสียหาย 2,451 คน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ริบเงินสดของกลาง

ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 22 มี.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันสโตร์ รวม 7 สำนวน คดีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายอภิชณัฏฐ์ แสนกล้า แม่ข่ายยูฟันสโตร์ นายนที ธีระโรจนพงษ์ นักเคลื่อนไหวความหลากหลายทางเพศกับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-43 ความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2556 พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบ ตรง 2545 ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน 2527 ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550

กรณีเมื่อ 25 ต.ค.56-18 มิ.ย.58 บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ชักชวนบุคคลเข้าร่วมเครือข่ายในการ ประกอบธุรกิจน้ำผลไม้และสมุนไพรกับเครื่องสำอางผิวหน้า ทำให้หลงเชื่อว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย แต่ภายหลังหลอกลวงขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ จำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า ยูโทเคน ที่อ้างว่าเป็นสกุลเงินที่ได้การยอมรับในต่างประเทศ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัยการโจทก์ขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินชดใช้แก่ผู้เสียหายรวม 2,451 คน เป็นเงิน 356,211,209 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า บริษัท ยูฟันฯยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ขายตรงสินค้า 3 ประเภทได้แก่ น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร และเครื่องสำอางผิวหน้า บริษัทยูฟันฯมีชาวมาเลเซียเป็นผู้ก่อตั้ง ขณะที่การดำเนินธุรกิจของยูฟันฯ อ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนเป็นส่วนลดและร่วมลงทุนการขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ จำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า ยูโทเคนด้วย แต่หลักฐานไม่ปรากฏว่ามีการยื่นคำขอดำเนินธุรกิจลงทุนในเงินสกุลยูโทเคนแต่อย่างใด

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของพวกจำเลยที่ร่วมกับบริษัทยูฟันฯเป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เห็นว่านายอภิชณัฏฐ์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้บรรยายชักชวนให้ลงทุนการประกอบธุรกิจของบริษัทยูฟันฯไม่ได้เน้นการจำหน่ายสินค้าขายตรงตามที่แจ้งไว้ แต่กลับเชิญชวนให้ลงทุนยูโทเคน อ้างว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ลงทุนหาสมาชิกใหม่เพิ่มได้จะได้รับค่าตอบแทน 7-12 ของเงินที่สมาชิกใหม่นำมาลงทุน การกระทำของบริษัทจึงเป็นการกระทำในฐานะผู้กู้ยืมเงินประชาชนที่มาเป็นสมาชิก นำเงินสมาชิกใหม่มาหมุนเวียนจ่ายค่าตอบแทนสมาชิกเก่า

ส่วนนายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ จำเลยที่ 2 และ น.ส.พีรญา หาญพรม จำเลยที่ 6 สามีภรรยา มีหลักฐานการโอนเงินจากการหาสมาชิกมากกว่า 300 ล้านบาท ส่วนว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช วรงค์ จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการของ บจก.ยูเทรดดิ้ง จำเลยที่ 42 เป็นบริษัทเครือข่ายยูฟันฯ จำเลยแบ่งหน้าที่กันรับโอนเงินการลงทุนยูโทเคน ขณะที่นายโชติพัฒน์ วุฒิพันธุ์โภคิน จำเลยที่ 7 เป็นแม่ข่ายระดับสูงมีความใกล้ชิดกับผู้บริหารบริษัทยูฟันฯ นายบุน เกียท ชู หรือนายชัยสงค์ วนัสบดีวงศ์ จำเลยที่ 11 เป็นผู้ดำเนินการเปิดบัญชีรับโอนเงินและดูแลการเบิกถอนเงิน นอกจากนี้นายเควิน ลัย (Kevin Lai) สัญชาติมาเลเซีย ผู้จัดการธนาคาร UDBP จำเลยที่ 12 และนายหยาว หยวน เฉา (Yang Yuan Zhao) สัญชาติจีน รองผู้จัดการธนาคาร UDBP จำเลยที่ 13 ไปร่วมพิธีการลงนามการลงทุนที่เมืองเฉินตูประเทศจีนของบริษัทยูฟันฯ ดังนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1 2 4 6 7 11 12 13 และ 42 ถือเป็นแม่ข่ายระดับสูงมีความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯและความผิดฉ้อโกงประชาชน และกระทำผิดฐานร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย

