วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉปูม 'หนุ่มลาหู่' มีประวัติพันค้ายา

ทบ.หนุนคลี่คลายคดี-กสม.รอเช็ก

ผบช.ภ.5 แฉปูมหลัง “หนุ่มลาหู่” พัวพันแก๊งค้ายาเสพติดมีหลักฐานใบสลิปโอนเงินของแก๊งยาที่ถูกจับเข้าบัญชีผู้ตาย แถมผู้ครอบครอง รถเก๋งที่ใช้เป็นผู้หญิงที่หลบหนีเรื่องยาเสพติดวอนสังคมอย่าเพิ่งตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกว่าคนนี้เป็นคนดี ไม่น่าจะทำผิดเพราะบางอย่างมันไม่แน่เสมอไปแต่ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนโฆษกกองทัพบกยันกองทัพยินดีสนับสนุนเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยให้สังคมภายใต้กลไกที่มีอยู่อย่างดีที่สุด

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ม.2 บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.5 ประจำจุดตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงนายชัยภูมิ หรือจะอุ๊ ป่าแส นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม เป็นนักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่และยังเป็นประธานเครือข่ายเยาวชนต้นกล้าเยาวชนพื้นเมืองจนเสียชีวิต โดยอ้างว่าผู้ตายจะปาระเบิดใส่ขณะวิ่งหลบหนีลงจากรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ ทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ ที่ตรวจพบยาบ้า 2,800 เม็ด ซึ่งจับกุมนายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี คนขับไว้ก่อนแล้วพร้อมยึดลูกระเบิดชนิดขว้าง 1 ลูกไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาบ่ายสองวันที่ 22 มี.ค.ที่ห้องประชุม บช.ภ.5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5 ได้เรียกตัว พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ชลเทพ ใหม่ไชย รรท.ผกก.สภ.นาหวาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ พร้อมพนักงานสอบสวนในคดีวิสามัญฯนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่เข้าประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี และตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

หลังประชุม พล.ต.ท.พูลทรัพย์เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้ปืนยิงนายชัยภูมิ ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา โดยมีพยานคือนายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี ที่เป็นคนขับรถให้การกับทหารสอดคล้องกันว่าขณะถึงที่เกิดเหตุทหารให้ทุกคนเปิดประตูทุกด้านและให้ทั้งสองลงจากรถ ก่อนตรวจค้นภายในรถไม่มีอะไร จากนั้นนายพงศ์นัยถูกคุมตัวไปเปิดดูกระโปรงหลัง ส่วนทหารอีกคนคุมตัวนายชัยภูมิไปเปิดดูที่กระโปรงหน้ารถ ขณะที่นายชัยภูมิโวยวายและเริ่มมีปฏิกิริยา

ผบช.ภ.5 กล่าวต่อว่า กระทั่งทหารตรวจพบยาบ้าที่ซุกซ่อนไว้ ผู้ตายเริ่มมีท่าทางต่อสู้ เจ้าหน้าที่ทหารจึงช่วยกันจับ แต่นายชัยภูมิยังสะบัดตัวหลุดวิ่งไปเอามีดท้ายรถมาจะฟันเจ้าหน้าที่ทหารแล้ววิ่งหลบหนี และจะปาระเบิดเข้าใส่ ทหารจึงมีการยิงปืนขู่ พอเห็นว่าไม่ยอมมอบตัวแถมยังจะใช้ระเบิด ทหารเลยยิงไปที่แขนแต่ลูกปืนทะลุไปถูกลำตัวเสียชีวิต ส่วนรถเก๋งที่ใช้ขนยาบ้าเป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีชื่อผู้ครอบครองชื่อนางแสงหล้า บุญมี ชาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ที่หลบหนีเรื่องยาเสพติดและเงินกู้ แต่รถมาอยู่กับนายชัยภูมิได้อย่างไรยังไม่ทราบ ล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค.59 นายชัยภูมิเป็นคนไปต่อทะเบียนที่ขนส่งอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ด้วยตัวเอง

พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวด้วยว่า ขอให้สังคมอย่าเพิ่งตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกว่าคนนี้เป็นคนดี ไม่น่าจะทำผิด เพราะบางอย่างมันไม่แน่เสมอไป เรื่องที่เกิดขึ้น พอเห็นว่าเขาเป็นคนดี เมื่อถูกทหารดำเนินการเลยมองว่าถูกยัดยาหรือไม่ กลั่นแกล้งหรือไม่ ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงตามแนวทางการสืบสวนพบผู้ตายประวัติไม่ธรรมดา มีคดีที่ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ มีการชี้รูปนายชัยภูมิมาแล้วในคดียาเสพติด แถมมีหลักฐานการโอนเงินจากผู้ค้ายาที่ถูกจับกุมโอนเงินเข้าบัญชีนายชัยภูมิด้วย ตอนนี้ไม่ได้กล่าวหาว่าผู้ตายค้ายาเสพติดหรือไม่ แต่พฤติการณ์มันเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่ตำรวจต้องดำเนินการตามหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

