วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ขนส่ง' ขานรับม.44 เปิดรับชําระค่าปรับ เตือนรถตู้ถอดเบาะ

ขนส่งขานรับ ม.44 คุมเข้มวินัยจราจร-จัดระเบียบรถตู้โดยสาร พร้อมตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 21 มี.ค.60 เป็นต้นไป หากไม่เสียค่าปรับต่อทะเบียนได้แค่ป้ายภาษีชั่วคราว 30 วัน เกินเวลาตำรวจส่งฟ้องศาลทันที เตือนรถตู้โดยสารถอดเบาะที่นั่งตอนหน้า-ท้ายออกเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่ง ส่วนสองแถว รถรับส่งนักเรียน และรถกระบะมีแค็บทั่วไปรอดไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย แต่ขนส่งจะใช้รูปแบบอื่นดูแล

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) งัด ม.44 คุมเข้มวินัยจราจรและกำหนดให้ผู้ที่ไม่ไปชำระค่าปรับใบสั่ง จะไม่สามารถต่อทะเบียนรถได้ รวมทั้งยังออกประกาศคุมเข้มจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เพื่อคุมเข้มวินัยจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่การเดินทางและโดยสารรถยนต์ทั้งหลาย ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย กรณีการออกใบสั่งรถยนต์ทั่วไป จะมีผลตั้งแต่ใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.2560 เป็นต้นไป หากประชาชนได้รับใบสั่งและไม่เสียค่าปรับ จะไม่สามารถต่อภาษีได้ตามปกติ เนื่องจากจะมีการ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก แต่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับประชาชนที่โดนใบสั่ง กรณีที่ทำผิดกฎหมายจราจรและยังไม่เสียค่าปรับ กรมการขนส่งทางบกจะเปิดโต๊ะรับชำระค่าปรับแทนสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ หรือ สตช. หากผู้ต่อภาษีรายใดชำระค่าปรับเรียบร้อยก็ต่อภาษีได้ทันที

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวอีกว่า แต่หากผู้ต่อภาษีไม่สะดวกชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกจะออกป้ายต่อภาษีชั่วคราว จะมีลักษณะเป็นใบเสร็จ พร้อมแสตมป์ข้อความที่ระบุว่าใช้เป็นป้ายต่อทะเบียนภาษีชั่วคราว หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจสอบรถ ก็แสดงป้ายดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ป้ายต่อภาษีชั่วคราวจะมีอายุ 30 วัน ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ต่อภาษีต้องไปชำระค่าปรับให้ครบถ้วน แต่หากไม่ดำเนินการหลังพ้น 30 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อไป

นายสนิทกล่าวต่อว่า วันที่ 23 มี.ค. กรมการขนส่ง ทางบกจะประชุมที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง ถนนศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในเรื่องของรายละเอียดโดยเร็วของการเชื่อมต่อข้อมูล ระหว่างกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากมีการประกาศม.44 และมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งรัดการดำเนินการให้มีผลสอดคล้องกัน ส่วนการออกประกาศ ม.44 ควบคุมและจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะในส่วนของรถตู้โดยสาร ในส่วนของรถโดยสารสาธารณะ และโดยเฉพาะในส่วนของรถตู้โดยสารจะมีผลทันที โดยรถตู้โดยสารที่วิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งปกติจะมี 15 ที่นั่งและรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัดมี 14 ที่นั่ง ตามประกาศม.44 ครั้งนี้จะมีผลทำให้รถทั้งสองประเภทจะต้องไปเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตัวรถให้เหลือ 13 ที่นั่งตามประกาศ

ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของประกาศ คสช. ต้องการให้มีการนำเบาะท้ายสุดของตัวรถออกไป 1 ที่นั่งรวมทั้งเบาะกลางระหว่างคนขับกับผู้โดยสารตอนหน้าอีก 1 ที่นั่ง เมื่อเอาออกไป 2 ที่นั่งก็จะมีจำนวนที่นั่งพอดีกับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการให้การบรรทุกผู้โดยสารในรถตู้ มีที่เหลือและเกิดความคล่องตัวในการเปิดประตูด้านหลังกรณีรถเกิดอุบัติเหตุขึ้น การบังคับใช้กฎหมายตามประกาศดังกล่าว ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นเจ้าพนักงานรับไปดำเนินการ ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกจะมีการนำประกาศดังกล่าวเข้าหารือในคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางในการประชุมครั้งต่อไปเพื่อประกาศบังคับใช้กับรถตู้โดยสารทุกคัน

นายสนิทกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมี ประเด็นเรื่องของการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยซึ่งจะต้องมีการติดตั้งในรถโดยสารและรถยนต์ส่วนบุคคลทุกคัน แต่มีข้อสงสัยว่าจะมีผลครอบคลุมไปถึงรถกระบะที่มีการต่อหลังคาคลุมกระบะด้านหลังหรือแค็บด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ขอชี้แจงว่าประกาศดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะรถที่มีการกำหนดโครงสร้างว่ามีจำนวนที่นั่งเท่าใด หากรถคันใดมีการต่อเติมที่นั่งเพิ่มเติม หรือเป็นพื้นที่ในรถที่ไม่ได้ถูกระบุเพื่อการใช้สำหรับโดยสาร (ใช้วางสิ่งของ) ก็ไม่เข้าข่ายตามประกาศดังกล่าว รวมทั้งรถสองแถว ตามโครงสร้างไม่สามารถติดเข็มขัดนิรภัยได้สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง จะใช้มาตรการควบคุมดูแลความปลอดภัยอื่นๆมาทดแทน

ขนส่งขานรับ ม.44 คุมเข้มวินัยจราจร-จัดระเบียบรถตู้โดยสาร พร้อมตั้งโต๊ะรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 21 มี.ค.60 เป็นต้นไป หากไม่เสียค่าปรับต่อทะเบียนได้แค่ป้ายภาษีชั่วคราว 30 วัน 23 มี.ค. 2560 07:24 ไทยรัฐ