ส่วน น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต จำเลยที่ 5 ชักชวนสมาชิกให้มาลงทุนรวมมูลค่า 142 ล้านบาท น.ส.วิไลวรรณ ทรงสวรรณ จำเลยที่ 15 นายเอกภพ ทรงสวรรณ จำเลยที่ 16 น.ส.อลิสา หรืออลิส โชติธนไชย จำเลยที่ 17 นายอุดมชัย อิ่มรัตนรัก จำเลยที่ 19 น.ส.วรากร ธาราบุญรัตน์ จำเลยที่ 22 นายสุจินต์ ชวิตรานุรักษ์ จำเลยที่ 23 นายนที ธีระโรจนพงษ์ จำเลยที่ 27 ผู้จัดรายการ เทคไซด์ บาย เกย์นที จัดรายการอธิบายการลงทุนเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ นายธนา วงศ์ขำ จำเลยที่ 29 นายเรืองทรัพย์ หรือกษิเดช หรือกฤตภพ เศรษฐชัยกร จำเลยที่ 31 นายวัจน์ณฐภัทร์ มงคลสุทธิกุล จำเลยที่ 36 นายบุญธรรม หรือสุทธิวัฒน์ ธัมมาภิรักษ์กุล จำเลยที่ 37 นายรัชชาพงษ์ บัวแก้ว จำเลยที่ 40 และบริษัทยูเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 42 กระทำผิดฐานร่วมกันโฆษณา ประกาศ แนะนำ และชักชวนให้ประชาชนทั่วไปนำเงินมาร่วมลงทุน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ และความผิดฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้นายโชติพัฒน์ จำเลยที่ 7 น.ส.อลิสา จำเลยที่ 17 นายอุดมชัย จำเลยที่ 19 และนายนที จำเลยที่ 27 ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) อีกด้วย

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 2 4 6 7 11 12 และ 13 มีความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นฉ้อโกงประชาชนฯ จำคุก 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปีรวม 12,255 ปี และความผิดตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯอีกคนละ 10 ปี รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12,265 ปี แต่ตามกฎหมายให้จำคุกสูงสุดคนละ 50 ปี และปรับบริษัทยูเทรดดิ้ง จำกัด จำเลยที่ 42 จำนวน 2,451 กระทง กระทงละ 500,000 บาท 1,225,500,000 บาท และให้ปรับตามความผิด พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอีก 200,000 บาท รวม 1,225,700,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 15 16 22 23 29 31 36 37 และ 40 มีความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นฉ้อโกงประชาชน 2527 ให้จำคุก 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปี รวม 12,255 ปี แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษจำคุกสูงสุดคนละ 20 ปี ขณะที่จำเลยที่ 17 19 และ 27 มีความผิด พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นฉ้อโกงประชาชน 2527 ให้จำคุก 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปี รวม 12,255 ปี และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯอีกคนละ 2 ปีรวม 12,257 ปี แต่จำคุกสูงสุดคนละ 20 ปี ตามกฎหมายกำหนด และให้จำเลยทั้ง 22 คนร่วมกันชดใช้เงิน 356,211,209 บาท ให้ผู้เสียหาย 2,451 คน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ริบเงินสดของกลาง กับให้จ่ายสินบนและเงินรางวัลนำจับให้กับผู้ชี้เบาะแสร้อยละ 25 ของค่าปรับที่จำเลยที่ 42 ต้องชำระ และยกฟ้องจำเลยที่เหลืออีก 21 คน ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอ่านคำพิพากษายกฟ้องให้จำเลยบางส่วน กลุ่มญาติพี่น้องของจำเลยปรบมือเฮลั่นห้องพิจารณาคดีด้วยความดีใจ ขณะที่ญาติของจำเลยที่ถูกจำคุกบางรายถึงกับเป็นลมล้มพับ สำหรับเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยูฟัน มีผู้ต้องหาร่วมทำผิดทั้งสิ้น 164 คน ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่จับกุมมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ 43 คน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือยังหลบหนีอยู่ทั้งในและต่างประเทศ

ด้าน พล.ต.อ.สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา(สบ 10) กล่าวว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ร่วมเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ เพราะถ้ากระทำความผิดร่วมกับบริษัทแล้ว ศาลจะลงโทษเรียงกระทงความผิด สำหรับจำเลย 21 คนที่ศาลยกฟ้อง ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ถูกยืมชื่อไปใช้เปิดบัญชีเพื่อรับโอนเงินเข้า-ออกไปต่างประเทศ แต่คดีจะอุทธรณ์หรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับอัยการและผู้เสียหายที่เป็นโจทก์ร่วมดำเนินการต่อไป

ศาลอาญาลงทัณฑ์คดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันแล้ว ผู้บริหารยูฟันรวม 8 คนโดนทั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน และอาชญากรรมข้ามชาติ คนละ 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปีรวมจำคุกคนละ 12,265 ปี แต่จำคุกได้ 50 ปีสูงสุดตามกฎหมายกำหนด 23 มี.ค. 2560 07:40 23 มี.ค. 2560 09:14 ไทยรัฐ