หลังการวิสามัญฯหนุ่มนักกิจกรรมชาวลาหู่ การปฏิบัติการตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนของทหารยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเช้าวันเดียวกัน พ.อ.ชัยยันต์ สิรสุนทร ผบ.กองบังคับการควบคุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 ร่วมกองบังคับ การควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติกองทัพภาค 3 กองกำลังผาเมือง ตำรวจ สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นเกาะกลางลำน้ำแม่กกรอยต่อระหว่างบ้านแม่สลัก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย กับบ้านจะคือ ต.ห้วยชมพู อ.เมืองเชียงราย เป็นแหล่งพักยาเสพติดสามารถจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดได้ 7 คน และยึดของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง

ส่วน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากกรณีหลายองค์กรมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญนายชัยภูมินั้น พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 3 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เป็นการเฉพาะคู่ขนานเพิ่มเติม โดยมี พล.ต.สมพงษ์ แจ้งจำรัส รองแม่ทัพ ภาคที่ 3 เป็นประธานคณะกรรมการฯ ซึ่งจะได้เดินทางไปกองกำลังผาเมืองเพื่อดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ต่อไป และจากการติดตามทราบว่าสถานะของนายชัยภูมิ เป็นนักกิจกรรมจึงคาดเดากึ่งฟันธงว่านักกิจกรรมอาจไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เรื่องยาเสพติดไม่เข้าใครออกใครไม่ว่าจะเป็นบุคคลกลุ่มไหนอาชีพไหน สถานะไหนมีทั้งข้าราชการผู้ประพฤติดี ศิลปิน นักแสดง นักเรียนนักศึกษา ผู้ครองสมณเพศหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็ตาม

โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามกองทัพบกยินดีสนับสนุนเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยให้สังคมภายใต้กลไกที่มีอยู่ให้ได้อย่างดีที่สุดโดยจะเน้นอาศัยข้อเท็จจริงที่จับต้องได้หลีกเลี่ยงการใช้ความรู้สึกการคาดเดาเพื่อให้ข้อสงสัยในส่วนนี้กระจ่างมากขึ้น สำหรับเรื่องตัวบุคคลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้ใช้ดุลพินิจช่วงวินาทีวิกฤติเป็นการตัดสินใจเฉพาะตัว ส่วนการป้องกันตัวจะสมเหตุสมผลหรือไม่จำนวนกระสุน 1 นัดใช้ไปเพื่อหยุดหรือเพื่อทำร้ายซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบมาก่อนว่านายชัยภูมิเป็นนักกิจกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ข้อสังเกตภาพรวมเหตุการณ์ในเบื้องต้นพบมีผู้กระทำความผิด 2 คน แต่เกิดเหตุอันน่าเสียใจกับนายชัยภูมิเพียงคนเดียวซึ่งอาจบ่งบอกถึงพฤติกรรมของทั้งสองคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะลักษณะด่านตรวจค้นเป็นด่านถาวรและเป้าประสงค์พื้นฐานของเจ้าหน้าที่ประจำด่านจะเน้นการตรวจค้นไม่ใช่ชุดกำลังเฉพาะกิจที่เตรียมไว้รองรับการปะทะเหมือนเป้าหมายอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้กำลังบังคับ การใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้เชื่อว่าไม่ได้อยู่ในแผนจริงๆ

“กองทัพบกยินดีน้อมรับข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคมพร้อมให้ความกระจ่างทุกกรณีบนพื้นฐานข้อเท็จจริงอันสุจริต อย่างตรงไปตรงมา ตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่ให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนทุกเรื่อง ขอให้สังคมอย่าได้ตัดสินเพียงเพราะได้รับทราบข้อมูลที่ส่งต่อกันมา ขอให้ใช้สติวิจารณญาณอย่างรอบคอบถึงที่มาของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ที่สำคัญขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกส่วนว่าจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความถูกต้องยุติธรรมกับทุกฝ่ายภายใต้กรอบของกฎหมาย” พ.อ.วินธัยกล่าว

พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า กองทัพบกเข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่ายทั้งความเสียใจของญาติครอบครัวที่มีความเชื่อไปอีกอย่าง ส่วนเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกกดดันไม่สบายใจเช่นกันที่ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ตามสภาพเหตุการณ์อย่างดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามคดีนี้อยากขอให้ทุกฝ่ายให้เวลากับการพิสูจน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กำลังดำเนินการโดยกระบวนการยุติธรรมอยู่ในขณะนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด

ขณะที่นายชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะคณะอนุกรรมการด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมกรรมการ กสม.เมื่อวันที่ 21 มี.ค.เห็นว่ามีข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายชัยภูมิ จึงมีมติให้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตรวจสอบกรณีดังกล่าว 3 ประเด็น คือ 1.การถูกวิสามัญของนายชัยภูมิ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ 2.การยิงของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นเหตุเป็นผลที่จะวิสามัญหรือไม่ และ 3.การชันสูตรพลิกศพดำเนินการด้วยความรอบคอบเป็นไปตามหลักกระบวน การยุติธรรมหรือไม่ หลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ญาติผู้เสียหาย ผู้เห็นเหตุการณ์และจะทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ชี้แจงข้อมูลเพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายต่อไป

ผบช.ภ.5 แฉปูมหลัง “หนุ่มลาหู่” พัวพันแก๊งค้ายาเสพติดมีหลักฐานใบสลิปโอนเงินของแก๊งยาที่ถูกจับเข้าบัญชีผู้ตาย แถมผู้ครอบครอง รถเก๋งที่ใช้เป็นผู้หญิงที่หลบหนีเรื่องยาเสพติด 23 มี.ค. 2560 07:35 ไทยรัฐ